xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ไม้ตาย-หนีตาย!! สัญญาณเข้ม “ยุบเพื่อไทย”ลิ่วล้อแตกรัง ขอซุก “พรรคเจ๊แดง”เหตุ “พรรคทักษิณชัวร์”ยังไร้วี่แวว มีแค่ “เสธ.แมว”พูดเองเออเองอยู่คนเดียว “หญิงหน่อย”หนักแน่นขออยู่ “เพื่อไทย”ถ้าต้องไป “เพื่อธรรม”ขอไปตั้ง “พรรคเจ๊หน่อย”มั่งดีกว่า “ลูกโอ๊ค”โยนหิน “อย่าไปเล่นอะไร กับคนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น”เย้ย “ไม้ตาย”ชักธง “โหวตโน - โนโหวต”คว่ำเลือกตั้ง ดันเข้า“เดดล็อก”

ไม่น่ารอด .. เสียงอ่อยๆ จาก “ลิ่วล้อชุดท้าย”ที่แห่ไปเจียะเต๊ โซ้ยติ่มซำ กับ“บิ๊กบอส”ทักษิณ ชินวัตร ที่เกาะฮ่องกง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ลงความเห็นว่า“โดน (ยุบ) แน่” ..หลังเครื่องบินแลนดิ้ง “แกนนำเพื่อไทย-เพื่อธรรม-เพื่อชาติ”ต่างพากันนำ “สารนายใหญ่”แจ้งกับลูกทีมจ้าละหวั่น .. ผนวกกับสัญญาณเข้มๆ ของ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่คสช. ที่กระชุ่นให้ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)”เข้าไปตรวจสอบกรณี “ยุบพรรคเพื่อไทย”.. ทำให้ “องค์กรอิสระ”อย่าง กกต.ที่ตอนแรกเหมือนจะไม่ใส่ใจ ออกแอคชั่น ระบุว่า กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงว่า“เข้าข่าย” ให้คน นอก“ครอบงำ-บงการ”พรรคหรือไม่ .. สอดรับกับท่าทีของ “อัยการ”ที่ถือสำนวนคดี 9 แกนนำเพื่อไทย แถลงข่าว 4 ปีรัฐประหาร เข้าข่ายชุมนุมการเมือง-ขัดคำสั่งคสช. อยู่ในมือ .. ที่จู่ๆ ขอเลื่อนฟังคำสั่งคดีไปเป็น 28 พ.ย. นู่น ตามนัดหมายเดิมปลายเดือนต.ค.นี้ .. สำคัญตรงที่ หากเลือกตั้งตามกำหนดเดิม 24 ก.พ. 62 เท่ากับว่า “เดดไลน์”ในการสังกัดพรรค ของผู้สมัครส.ส. ต้องไม่เกิน 26 พ.ย. .. แล้วการสั่งคดีในวันที่ 28 พ.ย. ออกมา“ทางลบ” อาจชิ่งไปถึง“ยุบพรรค”ด้วยใน 9 จำเลย มีหัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารชุดปัจจุบันอยู่ด้วย .. ทำเอาการประชุมใหญ่วันที่ 28 ต.ค. ที่จะเลือกหัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารใหม่ยกชุด พร้อมกับจัดวางโครงสร้าง-ยุทธศาสตร์ เตรียมลุยเลือกตั้ง อาจต้องปรับแผนใหม่เป็นการด่วน .. และเพื่อความชัวร์ “นายใหญ่ดูไบ”ขีดเส้นให้ไม่เกิน 10 พ.ย. ต้องชัดเจนในเรื่องยุทธศาสตร์ และการสังกัดพรรค .. ทำให้พรรคที่แต่งตัวเสร็จแล้วอย่าง “พรรคเพื่อธรรม”ของ “บ้านวงศ์สวัสดิ์” ที่มี “เยาวภา-สมชาย”อยู่เบื้องหลัง เนื้อหอมขึ้นมาทันที ..
