xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองไทยต้องไร้ยางอาย

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


รัฐบาลหนุนด้วยนโยบายประชารัฐยังคงตะลอนๆ หาความนิยมอย่างเมามัน ล่าสุดไปเชียงรายและพะเยา หวังจะได้ใจชาวบ้านที่มาต้อนรับ จนชาวบ้านที่นั่นรับประกันคุณท่านหัวหน้าว่า “พลังประชารัฐไม่ต้องห่วง” แต่ยังกล้าปฏิเสธว่าไม่ได้มาการเมือง

ช่างกล้า! แน่นอน ถ้าจะอยู่รอดในการเมืองไทย ต้องไร้ยางอาย เอาแต่ได้ไว้ก่อน ใครมีต่อมยางอายทำงานเต็มที่มีแต่เสียเปรียบพรรคอื่นๆ ที่ต่างหาหนทางหาเสียง รู้อยู่ว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นสุดยอดของการฉกฉวยโอกาสหาเสียง ชาวบ้านเห็นจนชินชา

แม้กระทั่งชาวบ้านที่พะเยายังเข้าใจว่าคณะที่ไปเป็นพรรคพลังประชารัฐ จะไม่เชื่อเช่นนั้นได้อย่างไรเมื่อหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม รัฐมนตรีพาณิชย์เป็นเลขาธิการพรรค และมีรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ และประจำสำนักนายกฯ

ไปคราวนี้ตีกินทั้งพะเยาและเชียงราย หวังผลเต็มเปี่ยมจากการหาเสียงโดยใช้เงินรัฐ ขนเอาโครงการต่างๆ ไปประเคนให้ชาวบ้าน แกนนำพรรคพลังประชารัฐไปพร้อมหน้า เพราะต้องประชุม ครม.สัญจร ไม่ยอมรับว่ามาหาเสียงช่วยเหลือพรรคพลังประชารัฐ

ชื่อพรรคก็เอาโครงการ “ประชารัฐ” มานำร่องเป็นตัวช่วยทางลัด ตีกินโดยไม่ต้องคำนึงถึงความแฟร์ แต่เมื่อคำนึงถึงความจริงที่ว่าหนึ่งในรัฐมนตรีสำคัญในคณะนี้เคยประกาศว่า “สปิริต เป็นเรื่องของนักกีฬา” ก็ไม่ต้องเรียกร้องหาความเหมาะสมอีก

เป็นความขัดแย้งของผลประโยชน์ หรือเป็นการฉกฉวยโอกาส ก็สุดแล้วแต่!

มีคนโวยวายว่าเป็นการเอาเปรียบตีกิน ก็ทำหูทวนลม ทำเป็นออกลีลาเฉไฉ ว่าเป็นนักการเมืองเฉพาะหลังเวลาราชการเท่านั้น แต่รู้ทั้งรู้ว่าเมื่อนำ “โครงการประชารัฐ” ไปลงพื้นที่ มีแต่คนบ้องตื้นเท่านั้นที่เชื่อว่าไม่ใช่ของ “พรรคพลังประชารัฐ”

ก็มันคำเดียวกัน “พลังประชารัฐ” “โครงการประชารัฐ” เท่ากับว่าเอาโครงการไปหาเสียงเพื่อพรรคกอบโกยผลประโยชน์อย่างเต็มๆ พรรคอื่นๆ ไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้น นี่เป็นการเมืองน้ำเน่าขนานแท้ ไม่ต้องสนใจว่าใครจะมองอย่างไร ขอให้ตัวเองได้ประโยชน์

ประเด็นที่ชาวบ้านไม่ได้เอะใจเรื่องตีกินกับคำว่า “ประชารัฐ” เอามาเป็นชื่อพรรคนั้น ต้องดูเนื้อเพลงชาติไทย “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ‘เป็นประชารัฐ’ ไผทของไทยทุกส่วน...” ฉะนั้นทุกเช้าเย็น คำว่า “ประชารัฐ” จะเข้าหูชาวบ้านผ่านเพลงชาติ

คณะสัญจรทำทุกอย่างเพื่อการเมือง แต่อ้างความเหนียมอายไม่ยอมรับว่าเป็นการหาเสียง ถ้าอย่างนั้นก็ทำเพื่อแสวงหาความนิยม ไม่ใช่เอาโครงการไปหว่านแจกในพื้นที่เพื่อสร้างความเกลียดชังแน่ เป็นนโยบายประชานิยมแท้ๆ ยังไม่มีความกล้ายอมรับ

กล้าตีกิน แต่ยังปากแข็ง เพราะกลัวว่า กกต.จะเอามาเป็นประเด็นเล่นงาน เพราะคณะกุมอำนาจรัฐยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองอื่นๆ หาเสียงได้ นี่คือการตีกิน เอาเปรียบอีกรูปแบบหนึ่ง กลัวว่าถ้าเปิดช่องให้หาเสียงได้ จะโดนกลุ่มอื่นๆ รุมกินโต๊ะ

