xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ศก.ฐานรากที่เป็นจริง

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายอุตตม สาวนายน กับเลขาธิการ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ใช้เวลาวันหยุดราชการวางตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ที่กระทรวง ชวนกรรมการบริหารพรรคลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เพื่อพบปะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

ทำไมต้องไปตลาดน้ำคลองลัดมะยม

เพราะว่า นายชวน ชูจันทร์ คนที่ไปจดทะเบียนตั้งพรรคพลังประชารัฐ และเป็นหนึ่งในว่าที่กรรมการบริหารพรรค เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เป็นผู้ที่ริเริ่ม ผลักดันให้เกิดตลาดน้ำคลองลัดมะยมเมื่อ 13 ปีก่อน จนประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตตลิ่งชัน ถือได้ว่า เป็นต้นแบบของ ตลาดน้ำยุคปัจจุบันที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตตามธรรมชาติ แต่เป็นตลาดน้ำคนสร้าง เพื่อรองรับการท่องเที่ยวซึ่งเกิดขึ้นหลายแห่งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

สำหรับนายชวน หรือลุงชวน ตลาดน้ำคลองลัดมะยมไม่ใช่เป็นเพียงตลาดน้ำขายของกินของใช้ให้นักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ต้องการเปลี่ยนวิธีคิดของคนในชุมชนในเรื่องของการพัฒนาแบบพึ่งตัวเอง และรื้อฟื้นชุมชนเข้มแข็งกลับมา พร้อมกับอนุรักษ์คลองในย่านนี้ที่มีอยู่กว่า 30 สาย ที่เป็นเส้นเลือดสำคัญหล่อเลี้ยงเรือกสวนไร่นาของชุมชน รวมถึงเป็นทางสัญจรด้วย

ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเริ่มต้นจากการพูดคุยของชาวบ้านไม่กี่คน ช่วยกันลงแรงและทุนเท่าที่มี สร้างร้านขายขนม กล้วยทอด ข้าวแกง ฯลฯ ไปตามกำลังทุนที่มี โดยไม่มีการกู้เงินมาลงทุน ไม่ต้องไปของบประมาณจากใคร

ลุงชวน ให้สัมภาษณ์สื่อฉบับหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2553 ว่า เมื่อคนในชุมชนรู้จักพึ่งตัวเอง รู้จักสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและวางแผนบริหารจัดการด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอให้คนอื่นหรือรัฐมาช่วยแก้ปัญหาหรือคอยทำอะไรให้ ก็จะช่วยสร้างชุมชนให้กลับมาเข้มแข็ง

เมื่อชาวบ้านรู้จักพึ่งตัวเอง ชาวบ้านจะสามารถออกแบบนักการเมืองที่ต้องการได้ จะไม่เลือกนักการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียง หรือนักการเมืองประเภทสร้างถนนให้ แต่จะเลือกคนที่มีแนวทางพัฒนาที่สอดรับกับชุมชน สอดรับกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รู้จักต่อรองแจ้งความต้องการของชุมชนต่อรัฐ ไม่ใช่รอให้รัฐละลายงบประมาณไปกับโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม จึงมีมิติในทางเศรษฐกิจ เป็นเป้าหมาย แต่เป็นเศรษฐกิจในระดับฐานราก หรือเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 นโยบายประชารัฐของรัฐบาล คสช.และเป็นวาระหนึ่งในแผนการปฏิรูปประเทศด้วย เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่ต้องการขจัดปัญหารวยกระจุก จนกระจาย ลดความเหลื่อมล้ำที่ “ทีมสมคิด” ผลักดันมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่างๆ

การเลือกไปลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นอกจากเพราะว่านายชวน เป็นผู้บุกเบิกตลาดน้ำแห่งนี้ ก็คงเป็นเพราะว่าตลาดน้ำแห่งนี้เป็นรูปธรรมของเศรษฐกิจฐานรากที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า เป็นจริง เกิดขึ้นได้ด้วยการบริหารจัดการของสมาชิกในชุมชนเอง

ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของรัฐบาลนี้ในด้านเศรษฐกิจคือ การสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ เอื้ออำนวยประโยชน์แก่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ในความเป็นจริง การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากเกิดขึ้นควบคู่ไปด้วย แต่ยังไม่เห็นภาพชัดเจน เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องทำร่วมกันทั้งหน่วยงานราชการหลายๆ กระทรวง ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทั้งยังถูกเข้าใจผิดไปจนกระทั่งบิดเบือนโจมตีด้วยอคติว่า เบื้องหลังคือ การเอื้อประโยชน์ให้กับทุนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้านค้าประชารัฐ โครงการบริษัทประชารัฐ โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ฯลฯ

เศรษฐกิจฐานราก คือ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นที่สามารถพึ่งตนเอง เป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาด้านต่างๆ ในพื้นที่ มีแนวทางการพัฒนาและการจัดการโดยชุมชนท้องถิ่นให้ครบวงจรมากที่สุด มีการสร้างทุนและกองทุนที่เข้มแข็ง มีการผลิตพื้นฐานการแปรรูป การตลาด การผลิตอาหาร และความจำเป็นพื้นฐานต่างๆ สำหรับคนในพื้นที่อย่างพอเพียง และพัฒนาเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือเป็นธุรกิจของชุมชน

ทั้งนายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล 4 รัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเรื่อง เศรษฐกิจฐานรากธุรกิจชุมชนเอาในตอนนี้ ตอนที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง แต่พวกเขาสนใจศึกษาค้นคว้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำชุมชนมาไม่ต่ำกว่า 5-6 ปี ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของมูลนิธิสัมมาชีพ ซึ่งมีนพ.ประเวศ วะสี เป็นที่ปรึกษา เป็นมูลนิธิซึ่งมีเป้าหมายผลักดันแนวคิดวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างผู้นำที่มีความคิดนี้ ทั้งผู้ประกอบการภาคประชาสังคม

ว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และสมาชิกพรรคหลายคนคือ ผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จัดมา 9 รุ่นๆ ละ 60 คน เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศว่า เปิดกว้างสำหรับความหลากหลาย

การเลือกตลาดน้ำคลองลัดมะยมเป็นพื้นที่การพบปะประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นในวันนี้คือ ก้าวแรกของการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากเข้าสู่สนามเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐคือ การลงไปสัมผัสความเป็นจริงในภาคปฏิบัติจากผู้ที่ลงมือทำ มีประสบการณ์จริงกับปัญหาและอุปสรรคมาแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...