xs
xsm
sm
md
lg

“เดินหน้า” การเมืองแบบ “บิ๊กตู่” (ตอนสิบสี่) “บิ๊กตู่” จะร้องเพลงไหนหว่า???

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”

“คนจะประเสริฐ เพราะการกระทำและความประพฤติ”

“ผู้นำเลือกตั้ง” กับ “ผู้นำรัฐประหาร” ใครจะดีหรือเลวนั้น มิได้ชี้วัดกันที่มาจาก “เลือกตั้ง” หรือ “รัฐประหาร” เพราะประชาชนจะเป็น “ผู้ตัดสินชี้ขาด” จากผลงานว่า “ผู้นำคนใด” ทำเพื่อชาติและประชาชน หรือทำเพื่อตนเองและพวกพ้อง

นักเลือกตั้ง-นักวิชาการ-สื่อมวลชน ฯลฯ ผู้ชื่นชอบประชาธิปไตยทุนนิยมแบบตะวันตก มัก “ส่งออกปัญญาเถรตรง”โฆษณาชวนเชื่อว่า

ประชาธิปไตยเลือกตั้ง! “โลกสวย” เหนือกว่าการเมืองใดในโลก หรืออย่างน้อยก็เลวน้อยที่สุด มีเสรีภาพมากที่สุด ผู้คนทุกระดับมีส่วนร่วมทางการเมืองมากที่สุด ฯลฯ แม้จะมีเรื่องสกปรกมากมายก็บ่เป็นหยังดอก เพราะมีระบบตรวจสอบและลงโทษอยู่พร้อมสรรพ เพราะถ้า “นักการเมืองชั่ว” ทำผิดกฎหมายหรือโกงชาติ ก็มีช่องทางจะถูก “โหวตออกจากตำแหน่ง” ได้เสมอ

กระทั่งหากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ประชาชนก็สามารถลงโทษ ด้วยการไม่เลือก “นักการเมืองชั่วคนนั้น” ไม่ให้กลับเข้ามาทำงานในสภาและรัฐบาลได้ด้วยนะจ๊ะ

แต่ในความเป็นจริง หาเป็นเช่นว่านี้ไม่.. เพราะ “กลุ่มนักการเมืองชั่ว” รู้ว่า “เงิน-อำนาจ-ผลประโยชน์” ซื้อผู้คนในระบอบประชาธิปไตยเลือกตั้งกำมะลอได้

ดังนั้น การเลือกตั้งในชาติไทยครั้งแล้วครั้งเล่า จึงมีเรื่องชั่วร้ายเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้

เกิดการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น! ชาติได้ สส. ในสภาไร้คุณภาพไร้คุณธรรมมากขึ้น! ชาติได้นายกฯและครม.ไร้คุณภาพไร้คุณธรรมมากขึ้น! ชาติได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่โกงชาติมากขึ้น! ชาติเกิดการขับไล่และรัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาลมาจากเลือกตั้งโกงชาติซ้ำๆซากๆ..

ทว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง คือ รัฐประหารที่ผ่านมา “ผู้นำชาติ” ไม่ปราบปรามการคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังเท่าที่ควร! ไม่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆ โดยเฉพาะไม่แก้ปัญหาการกระจายรายได้ ให้ผู้มีรายได้น้อยและยากจนอย่างจริงจังเท่าที่ควร จึงทำให้ปัญหา “รวยกระจุกจนกระจาย” เพิ่มขึ้นอีกด้วย!

ที่สำคัญไม่ “ปฏิรูปชาติก่อนเลือกตั้ง” ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งยังคงไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ทำให้ “กลุ่มคนชั่ว” มีโอกาสจะ “กลับมาครองเมือง” ขณะที่ “กลุ่มคนดี” ยากที่จะได้บริหารชาติบ้านเมือง”!

นั่นหมายถึง..ภายใต้การเมืองสามานย์ ที่มิใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชน หากแต่เป็นประชาธิปไตยเลือกตั้งกำมะลอ ผสานกับระบอบเศรษฐกิจ “ทุนนิยมสามานย์” ที่เห็นแก่ตัวและโลภไม่รู้จักพอ ซึ่งทำให้ “ทุนใหญ่ทุนยักษ์” ทั้งในชาติและต่างชาติ ใช้ “อำนาจรัฐ” ผ่าน “ผู้นำชาติ” กับ “รัฐบาล” เอื้อประโยชน์ในการกอบโกยผลประโยชน์ในชาติไทยได้อย่างสะดวกดาย..

