xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

กลยุทธ์ดูดส.ส.“เนวิน” มา“ภท.”ได้เป็นรมต.แน่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ที่ว่าถูก “สามมิตร”ดูดไป “พลังประชารัฐ”พอถึงเวลาจริง แห่ไปซบ“ภูมิใจไทย”ของ “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าแก๊งกันเป็นโขยง จนโดนคนนินทาหมาดูถูกว่า เป็นยุทธศาสตร์ “แยกกันดี”ฉบับท็อปบูต

โดยวางเกมให้พวกสีขาวๆ มาอยู่ในเหล่าพลังประชารัฐ เน้นภาพสะอาดเหมือนกับ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่โนคอร์รัปชั่น ขณะที่พวกสีเทาๆ เอาไปเทให้พรรคยี้ห้อยร้อยยี่สิบ ที่ภาพติดลบ เพราะเป็นนักเลือกตั้งอาชีพขนานแท้

เพราะแม้สุดท้าย อดีต ส.ส.พวกนี้จะไม่ได้มาอยู่กับ“พลังประชารัฐ”แต่อย่างที่รู้กันมานานนมว่า“ภูมิใจไทย”ถูกมองว่า เป็นพรรคเด็กเส้นของ “ท็อปบูต”มาโดยตลอด แยกไม่ออก เพราะเป็นเนื้อเดียวกัน สายป่านคอนเนกชั่นถึงกันหมด โดยเฉพาะ “น้องเน”เนวิน ชิดชอบ กับ “พี่ป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

มองแบบนั้นได้ ไม่ผิดอะไร เพราะแต่ละคนที่ “ภูมิใจไทย”กระเดือกเข้าไปอยู่ในก๊วน ภาพลักษณ์ออกไปทาง“สายมาเฟีย”กันเสียเยอะ โดยเฉพาะ“ชาดา ไทยเศรษฐ์”อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เรื่อยไปถึง“ตระกูลสะสมทรัพย์”ที่ลือกันว่า จะมาลงเอยที่นี่ 

แต่ในความเป็นจริง ลองสแกนไปฝั่งอดีต ส.ส.ของทาง “สามมิตร”ที่ไปอยู่ชายคา“พลังประชารัฐ”ก็ไม่ได้ดีเด่กว่าอะไร หนักไปทาง “สีเทา” ไม่น้อยเหมือนกัน หลายคนหอบเสื้อผ้ามาจากพรรคเพื่อไทย มาอยู่ เพราะมีคดีความติดตัวมาทั้งนั้น

อย่าว่าแต่อดีต ส.ส. แม้แต่ตัวแกนนำอย่าง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ”หรือ “สมศักดิ์ เทพสุทิน”ก็เป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของ“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี กันมาทั้งนั้น เรียกว่ามันไม่ได้มีใครดีกว่าใครเลย “เทา”พอๆ กันทั้งสองพรรค

อดีตเด็กประชาธิปัตย์ที่มาอยู่ ไม่ว่าจะเป็น“พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์”อดีต ส.ส.กทม. “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ”อดีต ส.ส.กทม. และ “สกลธี ภัททิยกุล”อดีต ส.ส.กทม. เหล่านี้ล้วนเป็นแกนนำ กปปส. ต้องคดีปิดสถานที่ราชการ เด็กในคาถา“เดอะเทือก”สุเทพ เทือกสุบรรณ กันทั้งนั้น 

ยุทธศาสตร์แยก“เทา”แยก“ขาว”มันจึงเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เหตุผลจริงๆ ที่เห็นเงียบๆ ฟาดเรียบนะจ๊ะของ “ภูมิใจไทย”ซึ่งได้อดีต ส.ส.เกรดเอ กันมาเป็นขบวน ส่วนหนึ่งก็เพราะนโยบาย“เล่นสองหน้า”หรือ “เหยียบเรือสองแคม”ของ“เสี่ยหนู”ทั้งนั้น

เป็นมิตรกับ“คสช.” แต่ก็ไม่เป็นปฏิปักษ์กับ“ทักษิณ”ไม่ว่าใครจะมีอำนาจ “เสี่ยหนู”พร้อมนำทัพไปคบได้ทั้งสองชั้ว ตามสไตล์นักธุรกิจที่ต้องรักษาคอนเนกชั่นกับการเมืองทุกขั้วไว้ เพื่อผลประโยชน์ตัวเองที่จะได้โครงการรัฐในทุกๆ ปี ไม่ว่าใครได้เป็นรัฐบาล

เหตุฉะนี้ “ภูมิใจไทย”เลยเป็นชายคาพักกาย “นัมเบอร์วัน”ให้กับอดีต ส.ส. ที่ไม่ต้องการสร้างศัตรูถาวรกับใคร หลายคนที่ออกมาจากพรรคเพื่อไทย มาอยู่กับ“เสี่ยหนู” ใจจริงๆไม่ได้อยากมา แต่เพราะแรงบีบจาก “ท็อปบูต”ที่นำเรื่องคดีความ หรือการประกอบธุรกิจมืด มาบีบให้เป็นเห็[กระโดดหนีหมาตัวเก่า

แต่ครั้นจะไปอยู่กับ “พลังประชารัฐ”มันก็ชัดจนอาจส่งผลกระทบต่อตัวเองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงได้ เพราะการไปสังกัดพรรคนี้ มันเป็นการประทับตราว่า อยู่ข้าง“ฝ่ายเผด็จการ”อาจสร้างความไม่พอใจให้กับฐานเสียงของตัวเอง ซึ่งอาจแกว่งออกไปได้

