xs
xsm
sm
md
lg

บ้านเมืองไร้อนาคต ถ้ายังเป็นแบบนี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

มองไปข้างหน้าค้นหาอนาคตประเทศไทย ประเมิน ประมวลผลจากสถานการณ์ปัจจุบันบนพื้นฐานของความเคลื่อนไหวโดยพรรคและกลุ่มการเมืองขณะนี้ หลายคนที่เป็นห่วงบ้านเมืองน่าจะรู้สึกสลดหดหู่ ไม่มีความหวัง ไม่เห็นว่าจะมีทางออกที่ดีได้อย่างไร

ต่อให้คณะผู้ใหญ่ผู้โตกุมอำนาจรัฐปัจจุบันได้อยู่ต่อบริหารบ้านเมือง หรือมีการเลือกตั้งได้คณะใหม่มาบริหารประเทศ ดูองคาพยพโดยรวมแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกสยดสยอง

อย่างที่ฝรั่งว่า “มีทางเลือกคือ ระหว่างปีศาจกับทะเลลึก” Between the Devil and the deep blue sea นั่นเลย หรือว่าแบบไทยๆ คือ “หนีเสือปะจระเข้ หนีจระเข้ปะ...” จะเป็นอะไรก็สุดแล้วแต่จินตนาการว่าจะเตลิดไปแค่ไหน แต่จะต้องเลวร้ายกว่าแน่ๆ

ประเทศไทยน่าสงสาร “ปีศาจกับทะเลลึก” ก็คือ “คณะเผด็จการจากรัฐประหารมือไม่ถึง และเผด็จการรัฐสภาโดยนักเลือกตั้ง นักเสี่ยงโชคทางการเมือง” แต่โดดเด่นเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ “อ้างความรักชาติ แต่โกงมหาวินาศจนบ้านเมืองแทบล่มจม”

แม้จะโกงกินอย่างสุดใจขาดดิ้น แผ่นดินไทยยังมีทรัพย์สินแผ่นดินเพียงพอที่จะให้คณะรัฐประหารและนักการเมืองเลือกตั้งผลัดกันโกงกินตั้งแต่ปี 2475 ก็ยังไม่สิ้นชาติ

เจียนอยู่เจียนไป 2-3 ครั้ง ตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม ตามมาด้วยการลดค่าเงินบาท ต้องตากหน้าไปกู้จากไอเอ็มเอฟ มีปรากฏการณ์ “คนเคยรวย” “เปิดท้ายขายของ” แต่ก็รอดมาได้ แลกกับการต้องขายทรัพย์สินโดยภาคเอกชน ผลจากการกู้โดยไม่ระวัง

หวุดหวิดจะเป็นอาร์เจนตินา แต่คงเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน จึงดิ้นรนพ้นจากภาวะหายนะที่จ่อประตูบ้าน ขณะนี้อาร์เจนตินาประสบชะตากรรมซ้ำรอยเดิมครั้งที่ 2 ต้องกู้ไอเอ็มเอฟ 5 หมื่นกว่าล้านดอลลาร์ คนอาร์เจนตินาแทบไม่มีน้ำตาไหล

ความหายนะทางการเมืองแก้ไม่ยาก แต่วิกฤตเศรษฐกิจสร้างแผลให้ลึกกว่า รักษาหายช้ากว่า ถ้ามีวิกฤตการเมืองจากมีผู้นำประเทศที่โง่เขลาเบาปัญญา พล่ามโวโม้บ้าอำนาจ อวดเก่ง ขยันทำแต่เรื่องโง่ๆ บูชาแนวทางประชานิยมถมไม่เต็ม ก็จะยิ่งใกล้วิบัติ

ปัจจุบันก็ไม่เบา ประกาศเสียงดังว่าจะปราบการทุจริต คอร์รัปชั่น แต่ไม่มีผลงานปรากฏชัด บ้านเมืองกลับตกอยู่ในสภาพ “โกงกระจุก รวยกระจุก จนกระจาย” ผู้มาใหม่โกงเก่งพอๆ กับผู้อยู่ก่อน หรืออาจมากกว่า กระจุกตัวกว่า ยังไม่มีวี่แววว่าจะอิ่มหรืออาย

ดูความเคลื่อนไหวของพรรคและกลุ่มการเมือง ส่วนใหญ่พวกหน้าเดิมๆ หน้าโกงก็เยอะ ยิ่งรู้สึกท้อแท้ คนดีไม่มีโอกาสได้เข้าสู่อำนาจบริหารจัดการการเมือง กฎเกณฑ์ต่างๆ หรือธรรมชาติการเมืองน้ำเน่า “เงินไม่มา กาไม่เป็น” ได้ปิดหนทางเพื่อพัฒนา

ถ้าใครเรียกร้อง “รัฐบาลพระราชทาน” - “รัฐบาลเฉพาะกาล” จะถูกรุมด่า ทึ้งว่าไม่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย “รัฐบาลแห่งชาติ” ก็เป็นคำแสลง เพราะแต่ละฝ่ายคิดว่าถ้าจะมี “รัฐบาลแห่งชาติ” ก็ต้องมีตัวเองรวมอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นจะเป็นรัฐบาลเฉพาะกลุ่ม

พวกไร้จิตวิญญาณเพื่อบ้านเมือง มักจะอ้างความเสมอภาคเพื่อหาทางเอาเปรียบคนอื่นๆ ดังเช่นทุกวันนี้ที่คณะผู้กุมอำนาจรัฐยังยื้อเรื่อง “ปลดล็อก” อ้างความมั่นคง ทั้งๆ ที่เด็กอมมือก็รู้ทันว่านั่นเป็นข้ออ้างเพื่อยื้ออยู่ไปนานๆ นักการเมืองไม่มีทางถล่มได้เต็มที่

อยู่รอดได้ด้วยลีลาจำอวดการเมือง เล่นลิ้น แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปแต่ละวัน!