ด้วย “นักเลือกตั้ง”ส่วนใหญ่ยังให้เครดิต “น้องสาวนายใหญ่”อยู่พอสมควร และมองว่า ง่ายกว่าการไปเปิดหัวพรรคใหม่ ก็เลยไปเย้วๆ ให้ “นายใหญ่”เห็นดีด้วย .. รวมทั้งยังเชื่อมือ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ - พงศกร อรรนพพร หัวหน้า และเลขาฯ ที่สร้างชื่อกันมาจาก“กลุ่ม 16”ด้วย .. ดีกว่า “ทษช.”พรรคไทยรักษาชาติ หรือ “พรรคทักษิณชัวร์”ที่ป่านนี้ยังไม่รู้จะไปเซ้งพรรคไหนมาเปลี่ยนยี่ห้อ .. แม้จะตีปิ๊บครึกโครม ผ่าน“สื่อประชาชื่น”แต่กลายเป็น “พูดเอง-เออเอง”ของ “เสธ.แมว”พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาฯ สมช. ที่ออกมาเป็นตัวตั้งตัวตี อยู่คนเดียว .. ขณะเดียวกัน ยังมีแกนนำ-แกนตามบางส่วน ที่ไม่เห็นดีก้วยกับการทิ้งแบรนด์ “เพื่อไทย”ที่ติดตลาด หาเสียงง่ายแล้ว .. โดยเฉพาะ“หญิงหน่อย”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ถูกวางตัวให้ถือธงนำทัพพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งรอบหน้า .. ที่เห็นว่าหากต้องย้ายพรรคไปอยู่ “มุ้งเจ๊แดง”จริง “ดุลอำนาจ”ที่ได้รับตอนนี้ จะเปลี่ยนมืออีกหน .. ทิ้งบอมบ์ ไว้ตูมใหญ่ว่า ถ้าต้องไป “พรรคเจ๊แดง”ขอยกทีมไปปั้น “พรรคเจ๊หน่อย”เองดีกว่า .. อีกกระแสก็ว่า“อย่าหวั่น แม้วันมามาก”อย่าง“ยอดชายนายโอ๊ค”พานทองแท้ ชินวัตร ลูกบิ๊กบอส ที่ถือหาง“ทีมเจ๊หน่อย”ก็เริ่มแย้มๆ “ไม้ตายสุดท้าย”ออกมา .. เมื่อโพสต์ภาพซ่อนนัย พร้อมแคปชั่น“พ่อสอนผมเสมอว่า 1. อย่าไปเล่นอะไร กับคนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น และ 2. ถ้าจะต้องลงแข่งขัน จงทำให้เต็มที่” ..ตรงตามกระแสข่าว ที่ว่า “นายใหญ่”อาจจะสั่งให้ปักหลักสู้ตายไปกับพรรคเพื่อไทย .. ถ้าโดนยุบก่อนเลือกตั้ง ก็ชักธง“โหวตโน - โนโหวต”ที่มั่นใจว่าจะทำให้การเลือกตั้งได้ ส.ส.ไม่ครบพอที่จะเปิดสภาฯ-เลือกนายกฯ-ตั้งรัฐบาลได้ .. ขู่เล่นแรงๆ เอาให้เข้า “เดดล็อก”กันไปเลย.

