xs
xsm
sm
md
lg

รัฐอิสระ “ตำรวจ”

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา


ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมตำรวจเกิดขึ้นซ้อนๆ กันถึง 3 กรณีใหญ่ สร้างความคับแค้นใจให้ประชาชน แต่กลับไม่มีผู้มีอำนาจคนใดในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ความใส่ใจ

กรณีแรก เป็นคดีที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ตำรวจระดับสัญญาบัตรและชั้นประทวนรวม 6 นาย ในความผิดฆ่าแขวนคอวัยรุ่นอายุ 17 ปีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษหนักจำเลยทั้ง 6 คน จนนายตำรวจ 1ใน 6 ผู้ต้องหา ยอมถูกยึดเงินประกันตัว 1 ล้านบาท โดยไม่มาฟังคำตัดสินของศาล

คดีนี้มีความซับซ้อน เพราะญาติเหยื่อถูกคุกคาม แม้ขอเข้าโครงการคุ้มครองพยาน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง นอกจากนั้นพยานสำคัญยังตายปริศนาคาโรงพยาบาล โดยที่นายตำรวจใหญ่ 3 คนได้รับการประกันตัว บางคนยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และได้เลื่อนตำแหน่ง มีเพียง 3 ตำรวจชั้นประทวนเท่านั้นที่ถูกจองจำ

ก่อนศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ทุกฝ่ายคาดว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนต้องได้รับโทษ แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ทุกคนจึงกลายเป็นผู้บริสุทธิ์สามารถกลับเข้ารับราชการได้

ครอบครัวตำรวจคดีอุ้มฆ่าวัยรุ่นที่จังหวัดกาฬสินธุ์แสดงความยินดีกันไป แต่บิดามารดาวัยรุ่นที่ถูกฆาตกรรม ไม่รู้จะเรียกหาความเป็นธรรมจากใคร เพราะลูกชายต้องตายฟรี โดยกระบวนการยุติธรรมยังไม่อาจนำฆาตกรใจอำมหิตมาลงโทษได้

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจและองค์กรสิทธิมนุษยชนออกแถลงการณ์ทันที หลังศาลฎีกายกฟ้อง 6 ตำรวจกาฬสินธุ์ เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์สั่งสอบสวนคดีฆาตกรรมอำพรางลักษณะเดียวกันกับวัยรุ่นที่ถูกจับแขวนคอฆ่าอำพรางอีก 20 ศพในจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากหน่วยงานใด

กรณีต่อมาคือ กรณีคุณลุงชาวจังหวัดนครราชสีมา ถูกตำรวจจังหวัดนครสวรรค์เรียกตรวจควันดำ และอ้างว่า วัดค่าควันดำได้ 83% ซึ่งคุณลุงยืนยันว่า รถเพิ่งซื้อมาใหม่ ไม่น่าจะมีปัญหาควันดำ แต่ตำรวจไม่ฟังคำชี้แจง ยืนกรานที่จะปรับ 1,000 บาท และคุณลุงขอต่อรองเหลือ 500 บาท เพราะมีเงินติดตัวเพียง 1,500 บาท ถ้าจ่ายค่าปรับ จึงกลัวไม่มีเงินเติมน้ำมัน และไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับบ้าน

แต่ตำรวจไม่ใส่ใจปรับ 1,000 บาท คุณลุงเหลือเงินเติมน้ำมัน 500 บาท และระหว่างทางลูกสะใภ้และหลานอายุน้อย ที่ร่วมเดินทางไปด้วยไม่ได้กินอะไรเลย ต้องทนหิวจนถึงบ้าน

คุณลุงคับข้องใจในปัญหาควันดำ จึงนำรถไปที่ขนส่งจังหวัด ตรวจวัดค่าควันดำ ปรากฏว่า อ่านค่าได้ 30% ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 50%