ผ่านมากว่า 4 ปี ไม่มีการปฏิรูปอะไรที่เป็นผลน่าพอใจ ไม่คุ้มกับการเสียสิทธิ เสียโอกาสของประชาชน มีแต่ความอดทนต่อเสียงโอดครวญของชาวบ้านที่อยู่ในสภาพอกไหม้ไส้ขม ไร้โอกาสที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีแต่คำครหาว่า “อุ้มคนรวย อวยเจ้าสัว”

อาชญากรรมเพิ่มจากปัญหาสังคม ประเทศไทยติดอันดับโลกด้านทุจริตคอร์รัปชั่น อุบัติเหตุบนท้องถนน ความไร้มาตรฐาน กระบวนการยุติธรรมมีปัญหา คุกมีไว้ขังคนจนกับคนไม่มีเส้น คำสั่ง หมายจับของศาลไร้ความหมาย ตำรวจพาผู้ร้ายหนีคุก ฯลฯ

ชาวบ้านได้เห็นได้ฟังจนเอียน คือเสียงคำรามมาดเข้ม ตะคอกประชาชนพลเมืองยิ่งกว่าเป็นขี้ข้า การเสพติดอำนาจ หวงอำนาจ หนักข้อขึ้นทุกวัน ไม่รู้สึกว่าต้องอายด้วย

คำอ้างที่ว่า “ต้องไม่มีการขัดแย้งกัน” ก็ไม่มีแววประชาธิปไตยแล้ว เป็นคำอ้างของคนอยากใช้อำนาจเผด็จการโดยอ้างความสงบ ความมั่นคง โดยทำเป็นไม่รู้ว่าความคิดหลากหลาย ถกกันด้วยสติ ภูมิปัญญา คือการหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับภาวะที่เป็นอยู่

มองด้านผู้รับผิดชอบทางเศรษฐกิจ มีแต่เสียงพร่ำเพ้อถึงตัวเลข จีดีพี โครงการอีอีซี ประชานิยมถมไม่เต็ม หาเงินไม่เก่ง คิดโครงการสำหรับกู้เงิน อ้างว่าประเทศไทยยังกู้ได้อีกเยอะ โดยทำเป็นไม่รู้ว่าประเทศในยุโรป ละตินอเมริกา มีวิกฤตเพราะกู้เงินจนเกินตัว

แต่ละวันมีแต่คำหวานเคลือบยาพิษ หลอนประสาทให้คนบ้องตื้นเชื่อว่าเงินตราจะงอกจากต้นไม้ ความมั่งคั่งจะมาจากการนั่งรอโครงการประชานิยม โดยความเป็นจริงคนยากจน 14 ล้านคนถูกรัฐอ้างชื่อเพื่อจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเจ้าสัวปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท

ชาวบ้านเงี่ยหูฟังทุกวัน ไม่ได้ยินจากคณะผู้กุมอำนาจและคณะที่กำลังหาเสียงว่าบ้านเมืองจะรับภาวะแปรผันจากวิกฤตเผชิญหน้าทางการเมือง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ สงครามการค้า การเพิ่มขีดความสามารถในการอยู่รอดจากปัญหาที่รุมเร้าอยู่

ทุกวันมีแต่เรื่อง “ดูด” ย้ายพรรค นักเลือกตั้งกลุ่มนั้นหันเหไปเข้ากลุ่มโน้น ชิงดีชิงเด่น ชิงไหวชิงพริบ จ้องเอาเปรียบทางการเมือง ไม่มีการแสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ หรือแววให้เห็นว่าจะนำพาบ้านเมืองไปได้ด้วยดี มีแต่ลางร้ายให้เห็นว่ากลุ่มต่างๆ มุ่งจ้องโกงกิน

แล้วจะให้ทำอย่างไร มีข้อแนะนำอะไรมั้ย มีแต่ด่า!!?? เกือบ 4 ปีมีเสียงเรียกร้องสารพัด ทั้งให้ปฏิรูปการเมือง โครงสร้างประเทศ จัดการนโยบายพลังงานเพื่อประโยชน์ของชาติ ห้ามนำเข้า ใช้สารเคมีเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

มีคำแนะนำ เรียกร้องมากมาย ชาวบ้านได้รับรู้คืออาการดื้อด้าน ความไม่ชอบมาพากลในการประมูลต่างๆ คำร่ำลือเรื่องโกง ชาวบ้านยังไม่ได้ทำคือ “ออกปากไล่” อย่างเปิดเผย ชุมนุมเดินขบวนประท้วง เพราะมีกฎหมายควบคุมการชุมนุม “เพื่อความมั่นคง”

ความอดทนของประชาชนมีจำกัด อย่าให้ถึงจุด “กว่าจะรู้ก็สายเกินไป” ก็แล้วกัน




กำลังโหลดความคิดเห็น...