xs
xsm
sm
md
lg

พปชร.พร้อมจับมือทุกพรรค อุบบิ๊กตู่บัญชีนายกฯ ชาติไทยชู"หนูนา"นั่งหัวหน้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"3 บิ๊ก พปชร." เดินสายพบประชาชน อุบเสนอชื่อ"บิ๊กตู่" นั่งนายกฯ บอกยังไม่ถึงเวลา "สนธิรัตน์" ประกาศพร้อมจับมือทุกพรรคที่ทีอุดมการณ์ทางการเมืองสอดคล้องกัน เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง เบื่อวาทกรรมการเมือง ปัดกระแสดูด ส.ส. และเรื่องใช้เงินหมื่นล้าน ทำพรรคการเมือง ด้านชาติไทยพัฒนา ดัน"หนูนา" นั่งหัวหน้าพรรค "เจ๊หน่อย"ขึ้นเชียงใหม่ ร่วมประชุมตั้งสาขาพรรค ฟุ้งผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือ -อีสาน ล้น 'ทักษิณ'เตรียม โผล่สวีเดน เล็คเชอร์เขย่าเลือกตั้งไทย

เมื่อเวลา 09.00 น.วานนี้ (21ต.ค.) ที่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ (พปรช.) นำโดย นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะ ว่าที่หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม “สร้างเครือข่าย SME ต่อยอดธุรกิจเกษตร” ที่ เลม่อน มี ฟาร์ม ฟาร์มมะนาวยุคใหม่ ของนายธงชัยพัฒน์ ดีสวัสดิ์ ซึ่งมีการนำแนวคิดเกษตรแบบใหม่ มาบูรณาการจนประสบความสำเร็จ โดยแกนนำ พปชร.ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้กับเครือข่ายเกษตร เพื่อหาแนวทางต่อยอดส่งเสริมธุรกิจ กับเครือข่ายภาคเกษตรด้วย

นายอุตตม กล่าวว่า การมารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้ พรรค พปชร. ได้รับการเชิญชวน ซึ่งแกนนำทั้ง 3 คน มีความสนใจอยู่แล้ว เมื่อเกษตรกรรวมกลุ่มกัน ชวนเรามา เราก็ยินดี เพื่อมาดูว่าควรจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคพปชร. เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นนั้น เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นในนามรัฐบาล หรือในนามรัฐมนตรี เราจะไปห้ามสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ เป็นเรื่องของความคิดเห็นของแต่ละคน เรื่องแบบนี้ต้องให้คนไทยฟัง และตัดสินด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่านายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค ระบุว่าพรรค พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคนั้น นายอุตตม กล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด วันนี้เราไม่ได้มาเพื่อพูดเรื่องการเมือง และเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีคนพูดกันนานแล้ว และยังอีกไกลมาก เมื่อถึงเวลาเราจะมาหารือร่วมกัน แต่วันนี้พรรคยังไม่เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราก็จะมาพูดคุยกัน

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวถึงการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ในนามพรรค ว่าท่านจะเป็นหรือไม่ ก็ไม่รู้ ต้องไปถามท่าน เพราะวันนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะไปพูดคุยกับท่าน ดังนั้นควรรอให้ถึงเวลา จึงค่อยมาพิจารณากันว่า ในเวลานั้นใครจะเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ พรรคจะมาพิจารณาคนที่เหมาะสมที่สุด

"คนที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ประชาชนต้องยอมรับด้วย ถ้าไม่มีใคร นายอุตตม สาวนายน ว่าที่หัวหน้าพรรค ก็มีความเหมาะสม และถ้าผมไปเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วท่านไม่เอา ก็เป็นไม่ได้ จะไปเดาใจท่านได้อย่างไร ไม่คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่เอาบ้างหรือ อย่าคิดกันไปเอง ไม่มีใครอยากเป็นนายกฯ เหนื่อยจะตาย ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก็ยืนยันแล้วว่า จะไม่ทำการเมืองต่อ" นายสนธิรัตน์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวผู้ใหญ่ในพรรค พปชร. ไม่อยากได้กลุ่มสามมิตรเข้าร่วมพรรคแล้ว นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ กระแสข่าวมีอยู่ทุกวัน แต่การพูดคุยโดยทั่วไป ก็ว่ากันไป เพราะรู้จักกัน ก็พูดคุยกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร เรากำลังรอเป็นพรรคที่สมบูรณ์จึงเริ่มดำเนินการในส่วนนี้

ส่วนกรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคฯ ระบุว่า 4 รัฐมนตรี ของพรรค จะพิจารณาลาออกเมื่อ กกต. รับรองความเป็นพรรคการเมืองแล้ว นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เราพูดคุยกันอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่สมควรอย่างที่เห็นช่วงเวลานี้ เราเน้นการทำงาน ส่วนเรื่องจะลาออก จะอยู่หรือไปนั้น ต้องถามกลับว่า เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ไม่ว่าจะอยู่หรือไป ตรงไหนที่เป็นประโยชน์เราเน้นตรงนั้นเป็นหัวใจในการตัดสินใจ จึงไม่อยากให้กังวลใจว่าจะลาออกเมื่อไหร่ อย่างไร