ความคับแค้นใจที่ถูกกระทำจากพฤติกรรมตำรวจ จึงนำเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา โดยเดินทางมาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยประสานงานให้นายมาร์ค พิทบูล นักต่อสู้เพื่อความยุติธรรมช่วยเหลือ ประสานงานเพื่อร้องเรียน

แต่ข้อร้องเรียนไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่มีนายตำรวจใหญ่มารับคำร้องเรียน และหนังสือร้องเรียนที่ยื่นไป ไม่มีคำตอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร แม้จะปักหลักรอคำตอบกันแทบทั้งวันทั้งคืนก็ตาม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ความคับแค้นใจของคุณลุงชาวโคราชที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ความรับผิดชอบ และไร้ความเมตตาของตำรวจ สื่อมวลชนนำเสนอน้อยมาก แทบหาข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับใดไม่ได้

กรณีสุดท้าย เป็นคดีทุจริตงบประมาณ 14 ล้านบาท เมื่อปี 2536 ซึ่งขาดอายุความฟ้องทางแพ่ง ทั้งที่กรมบัญชีกลางระบุว่า มีผู้ต้องหาที่ต้องรับผิดชอบชดใช้กว่า 10 คน ตั้งแต่นายตำรวจระดับรองผู้กำกับจนถึงตำรวจระดับนายสิบ ซึ่งสำนักงานกฤษฎีกายืนยันว่า ผบ.ตร.ต้องดำเนินการกับผู้รับผิดชอบที่ปล่อยให้คดีหมดอายุความ

ยังมีพฤติกรรมตำรวจที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอีกหลายคดี ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจที่ชุมพรยัดข้อหายาเสพติดเรียกเงิน 1 ล้านบาทเพื่อปิดคดี จนภรรยาผู้เสียหายประกาศเปิดโปงพฤติกรรมตำรวจแก๊งตบทรัพย์ หรือนายตำรวจระดับรองสารวัตร สน.บางยี่ขัน เป็นนายทุนเงินกู้ดอกมหาโหดที่ลูกหนี้ออกมาแฉพฤติกรรม

ความไม่เป็นธรรมที่ประชาชนถูกกระทำจากพฤติกรรมตำรวจ ตกเป็นข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวัน แต่ไม่มีผู้มีอำนาจคนใดใส่ใจในความทุกข์ร้อนหรือความคับแค้นใจของประชาชน

แม้แต่พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งต้องการสืบทอดอำนาจต่อ โดยที่ประชาชนหาคำตอบไม่ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อเพื่ออะไร ในเมื่อ 4 ปีเศษที่ผ่านมา แทบไม่ได้แก้ปัญหาอะไร โดยเฉพาะปัญหาตำรวจ

ไม่มีใครเรียกร้องให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ปฏิรูปตำรวจแล้ว เพราะเสียเวลาเปล่ากับผู้นำประเทศคนนี้ ซึ่งกุมอำนาจเบ็ดเสร็จมากว่า 4 ปี แต่ไม่เคยมีใครได้ยินเสียงตำหนิตำรวจแม้แต่คำเดียว มีแต่ตะคอกใส่น้องๆ นักข่าว เพียงเพราะไม่พอใจคำถามเท่านั้น

แต่ตำรวจที่สร้างความทุกข์ร้อนให้ประชาชนไม่เว้นแต่ละวัน กลับไม่ใส่ใจ และทำให้ตำรวจกลายเป็นรัฐอิสระที่ไร้การควบคุม จะทำอะไรผิดได้ตามใจชอบ ไม่ต้องกลัวกฎหมาย ไม่ต้องกลัวถูกลงโทษ ไม่ต้องกลัวผู้มีอำนาจหน้าไหน

และไม่เคยมีผู้นำประเทศคนใด บังอาจแตะต้องตำรวจ แม้แต่พล.อ.ประยุทธ์ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จก็ตาม

ปฏิรูปตำรวจเพียงเรื่องเดียวยังทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ยังอยากกลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกหรือ
กำลังโหลดความคิดเห็น...