xs
xsm
sm
md
lg

โลกในช่วง “กรรมติดจรวด”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย
เปิดฉาก เปิดผ้าม่านกั้ง สัปดาห์นี้...คงต้องสารภาพว่า ไม่รู้ว่าจะชวนให้ตามไปดู ไปโฟกัส ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกกัน ณ ที่ตรงจุดไหน พื้นที่ไหน ประเทศไหนกันดี เพราะช่วงระหว่างนี้ อะไรต่อมิอะไรมันดูจะ “ป่วน” กันไปทั้งโลกนั่นแหละทั่น คือมันเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบที่ผู้นำรัสเซีย ประธานาธิบดี “วลาดิมีร์ ปูติน” ท่านสรุปรวบยอดไว้ในระหว่างการบรรยาย อธิบาย ให้กับผู้คนในที่ประชุม “Russian Energy Week Forum” เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั่นแหละว่า... “ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และความผันผวนปรวนแปรในแบบคาดเดาแทบไม่ได้ กำลังเติบโตเพิ่มขึ้นๆ ในฉากสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้...”

แม้แต่ “3 จอมป่วน” แห่งโลก ที่พยายามป่วนใครต่อใครเขาไปทั่ว คือ คุณพ่ออเมริกาหนึ่ง อิสราเอลอีกหนึ่ง และซาอุดีอาระเบียอีกหนึ่ง ขณะนี้ก็กำลังเจอกับความป่วน หรือต้องเผชิญกับ “ผลกรรรมแห่งความป่วน” ที่ตัวเองเคยไปก่อเอาไว้ ตามมาตอบสนองชนิดออกอาการเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊กกันไปเป็นแถบๆ อเมริกาที่ว่ากันว่ากำลังกลับมายิ่งใหญ่ เกรียงไกร เพราะ “American First” ของ “ทรัมป์บ้า” ตัวเลขจีดีพีโตเอาๆ อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นตามระดับที่คาดคะเนไว้ อัตราการว่างงานต่ำเตี้ยเรี่ยดินในรอบ 40-50 ปี จนธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นระลอก แต่ก็ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นๆ จนทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ไม่ว่าอายุ 5 ปี 10 ปี 30 ปี พุ่งพรวดพราดไปในระดับ 3 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ จนถึง 4 เปอร์เซ็นต์โน่นเลย ไปๆ-มาๆ มันกลับก่อให้เกิด “คำถาม” ก่อให้เกิดความไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจใน “ความร้อนแรง” ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในลักษณะที่ว่ากันว่า...เลยกลายเป็นตัวฉุดดึงให้ตลาดหุ้นในสหรัฐฯ ปักหัวดิ่งกันไปเป็นแถบๆ ดาวโจนส์ติดลบไป 3.2 เปอร์เซ็นต์ เอสแอนด์พีร่วงไป 3.3 เปอร์เซ็นต์ แนสแดกหัวทิ่มไปถึง 4.1 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา...

และนั่นเอง...ที่กลายเป็นตัวฉุดดึงให้ตลาดหุ้นทั่วทั้งโลก พลอยต้องปักหัวดิ่งตามไปด้วย ตลาดหุ้นลอนดอนติดลบไป 1.7 เปอร์เซ็นต์ ปารีสติดลบไป 1.6 เปอร์เซ็นต์ เยอรมนีติดลบไป 1.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในแถบเอเชียแทบไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าตลาดหุ้นนิกเกอิของญี่ปุ่น เซี่ยงไฮ้ของจีน และฮั่งเส็งของฮ่องกง ร่วงลงไปเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 4-6 เปอร์เซ็นต์ ชนิด “แมงเม่า” ตายเกลื่อนกันไปแทบทั้งโลกเอาเลยถึงขั้นนั้น โดยว่ากันว่า...อันเนื่องมาจากบรรดา “นักลงทุน” ทั้งหลาย ต่างไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ ต่อ 1. ภาวะความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจ 2. ต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และ 3. ต่อความร้อนแรงแบบต่อเนื่องของ “สงครามการค้า” ระหว่าง 2 ผู้นำทางเศรษฐกิจโลก คือระหว่างจีนและสหรัฐฯ...ว่าซั่น!!!

ส่วนอีก 2 จอมป่วน...คืออิสราเอลและซาอุฯ ช่วงระยะเดียวกันนี้...ก็น่าจะ “เละ” ไม่แพ้กัน อิสราเอลนั้น...ขณะที่กำลังร้องท้ารัสเซียชนิดไม่ต่างไปจากหมูร้องท้าราชสีห์ ในกรณีที่รัสเซียแก้แค้นเอาคืน ด้วยการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 ไปให้กับกองทัพซีเรีย ไล่มาตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม และผู้นำทางทหารของอิสราเอล ต่างออกมาป่าวประกาศว่าจะอาศัยศักยภาพของ “เครื่องบินโจมตีที่แพงที่สุดในโลก” อย่างเครื่องบินล่องหน F-35 เล่นงานซีเรียและกองกำลังอิหร่านในซีเรียอย่างไม่มีวันลดละโดยเด็ดขาด แต่ขณะที่กำลังป่าวประกาศอยู่ดีๆ เครื่องบินที่แพงที่สุดในโลก (ลำละ 115-119 ล้านดอลลาร์) อย่างเครื่องบิน F-35 ก็ดันบินไปเอาหัวโหม่งโลก ที่ฐานทัพอากาศอเมริกันในแคลิฟอร์เนียซะนี่ เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยสาเหตุเพราะปัญหาในระบบท่อน้ำมัน หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ส่งผลให้รัฐบาลอเมริกันต้องเรียกเครื่องบินชนิดนี้กลับมาจากประเทศที่ได้ซื้อ-ขายส่งมอบไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น...โอกาสที่อิสราเอลจะอาศัยเครื่องบินล่องหน F-35 ที่มีอยู่ด้วยกัน 8 ลำ ไปโจมตีเล่นงาน ระบบป้องกัน S-300 ก่อนจะติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ภายใน 3 เดือน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย และนั่น...น่าจะทำให้แผนการที่คิดจะเล่นงานซีเรีย อิหร่าน ไปจนถึงพวกเฮซบอลเลาะห์ น่าจะออกไปทาง “แห้วรับประทาน” กันอีกตราบนานเท่านาน...