**คนไม่จำเป็น!! “เสี่ยบี-พุทธิพงษ์”ผงาดฟาด “โฆษกรัฐบาล”อีกเก้าอี้ หลังโชว์ผลงานข่ม“ท่านนายพลไก่อู”มิดด้าม แถมรายหลัง งานไม่ปัง โจทก์ยังเพียบ“บิ๊กนมชง - บิ๊กอ้อ - 4 รมต.ประชารัฐ - ข้าราชการ - สื่อฯ”ชังกันถ้วนหน้า รู้ตัวตกกระป๋อง เลือกโอนย้ายมากิน“ซี 10”ที่กรมประชาฯ รอแต่งตัวขึ้น“ปลัด ซี 11”หรือถ้าไปไม่รอด ก็วกกลับกลาโหม ติดยศ“นายพลเอก”ก่อนเกษียณ เก๋ๆ

หุงขึ้นหม้อจริงๆ ..“เสี่ยบี”พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ ที่ช่วงหลังตามติด“ท่านผู้นำ”ทุกฝีก้าว จนกลายมาเป็นวอลเปเปอร์คนใหม่ข้างกาย “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้ว .. ล่าสุดได้ดิบได้ดี “ครม.ลุงตู่”ส่ง “อดีตแกนนำ กปปส.”ขึ้นควบเก้าอี้ “โฆษกรัฐบาล” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่ง แบบไม่สนใจข้อครหา“คสช.-กปปส.”พวกเดียวกันแล้ว .. คงเพราะผลงานเข้าตา ที่ยุ “ลุงตู่”ให้ลงลุยสังเวียนโซเชียล จนกลายเป็นกระแส ที่หากตัดเรื่อง“คำด่า”ออกไป ต้องยอมรับว่า น่าพึงพอใจไม่น้อย .. กับยอดไลค์ แฟนเพจ ที่พรวดเดียวแตะหลักแสน และใกล้ทะลุ 4 แสนไลค์ อยู่รอมร่อ ทั้งที่ยังไม่ได้อัดงบบูทเพจ อุดหนุน “พ่อหนุ่มซัคเคอร์เบิร์ก”แม้แต่น้อย .. ต่างกับทีมพีอาร์ชุดเก่า ที่ขยันผุด “เพจอวตาร”ขึ้นมาทำ “ไอโอ”หมดสตางค์ไปแยะ แต่ก็ “ไม่เปรี้ยง”เหมือนชื่อเพจ .. อีกทั้งใกล้ปรับโหมดเข้าสู่การเลือกตั้งเต็มสูบ ก็ต้องจัดวาง“คนที่ใช่”มาใช้งาน โดยเฉพาะในแง่พีอาร์ ผลงานรัฐบาล .. พ่วงกับที่“เสี่ยบี”มีชื่อเป็นหนึ่งในว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ อยู่ด้วย ก็เหมาะที่จะใช้ 2 หมวกนี้ ขับเคลื่อนคู่ขนานกันไป ..
ในแง่ยุทธศาสตร์ก็เรื่องหนึ่ง แต่หลักใหญ่ใจความที่ “เปลี่ยนม้ากลางศึก”ก็ต้องยอมรับเช่นกัน ผลงาน “คนใหม่”กลบ “คนเก่า”จมดิน .. ก็ “คนเก่า”อย่าง “ท่านนายพลไก่อู”พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ที่โดน“ปลด” เหตุทำงานไม่เข้าเป้า ไม่เปรี้ยง ไม่ปัง อย่างที่คุยเขื่องไว้ .. แถลงออฟไซต์บ้าง ตกหล่นบ้าง หลายหนทำให้ “บิ๊กรัฐบาล”ขุ่นเคืองบ่อยๆ .. ล่าสุดทำเป็นเมิน ไม่ยอมแถลงประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ทำเอา“บิ๊กนมชง” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ เพื่อนซี้นายกฯตู่ ถึงกับฉุนขาด .. กระทั่ง “บิ๊กอ้อ”พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ยังเคยถูก“ปีนเกลียว”จนโร่ ไปฟ้องท่านนายกฯ มาแล้ว .. รวมไปถึงเรื่องเมาต์ ที่ว่า “คสช.