ดังนั้น สูตรสำเร็จรูป “ทุนนิยมสามานย์” จึงต้องผนึกแนบแน่นกับระบอบ “ประชาธิปไตยเลือกตั้ง” สไตล์ “ชาติมะกัน” กับพวก

ด้วยเหตุนี้นี่เอง ที่ทำให้ชาติไทยใช้ระบอบการเมือง “ประชาธิปไตยเลือกตั้ง” ควบคู่ไปกับระบอบเศรษฐกิจ “การค้าเสรี” สไตล์ “ชาติมะกัน” และชาติตะวันตก โดยจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้เด็ดขาดนะเฟ้ย..

เพราะระบบเศรษฐกิจ “การค้าเสรี” แบบเต็มร้อย จะเปิดช่องทางให้ “ปลาใหญ่ปลายักษ์” ที่กินไม่รู้จักพอ “สวาปามปลาเล็กปลาน้อย” ได้อย่างเสรีตลอดเวลา จน “ปลาเล็กปลาน้อย” ในท้องทะเลบางแห่งสูญพันธุ์ไปเลย..

อ้อ..แล้วใครหน้าไหนอย่ามาเรียกร้องบ้าๆบอๆ หวังให้ “ทุนใหญ่ทุนยักษ์” ทั้งในชาติ และชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งหลาย กลับเนื้อกลับตัว เปลี่ยนเป็นทุนนิยมแบบ “เอื้ออาทร” หรือใช้ระบบ “เศรษฐกิจการค้าที่เป็นธรรม” หรือ “แฟร์เทรด” เชียวนะ เพราะระบอบ “ฟรีเทรด” ของ “ทุนนิยมสามานย์มะกัน” กับพวกนั้น ล้วนถือ “ผลประโยชน์สูงสุด” และ “พระเจ้าเงินตรา” เป็นสรณะว้อย..

อย่างไรก็ตาม ณ ห้วงนี้ บรรดา “การเมืองเถรตรงส่งเดช” ทั้งหลาย ยังคงยึดถือระบอบ “ประชาธิปไตยเลือกตั้ง” เลียนแบบตะวันตกทั้งดุ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลง เพราะหลงเชื่อว่าเลอเลิศประเสริฐศรีโปร่งใสต๊ะติ๊งโหน่ง อีกทั้งเชื่อว่า “การเลือกตั้ง” สอดคล้องกับทุกสังคม เพราะหลังการเลือกตั้ง บรรดา “มหาอำนาจชาติตะวันตก” ทั้งหลาย จะดาหน้าเข้ามา “ลงทุน”โกยผลประโยชน์กันอย่างมูมมามไงล่ะ..

งานนี้..จึงมักมี“นักการเมือง-นักวิชาการ-พ่อค้านักธุรกิจ” รวมทั้งสื่อมวลชนเครือข่ายทุนสามานย์ จะออกมาโฆษณาให้ผู้คนเชื่อมั่น ใน “มหาอำนาจชาติลุงแซม” และชาติตะวันตกต่อไป และอย่าได้เสียเวลาคิดเหตุ-คิดผล-คิดควร-คิดไม่ควร-คิดถูก-คิดผิด ฯลฯ หรือคิดอะไรมากมายจน “ปวดเฮด” อีกเลย ขอให้เชื่อมั่นว่า “การเลือกตั้ง” คือ “ยาวิเศษฝุดๆ” ของชาติ แค่นี้พอ!..

อ้อ..ส่วนชาติที่ไม่เคยมีปัญหาทางการเมืองมาก่อน แต่พอหันมาใช้ระบอบ “ประชาธิปไตยเลือกตั้ง” แล้วเกิดการโกงเลือกตั้ง แถมได้รัฐบาลมาจากเลือกตั้งโกงชาติ เกิดความแตกแยกของคนในชาติ ถึงขั้นรบราฆ่าฟันเผาบ้านเผาเมืองกันจนวินาศสันตะโร.. ก็อย่ากังวล! เพราะเรามียาวิเศษรวมอยู่ในแพ็คเกจ!

แค่แก้ไขด้วยสูตร “ปรองดอง” โดยไม่ต้องสนใจว่าใครถูกใครผิด โดยไม่ต้องเสียเวลาปฏิรูปชาติทุกภาคส่วน แค่ “ผู้นำชาติ” ทำให้ “พระกับโจร-ตำรวจกับโจร” มาร่วมร้องเพลงประสานเสียง “ฉันรักเธอ-เธอรักฉัน” และร้องเพลง “ถูกผิดช่างมัน-ฉันไม่แคร์” อะไร เทือกนั้น..

อืม..ถ้า “โลกสวย” ทำให้ “ปรองดอง” กันได้ขนาดนี้ แล้วถ้าชาติไทยยังไม่ดีขึ้นอีก เราคงต้องไป “ปรองดอง” ในชาติหน้ากันตอนบ่ายๆโน่นเลย.,

งานนี้..จงเชื่อ “ชาติลุงแซม” กับพวกต่อไปนะว่า “ท่านผู้นำรัฐประหาร” ไม่ต้อง “ปฏิรูปชาติ” ใดๆทั้งสิ้น แต่จงแก้ไขต้นเหตุปัญหาชาติซ้ำซากไปเรื่อยๆ ด้วยวิธี “เลือกตั้ง-เลือกตั้ง-เลือกตั้ง” ต่อไปนะว้อยชาติไทย..