สำหรับอีก 1 จอมป่วน...อย่าง ซาอุฯ ช่วงนี้ ก็แทบไม่ต้องพูดถึง เจอเข้ากับเรื่อง “ฆ่าหั่นศพ” นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ชื่อดัง อย่าง “นายจามาล คาช็อกกี” แค่เรื่องเดียวเท่านั้น ก็แทบไปไม่เป็น ไปแล้วในทุกวันนี้ ด้วยความเหี้ยมโหดอำมหิตระดับ “ม.ม้า” แทบวิ่งไล่ไม่ทัน ส่งผลให้กระแสการตำหนิประณามรัฐบาลซาอุฯ แผ่ซ่านไปทั่วทั้งโลกเอาเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะบรรดาพวก “สื่อกระแสหลัก” ในโลกตะวันตก ที่เคยออกแรงเชียร์ ชโลมชเลียร์ มกุฎราชกุมาร “MbS” ไม่ว่าในฐานะ “นักปฏิรูป” หรือในฐานะพันธมิตรอันเหนียวแน่นของอเมริกาและโลกตะวันตกก็ตาม มาถึง ณ ขณะนี้ ต่างหันมาต่อต้าน คัดค้าน บอยคอตรัฐบาลซาอุฯ กันไปเป็นแถบๆ เกิดการประกาศถอนตัวจากคำเชื้อเชิญ ให้ไปร่วมงาน “Future Investment Initiative” ที่กรุงริยาดห์ ในช่วงปลายเดือนนี้แทบทั้งยวง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ CNN, BBC, CNBC ฯลฯ หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ นิวยอร์กไทม์ ฯลฯ แถมยังพยายามหันมากดดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ เลิกขายอาวุธให้ซาอุฯ กันซะอีกต่างหาก...

คือโดยสรุปรวมๆ แล้ว... “ผลกรรมแห่งความป่วน” ที่บรรดา “จอมป่วน” ทั้งหลาย พยายามสร้าง พยายามกระทำมาโดยตลอด มันเริ่มทำท่าว่าออกไปทาง “กรรมติดจรวด” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ความไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจต่อ “ความร้อนแรงของเศรษฐกิจอเมริกา” นั้น ถึงขั้นทำให้เกิด “กระแสทวน” เกิดการคาดเดา คาดคะเน ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะ “ฟองสบู่ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” แตกขึ้นมาในอเมริกาในอีกไม่นานนับจากนี้ หรืออย่างที่หัวหน้านักวิจัย “Global Research” “นายMurray Gunn” ท่านเรียกว่าภาวะ“จุดตัด” (The cusp) ระหว่าง “ความจริง” กับ “ความเชื่อ” อะไรประมาณนั้น และอาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอเมริกาภายในอีก 2 ปีข้างหน้า ที่อาจหนักซะยิ่งกว่าภาวะ “Great Depression” ที่เคยเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1929-1939 ซะอีก หรืออาจทำให้ 2 ใน 3 ของธุรกิจในอเมริกาพังพินาศกันไปเป็นแถบๆ...

เช่นเดียวกับพันธมิตรอันเหนียวแน่นของอเมริกา อย่างอิสราเอลและซาอุฯ ที่นับวันยิ่งออกอาการ “เมาหมัด” ระดับจำบ้านเลขที่ไม่ได้ กลับบ้านไม่เจอ หนักยิ่งขึ้นทุกที ภายใต้สภาวะเช่นนี้...มันจึงทำให้ฉากสถานการณ์ของโลกทั้งโลก เป็นไปในแบบที่ประธานาธิบดี “ปูติน” ท่านว่าเอาไว้นั่นแหละว่า... “ความผันผวนปรวนแปรในแบบคาดเดาแทบไม่ได้ กำลังเติบโตเพิ่มขึ้นๆ ในโลกทุกวันนี้” ส่วนอะไรที่จะสามารถนำมารับมือ กับความเป็นไปจากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำรัสเซียรายนี้ ท่านสรุปเอาไว้แบบสั้นๆ ง่ายๆ แต่สุดแสนจะประณีตลึกซึ้งเอามากๆ นั่นก็คือสิ่งที่ท่านเรียกว่า “Common Sense” หรือ “สัญชาตญาณพื้นฐานแห่งความมนุษย์” ทั้งหลายนั่นเอง ที่พอจะแยกแยะได้ว่า อะไรดี-อะไรชั่ว อะไรผิด-อะไรถูก และด้วยสิ่งที่ว่านี้นี่เอง ที่ผู้นำรัสเซียท่านเชื่อว่า...จะสามารถนำพามนุษยชาติทั้งหลาย กลับมาสู่ความรุ่งโรจน์ ความเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน และยั่งยืน...


กำลังโหลดความคิดเห็น...