แถวสอง”ปล่อยข่าวแซะเก้าอี้ “4รมต.ประชารัฐ”ที่หลายคนเข้าใจว่า“นายพลไก่อู” เป็น “เจ้ากรมข่าวลือ”..ไม่เท่านั้นยังมีพฤติกรรม “เจ้ายศเจ้าอย่าง”จน “ข้าราชการทำเนียบฯ-กรมประชาฯ”เบือนหน้าหนี .. หรือขยันเปิดศึก-เหยียด “สื่อมวลชน-กระจอกข่าว”สารพัด ทั้งที่ต้องทำงานร่วมกัน .. ไม่ต้องใคร “เครือผู้จัดการ”ก็โดนค้ำอยู่ ทั้งคดีหมิ่นประมาทฯ พ่วงค่าเสียหาย 10 ล้านบาท ที่ไปทำให้ “ท่านนายพลไก่อู”เสื่อมเสียเกียรติภูมิที่สั่งสมมาทั้งชีวิต .. เหมือน “เสธ.ไก่อู”จะรู้ตัวล่วงหน้า ว่าใกล้ “ตกกระป๋อง”ก็เลยเตรียมสคริปต์ หาทางลงให้ตัวเองไว้เท่ๆ จะได้ไม่“เสียหน้า-เสียคน”รับสภาพ “คนไม่จำเป็น”อย่างที่รู้กัน .. อ้างว่าเป็นความยินยอมพร้อมใจ ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่ให้ไปทำงานในฐานะ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพียงตำแหน่งเดียว ก็เลยมาควบเป็น“โฆษกรัฐบาล”ไม่ได้เหมือนเดิม (เหอะๆ) ..
หมดภาระทางนี้ คงได้ไปสนุกกับบทบาทใหม่ “ดีเจไก่อู”จัดรายการ “ศุกร์สบาย สไตล์ไก่อู”เปิดเพลงลูกทุ่งตามคอนเซปต์ “โฆษกคณะรักษาความสนุกแห่งชาติ”แบบเต็มสูบ .. ออนแอร์ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย “ออกแขก”ก่อนรายการวันศุกร์ ของ“นายกฯลุงตู่”.. ปิดฉากตำนาน นายทหารผู้มีความสามารถเอกอุ ถ่างคร่อม 3 ตำแหน่งในเวลาเดียวกัน .. ทั้ง“ผู้ชำนาญการกองทัพบก-โฆษกรัฐบาล-อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์” .. เห็นว่าตอนนี้กำลังทำเรื่องโอนย้าย จากกระทรวงกลาโหม มาเป็น “ข้าราชการพลเรือน”ในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพียวๆ .. ยอมทิ้งเกียรติภูมิชีวิตราชการทหารไว้เบื้องหลัง ทั้งที่เหลืออายุราชการยาวๆ ถึง 5 ปี .. มองมุมนี้ต้องบอกว่า“วิน” ก็“ท่านไก่อู”แม้จะใหญ่โตพรวดพราด เป็น“นายพลโท” เกินหน้าเพื่อนๆก็จริง .. แต่ก็อยู่ในแท่ง“วิชาการ-ชำนาญการ”ปลายทางตีบตัน ไม่มีหวังขึ้นชั้น“ผบ.คุมหน่วย-คุมกำลัง”อะไรแน่นอน .. สู้โยกมาเป็น อธิบดีกรมประชาฯ ฟาด“ซี 10”เป็นของตาย เวลาที่เหลือ ขยับขยายเล็งเป้าปลัดสำนักนายกฯ-ปลัดกระทรวง ระดับ “ซี 11” ส่วนยอดข้าราชการไทยได้อีก .. หรือหาก“ไปไม่รอด”จริงๆ ก็ขอโอนย้ายกลับกลาโหม รอวันเกษียณ ปิดฉาก ฟาดยศ“นายพลเอก”ส่งท้ายเก๋ๆ ก็ยังได้ .. ส่วนที่ฝันไกล ขอเป็น“รัฐมนตรี”สักหนในยุค คสช.เรืองอำนาจ ก็เป็นแค่“ความฝัน”ต่อไป