นอกจากนี้ การอยู่กับ “ภูมิใจไทย”ซึ่งเป็นพรรคตรงกลาง ระหว่าง คสช.และเพื่อไทย มันยังไม่เป็นการหักกับ “ทักษิณ”เป็นการเปิดทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง หากวันหนึ่งพลพรรคสีแดงพลิกสถานการณ์กลับมาอีกอำนาจได้ อย่างน้อยก็รีเทิร์น กลับเข้ามาสังกัดได้เหมือนเดิม

ไม่เหมือนย้ายไปอยู่กับ“พลังประชารัฐ”โดยตรง ที่ตรงนี้เหมือนทอดทิ้งไปอยู่กับศัตรู ย่อมสร้างแค้นฝังใจให้กับ “ทักษิณ”และไม่มีวันกลับมาได้เหมือนกับที่ “เนวิน”สวมบทงูเห่า ทิ้งพรรคพลังประชาชน ย้ายขั้วมาอยู่กับประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นรัฐบาล เมื่อหลายปีก่อน

“ภูมิใจไทย”จึงเป็นทางหนีทีไล่ที่ดีที่สุดของอดีต ส.ส.เหล่านี้ หนำซ้ำ ยังการันตีไม่อดอยากปากแห้งแน่นอน เพราะทุนทรัพย์พรรคสีน้ำเงินค่อนข้างหนา “เสี่ยหนู”ควักให้อดีต ส.ส.ทำพื้นที่ในสนามเลือกตั้งกันเกือบหลักครึ่งร้อยล้านทีเดียว

ขณะที่ “พลังประชารัฐ”วันนี้ยังไม่รู้ว่าจะควักให้เท่าไหร่ เผลอๆ จะไม่จกให้ด้วยซ้ำ ต้องทำพื้นที่เอง ต่างจาก “เสี่ยหนู”ที่ต่อให้เป็นพื้นที่เกรดเอ “กระสุนดินดำ”ก็ลงให้ไม่อั้น เพราะเป๋าหนัก พร้อมเปย์
 
แล้วยังแว่วดังกันอีกว่า บรรดาอดีต ส.ส.เกรดเอ ที่“เสี่ยหนู”ไปได้มาอยู่กับ“ภูมิใจไทย” หลายคนยอมมาตามคำเชื้อเชิญ เพราะของล่อตาล่อใจ อย่างเก้าอี้ “รัฐมนตรี”ที่ “เสี่ยหนู -เนวิน”ขายฝันให้เลยว่า มาอยู่นี่ได้แต่งตัวเป็นเสนาบดีแน่นอน เหมือนกับตอนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่ค่ายสีน้ำเงินกวาดเรียบกระทรวงเกรดเอ

เพราะเข้าได้ทั้งสองพวก แถมยังเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากมีปริมาณส.ส. เกิน 30 คน แน่นอน ดูแล้วกันเอาใจขนาดไหน ทั้ง“ชาดา”และ “เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร”อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ของชาติไทยพัฒนา และ พรรคเพื่อไทย ทั้งที่จะเพิ่งมาอยู่พรรคได้ไม่กี่วัน มอบของกำนัลเป็นตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคทั้งสองคน

หอมหวาน ยั่วยวนขนาดนี้ ใครจะไม่มา เพราะต่างก็รู้ว่า “เสี่ยหนู”และ “เนวิน”ซี้ปึ้กกับสายทหาร ก็เลยวาดฝันตามคำขาย ย้ายสำมะโนครัวการเมืองมา

แต่บางทีอะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอนเหมือนกัน “ภูมิใจไทย”อาจทำสำเร็จในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ ณ ปัจจุบัน สถานการณ์มันต่างกันออกไป ประเภทจะมาได้รัฐมนตรีเป็นสิบๆคน คงลำบาก เพราะตอนนั้นที่ได้มาเยอะ ก็เนื่องจาก“ประชาธิปัตย์”ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก หากไม่เอาพรรคสีน้ำเงินมาเป็นพวก ก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แน่

ทว่า ตอนนี้“พลังประชารัฐ”ก็ไม่ใช่พรรคขนาดเล็ก แถมวันนี้ “ประชาธิปัตย์”ยังส่อแววจะมาในบั้นปลายการเลือกตั้ง ต้องกลืนเลือดมาอยู่กับท็อปบูต เพราะไม่มีทางให้เดินเท่าไร ส่วน “ภูมิใจไทย”เป็นพรรคขนาดกลาง ที่เป็นตัวแปรสำคัญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอำนาจต่อรองจะเยอะ

ลำพังแค่ “ประชาธิปัตย์”และ “ภูมิใจไทย”ต้องมาอยู่ร่วมกัน ก็หารเก้าอี้รัฐมนตรีกันยากแล้ว แต่วันนี้มีทั้ง “พลังประชารัฐ”และพรรคไม้ประดับต่างๆ ที่ทหารไปตั้งมา อย่างไรก็ไม่มีทางได้โควตารัฐมนตรีเป็นสิบที่นั่ง
 
บรรดาอดีต ส.ส.ที่มา จะได้เป็นสักกี่คน ไม่รู้ ดูแล้วก็คงเสียท่า เสียเหลี่ยม“เนวิน”มากกว่า


กำลังโหลดความคิดเห็น...