เมื่อถามว่า พรรค พปชร. จะจับมือกับพรรคของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรายินดีจับมือกับทุกพรรคการเมือง อยู่ที่ว่าพรรคเมืองต่างๆ จะจับมือกับเรา หรือไม่ เพราะถึงอย่างไรการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จะได้รัฐบาลผสมอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าไม่จับมือ ก็จะเหมือนกับโกหก การจะจับมือกับพรรคการเมืองใดนั้น เราต้องดูว่า อุดมการณ์ แนวทางการบริหารประเทศ นโยบาย ว่าตรงกันหรือไม่ ตนยินดีจับมือกับทุกพรรค ไม่เคยรังเกียจพรรคใด

"การพูดคุยกับพรรคต่างๆใครอยากคุยอะไร ผมพร้อมคุยหมด เราต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง พรรค พปชร. เกิดมาเพื่อจับมือกับทุกพรรค เพื่อก้าวข้ามการแบ่งพวก แบ่งสี การต่อสู้ทางการเมือง ก็ต่อสู้กันไป แต่เมื่อยุติแล้วจะต้องทำงานร่วมกันให้ได้ ประเทศจะได้ไม่บอบช้ำ พรรคที่เราจะไม่สามารถจับมือด้วยนั้น คือพรรคที่นโยบายการบริหารประเทศ การเมือง ไม่ตรงกัน หัวใจของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการสร้างความสามัคคี เลิกวาทกรรม คนนั้นดีคนนี้ไม่ดี ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งวัน ส่วนตัวอยากเห็นการก้าวข้าม แล้วมาเล่นการเมืองอย่างแฟร์ๆ อยู่บนหลักการที่มีเหตุ และผล มีข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ ไม่ทำร้ายกัน เพราะในสังคมมีทั้งคนดี และไม่ดี สามารถที่จะติติงกันได้ เพื่อให้ประเทศพัฒนาไปได้ นี่คือจุดยืนของพรรค" นายสนธิรัตน์ กล่าว และว่า ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เราดูด ส.ส.นั้น ถามว่าถ้าเราดูด แล้วสอบตก เขาจะมาเหรอ เรื่องแบบนี้ไม่มีแน่นอน เป็นวาทกรรมก็เท่านั้น นอกจากนี้ ขอยืนยันว่าการทำพรรคครั้งนี้ ใช้เงินตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ใช้เป็นหมื่นล้าน อย่างที่มีการวิจารณ์

ชทพ.ดัน'หนูนา'นั่งหัวหน้าพรรค

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึง การจัดทัพเตรียมการเลือกตั้ง ว่า ทางพรรคตั้งเป้าจะเป็นพรรคขนาดกลางแบบเพียงพอ ที่ 30 ที่นั่ง โดยจะมีการขยายฐานของสัดส่วนกรรมการบริหารพรรคออกไป จากเดิมที่มี 15 คน จะขยายโควต้าสูงสุดให้มีถึง 29 คน วางคนหลายรุ่นให้เข้ามาช่วยกันทำงานในทุกๆ ด้าน ทั้งนี้ จะมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 26 ต.ค.นี้

มีรายงานว่า การประชุมพรรค ชทพ. ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ นอกจากจะเปิดตัวตระกูล "สะสมทรัพย์" ที่นำโดย นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ แล้ว ที่ถือเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ คือ การให้น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หรือ "หนูนา" อดีต รมช.ศึกษาธิการ บุตรสาวนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี จะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ชทพ. ส่วน นายประภัตร โพธสุธน จะรับตำแหน่งเลขาธิการพรรค

"เจ๊หน่อย"ขึ้นชม.ประชุมตั้งสาขาพรรค

วานนี้ (21ต.ค.) นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางไปร่วมการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อจัดตั้งสาขาพรรค และเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 2 จ.เชียงใหม่ (ภาคเหนือ) ณ ศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ล้านนา เลขที่ 121/3 หมู่ 3 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำ และอดีต ส.ส.ของพรรค เข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า

ทั้งนี้ มีประชาชนจำนวนมาก ที่นำเอกสารหลักฐาน มายื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรค และใช้สิทธิ์เข้าร่วมการประชุม และเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค ลำดับที่ 2 จ.เชียงใหม่ด้วย ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายบุญธรรม บุญหมื่น เป็นหัวหน้าสาขาพรรค

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ต้องเช็คอดีตส.ส.ของพรรค ว่าเหลืออยู่เท่าไร แต่ให้อดีตส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม ได้ลงสมัครก่อน ยกเว้นผู้สมัครเดิม อาจมีการเปลี่ยนแปลง ต้องยอมรับว่า ภาคเหนือ ภาคอีสาน มีคนล้น แต่ละเขตมีผู้เสนอชื่อมากกว่า 1 ราย