**จุดจบสายห้าว!! “สันธนะ”โดนถอดยศ-ริบเครื่องราชฯ แถมคดีติดตัวเป็นหางว่าว เหตุกร่างไม่เลือกที่ ท้าตีท้าต่อยเขาไปทั่ว ทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมเสีย ขู่แฉ“บิ๊กตำรวจ”สารพัด สุดท้ายเล่นใหญ่ จั่วหัวอลังการ มีแต่น้ำไม่มีเนื้อ กระแสสังคมที่เคยเชียร์ก็เพลียใจ จับได้ว่า“ของเทียม”แค่หวังชิงพื้นที่สื่อ“ตีกิน”ไปวันๆ มากกว่า

ของเข้าตัวซะเอง .. พระราชโองการฯ ถอดยศ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พร้อมริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา .. นับย้อนไปตั้งแต่ 31 ต.ค. 45 ที่ “รองฯต่อ”ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ด้วยกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง .. เรื่องของเรื่องมาจาก “ลูกห้าวเที่ยวล่าสุด”ที่ “นายสันธนะ”ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ ผู้ค้าตลาดใหม่ดอนเมือง รวมทั้งคดีทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมเสีย ท้าตีท้าต่อยเขาไปทั่ว ..จนมาถึง “บิ๊กจุก”พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เข้ามาเป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีตลาดใหม่ดอนเมือง .. จึงมีการจุดประเด็น เสนอถอดยศ “สันธนะ”ขึ้นมา ด้วยแสดงออกหลายสิ่ง ที่ทำให้องค์กรตำรวจเสียหายไม่เลิกรา .. ก็เลยโดนย้อนเอาระเบียบถอดยศมากาง เข้าล็อกโป๊ะเชะ กับข้อที่ว่า“ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” ..เอาเข้าจริง ถ้า“สันธนะ”ไม่ทะนงใน“ความกว้างขวาง”ของตัวเอง แล้วงัดข้อกับตำรวจ ก็คงไม่มีวันนี้ .. ด้วยที่ผ่านมา เป็นที่รู้กันว่า “รองฯต่อ”อดีตตำรวจสันติบาลคนดัง ใช้ความมีอิทธิพลของตัวเอง รับเป็น “นายหน้า”ดูแลผลประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนต่างๆ .. ก่อนมาเป็น ประธานกรรมการบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ที่เรียกขานกันว่า “มาเฟียคุมตลาด” ..
พอถูกจับโดนข้อหาปล่อยให้มีเรื่องผิดกฎหมายในตลาดที่ตัวเองดูแล ก็ตีอกชกลม ดิสเครดิต“บิ๊กตำรวจ”ไปทั่ว .. จากเดิมที่เล็งเป้าใหญ่ “บิ๊กแป๊ะ”พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แต่“จ่าฝูงสีกากี”ไม่ลดตัวลงมาเล่นด้วย .. ก็เลยปรับเป้าไปร้องให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ “บิ๊กโจ๊ก”พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผบช.สตม. เกี่ยวกับวงการพนันแข่งม้าอีก .. เอาจริงๆ ทีแรกกระแสสังคม หรือสื่อเองก็เทมาเชียร์ “สันธนะ”ไม่น้อยเหมือนกัน .. ด้วยคิดว่าจะเข้าทำนอง “โจรจับโจร”หาญกล้างัดเอาเรื่องไม่ชอบมาพากลใน “อาณาจักรสีกากี”มาสะสางทำความสะอาดวงการ เข้ากระแส “ปฏิรูปตำรวจ”พอดี .. แต่ทำไปทำมา ที่“เล่นใหญ่”จั่วหัวอลังการ .. สุดท้ายก็มีแต่“น้ำ”เหลวไม่เป็นท่า ไม่ยักจะมีทีเด็ดจับให้มั่นคั้นให้ตาย ตามแรงเชียร์ .. จนคนมองว่า “เทียม”มากกว่า “แท้”กลายเป็นว่า อาศัยชิงพื้นที่สื่อ“ตีกิน”หวังให้ชื่อตัวเองอยู่ในกระแสไปวันๆ มากกว่า .. ที่เจ็บปวด ก็คนที่ตกเป็นเป้าไม่ได้ให้ราคา หรือมาขอเคลียร์อะไรอย่างที่คิด .. สุดท้ายที่เพ่นพ่าน “ฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน”เกรี้ยวกราดไปทั่ว พึมพำ จะเสกมนต์ดำใส่คนอื่น อาคมตีกลับของเข้าตัว ซวยอยู่คนเดียว .. โดนถอดยศ-ริบเครื่องราชฯ แล้วยังมีคดีติดตัวเป็นหางว่าว

ช.ชฎา

รูป

----------

- ทักษิณ ชินวัตร -คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ - เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา - พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

- สันธนะ ประยูรรัตน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...