เพราะแม้ “การเลือกตั้ง” จะสกปรกน้อย-สกปรกมาก-โคตรสกปรก ก็ต้องถือเป็นการเลือกตั้งโกงกันแบบไทยๆมานมนานแล้ว จึงอย่าได้วิตกจริตอะไรเลย เพราะ “ชาติลุงแซม” กับพวกถือว่า การ “เลือกตั้งสกปรก” มิใช่เรื่องใหญ่ และมิใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร เพราะถึงเป็น “ประชาธิปไตยเลือกตั้งกำมะลอ” ก็บ่เป็นหยังดอก.. เพราะ “พวกยู” โกหกหลอกลวงจนประชาชนเชื่อว่า นั่นคือ..ระบอบประชาธิปไตย(ว่ะ)!

ดังนั้น ทุกครั้งที่รัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้งโกงชาติ ก็ไม่ต้องไปเสียเวลาร่ำไรกับ “การปฏิรูปชาติ” ใดๆ ทั้งสิ้น ต้องรีบจัดให้มี “การเลือกตั้งใหม่” อีกครั้งเลย!

ฮะ? อะไรนะ? อ๋อ..ถ้าพวกรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งชุดเดิม ดันโกงเลือกตั้งชนะเป็นอันดันหนึ่ง และได้เป็นรัฐบาลโกงชาติอีก..“ถามว่า” จะทำไงดีน่ะหรือ?

เฮ้ย..อย่าเสียเวลากับคำถามโง่ๆเลย ก็แค่ให้ “คณะนายทหาร” ที่มีอำนาจขณะนั้น ทำรัฐประหารอีกครั้งสิวะ..อ้อ..แต่อย่าลืมสูตรเด็ดล่ะ นั่นคือ ก่อนรัฐประหารต้องให้ประชาชน ที่รักชาติชุมนุมเดินขบวนขับไล่รัฐบาลโกงเลือกตั้งและโกงชาติ จนเกิดเหตุชุลมุนบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือก่อนนะ จะได้เป็นข้ออ้างว่า รัฐบาลชั่วไร้ “น้ำยา” แก้ปัญหาความแตกแยก จนทหารจำต้องออกมาทำรัฐประหารไงล่ะ..

ณ สถานการณ์อันเลวร้ายแบบนั้น คณะรัฐประหารจะได้ตัดตอนอำนาจ “รัฐบาลชั่ว” ตรงตามความต้องการของประชาชน คณะรัฐประหารจะได้รับ “ดอกไม้” ล้นหลามในห้วงแรกแน่นอน..แม่นบ่?

ฟันธงได้เลยว่า..ถ้าชาติได้ “ผู้นำ” รัฐประหารหรือเลือกตั้งดี! มีผลงานโดดเด่นในการทำเพื่อชาติและประชาชน แน่นอน..ย่อมมีโอกาสที่จะได้บริหารชาติต่อเนื่องยาวนาน เพราะประชาชนชื่นชมและให้การสนับสนุนนั่นเอง

แหม..ก็แหงล่ะ..เพราะผู้คนทุกชาติรวมทั้งชาวไทย ล้วนต้องการ“ผู้นำชาติ” ที่ดีที่ทำเพื่อชาติและประชาชนคนส่วนใหญ่ ดังนั้น แม้ “ผู้นำชาติดี” ไม่ต้องการจะสืบทอดอำนาจ ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะเรียกร้อง-ร้องขอ ให้ “ผู้นำชาติ” ที่ทั้งดีและเก่งอยู่ในอำนาจสืบไป เพื่อแก้ไขและขจัดต้นเหตุปัญหาชาติ ให้ลดน้อยหรือหมดไปไงล่ะ..

ทว่า.. เวลานี้..“ผู้นำชาติดี” มีผลงานโดดเด่น ทำให้คนไทยมีความสุขถ้วนทั่วจริงๆน่ะ..มิใช่ “บิ๊กตู่” แล้วล่ะ..

แต่งานนี้ผู้คนก็ยังอยากร้องเพลง “ถามใจ ‘บิ๊กตู่’ ดูก่อน” ว่า “บิ๊กตู่” จะร้องตอบด้วยเพลง “ถึงเวลาฉันทำจริง” หรือจะเอาแต่ร้องเพลง “ขอให้ฉันสืบทอดอำนาจ” ไปเรื่อยๆ???




กำลังโหลดความคิดเห็น...