"ภาคเหนือ มีอดีตส.ส.ย้ายพรรคน้อยมาก เป็นอดีต ส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง แต่ไม่กระทบกระเทือนอะไร ส่วนอดีตส.ส.เชียงใหม่ ไม่มีใครย้ายพรรค ทุกคนอยู่ ส่วนความคาดหวัง ที่นั่งส.ส.ภาคเหนือ ได้ทำโพลสำรวจของสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานต่าง ๆ พบ ว่าประชาชนให้ความนิยม และต้องการพรรคมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความเดือดร้อน ในห้วงที่ผ่านมา และคาดหวังว่าพรรคเพื่อไทย จะเข้าไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนได้" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้พูดไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่คิดหวนมาเล่นการเมืองอีก เพียงแต่ท่านมีความรัก ห่วงใยประชาชนและประเทศเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่ความผิด ไม่ได้เป็นปัญหา ส่วนผู้ลงสมัคร ส.ส. นายทักษิณ ไม่มีส่วนเลือก ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัคร ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย การเลือกผู้สมัคร ไม่ได้แตกต่างพรรคอื่น อาจแตกต่างที่เลือกหัวหน้าพรรค เพื่อใช้วิธีโหวตเตอร์ เป็นการแข่งขันตามปกติ ทุกพรรคทำเหมือนกัน แต่บางพรรคหาเสียงเลือกหัวหน้าพรรคได้ แต่พรรคเราทำไม่ได้ เพราะเคยถูกยุบพรรคมา 2 ครั้งแล้ว ก็ต้องระวัง การเลือกหัวหน้าพรรค ไม่มีใครชี้นำ เพียงแต่ไม่มีโอกาสไปหาเสียงเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ ว่าพรรคเพื่อไทย จะได้ ส.ส. 200 ที่นั่ง บวกกับพรรคที่เป็นพันธมิตรอีก 100 ที่นั่ง เป็น 300 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เท่าที่ติดตาม นายทักษิณ ไม่ได้พูด เพื่อเข้ามาก้าวก่ายพรรค แต่แสดงความเห็นในฐานะที่อยู่ภายนอก ซึ่งประชาชนอยากให้ประชาธิปไตยกลับคืนมา ดังนั้นพรรคที่อยู่ในซีกประชาธิปไตย น่าจะได้ ส.ส.เท่าไร หากคาดเดาความคิดจาก นายทักษิณ ว่าฝ่ายที่อยู่ซีกประชาธิปไตย คงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้น เนื่องจากได้รับการปฏิบัติไม่ทัดเทียม ได้รับความยากลำบากการดำรงชีวิต ส่วนจำนวน ส.ส.ได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหัวหน้า และคณะกรรมการบริหารพรรคมากกว่า

'ทักษิณ'เตรียม โผล่สวีเดนเล็คเชอร์เขย่าเลือกตั้งไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจของกลุ่มคนเสื้อแดง ได้มีการรายงานความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างต่อเนื่อง โดยที่น่าจับตาที่สุดในช่วงนี้ก็คือ กรณี นายทักษิณ จะเดินทางไปบรรยายเรื่องการเมืองไทย ที่มหาวิทยาลัยในสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในวันที่ 6 พ.ย.นี้

ทั้งนี้ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการเสื้อแดง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Pavin Chachavalpongpun” ระบุว่า แจ้งอีกทีครับ มหาวิทยาลัยสต๊อกโฮล์ม สวีเดน ได้เชิญ ดร.ทักษิณ ชินวัตร มาบรรยายเรื่องการเมืองไทย การเลือกตั้งและอนาคตประชาธิปไตยของไทย และได้เชิญผมมาเป็น discussant ของงานด้วย จะมีขึ้นวันที่ 6 พ.ย.นี้ พบกับที่สต๊อกโฮล์มครับ

"ขอแจ้งข่าวสำคัญครับ ผมจะขึ้นเวทีร่วมกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยสต๊อกโฮล์ม โดยคุณทักษิณ จะมาเล็คเชอร์ในหัวข้อ การเลือกตั้งและอนาคตของประชาธิปไตย และผมทำหน้าที่ผู้วิพากษ์คุณทักษิณ งานนี้จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 6 พ.ย. ณ มหาวิทยาลัยสต๊อกโฮล์ม คุณทักษิณ ไม่ได้เล็คเชอร์ในสถาบันการศึกษาต่างชาติมานานพอควร นี่เป็นโอกาสเหมาะที่จะได้ยินคุณทักษิณ พูดเรื่องการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย และอนาคตของไทย เรียนเชิญ" นายปวิน กล่าวผ่านเฟชบุ๊ก
กำลังโหลดความคิดเห็น...