จำเป็นต้องหน้าทน อ้างความมั่นคง แต่ไม่ยอมบอกว่า “ความมั่นคง” ของใคร กุมอำนาจมากว่า 4 ปี จะ 5 ปีอยู่รอมร่อ ยังมีปัญหาความมั่นคงอะไรอีก ทำไมไม่จัดการ แสดงว่าไม่มีฝีมือใช่หรือไม่ มัวแต่ทุ่มงบประมาณทำโครงการที่ชาวบ้านไม่ได้ร้องขอ

คณะนี้ซ่อนโครงกระดูกไว้ในตู้ นั่งทับของเน่าอะไรไว้เยอะ ต้องใช้กฎหมายกดหัวชาวบ้านป้องกันตัวเอง ปิดช่องทางเปิดโปง ประท้วง เรียกร้อง อยู่แบบนี้โดยไม่คำนึงว่าการที่ไม่ปฏิรูปอะไรเลยทำให้เสียเวลา เสียของในการรัฐประหาร ขออยู่ต่ออย่างไม่อาย

หน้าบางทำไม่ได้หรอก อยู่ไม่ได้ในการเมืองน้ำเน่า ไร้จริยธรรมและยางอาย!

อย่างว่านั่นแหละ ขี่หลังเสือ ก็ต้องห่วงว่าลงจากหลังเสือ อาจเข้าไปอยู่ในท้องเสือ คณะกุมอำนาจก็รู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรไว้ มีเสียงเตือนจากพรรคพวกเพื่อนฝูงว่าสิ่งที่ได้ทำไปคนวงในรู้กันทั้งนั้น ไม่ได้เป็นความลับ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เปิดโปงเท่านั้น

ช่วงหลังมีความละเอียดอ่อน ฉับไวต่อการท้าทาย ตามประสาคนทำอะไรไม่ดีงามไว้เยอะ แม้แต่เพลงแร็ป “ประเทศกูมี” ไม่มีสาระอะไร ยังสร้างความหวาดผวา เพราะรู้ดีว่าการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลกว้าง ยิ่งไปเต้นแร้งเต้นกา ก็ยิ่งมีคนอยากรู้

ถ้าทำดีทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง ประชาชนได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า คงไม่ต้องไปตะลอนๆ หาเสียง ไม่ต้องยื้อเรื่องปลดล็อก ไม่ต้องห่วง “ความมั่นคง” ที่ฟังดูแล้วเลื่อนลอย ลงเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็นอนมาได้ แต่นี่กลับไม่กล้าประกาศว่าจะสังกัดพรรคใด

รอตีกินอีกรอบ ให้พรรคการเมืองหาบหามขึ้นนั่งเก้าอี้นายกฯ ไม่ต้องวัดความนิยมผ่านการเลือกตั้ง คงเป็นเพราะถ้าประกาศตัวแล้ว จะหาเสียงแบบทุกวันนี้ไม่ได้

อะไรๆ มันบ่แน่หรอกนาย ทุกวันนี้แหล่งแลกเงินร้านเอกชนต่างเร่งสะสมเงินสกุลปอนด์ ยูโร สวิสฟรังก์ หรือได้เป็นเงินเยนก็ยังได้ เพราะต้องการแลกจำนวนมาก ทำให้น่าสงสัยว่ามีกลุ่มใดต้องการเงินตราต่างประเทศมากอย่างนั้น ใครเตรียมย้ายถิ่นฐานหรือ

ที่ผ่านมามีเสียงร่ำลือเรื่องกลุ่มคนร่ำรวยรุ่นใหม่เร่งขนเงินไปฝากไว้ต่างประเทศ เผื่อไว้กรณีที่อยู่บนแผ่นดินไทยไม่ได้ ถ้ามีความพลิกผัน มีเหตุต้องเชื่อเพราะปัญหาเรื่องการทุจริต คอร์รัปชันยังมากเหมือนเดิม อัตราการเขมือบยังอยู่สูงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์

น่าเหลือเชื่อ แต่ยังมีคนลอยหน้าลอยตาประกาศนโยบายปราบทุจริต คอร์รัปชัน

การเสียชีวิตกะทันหันของเจ้าสัววิชัย ทำให้เกิดวิกฤตและโอกาส พรรคการเมือง กลุ่มต่างๆ ที่หวังจะได้เงินสนับสนุนต้องเร่งหาหนทางใหม่ พวกขาใหญ่ เดอะเฮีย ตัวเป้งๆ ที่ได้รับน้ำเลี้ยงจากเจ้าสัวต้องยอมรับสภาพรายได้ก้อนใหญ่ที่หายไปแบบฉับพลัน

การประมูลสัมปทานสินค้าปลอดภาษี คือโอกาสที่บางกลุ่มจะ “รีด” ให้เต็มที่
กำลังโหลดความคิดเห็น...