xs
xsm
sm
md
lg

การเลือกตั้งในต้นปี 62 : การแข่งขันระหว่าง 3 กลุ่ม

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง

<b>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี</b>
ถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้นในต้นปี 62 และรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังบริหารประเทศไปจนถึงวันเลือกตั้ง ทั้งการสืบทอดอำนาจโดยการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่พล.อ.ประยุทธ์ จะก้าวไปให้ถึง การต่อสู้ทางการเมืองในสนามเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างเข้มข้นระหว่างกลุ่มหลักและอีก 1 กลุ่มย่อยคือ

1. กลุ่มสืบทอดอำนาจ โดยการหนุนพล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย ซึ่งนำโดยพรรคพลังประชารัฐ และพรรคที่เป็นแนวร่วม

2. กลุ่มธุรกิจการเมือง ซึ่งชี้นำโดยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ และพรรคแนวร่วม

3. กลุ่มการเมืองเพื่ออุดมการณ์ตามแนวทางประชาธิปไตย ซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ ส่วนพรรคแนวร่วมยังไม่ปรากฏชัดเจน

4. กลุ่มรอเสียบเพื่อเป็นรัฐบาล ไม่มีพรรคใดเป็นแกนนำ แต่มีผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการต่อรองเพื่อเข้าร่วมเป็นรัฐบาลเป็นตัวชี้นำ กลุ่มนี้เป็นพรรคขนาดเล็กหรือที่เรียกว่า พรรคต่ำสิบ แต่มีโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาลมากกว่าพรรคขนาดกลาง เนื่องจากว่าง่ายต่อการจัดตั้งรัฐมนตรี

ใน 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีโอกาสเป็นแกนนำกลุ่มที่ 1 มีความได้เปรียบทางการเมือง ทั้งในการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาล

ในการเลือกตั้ง เนื่องจากกลุ่มนี้ยังเป็นรัฐบาลแถมมี คสช.คอยเป็นพี่เลี้ยงด้วยจึงมีอำนาจรัฐที่จะนำมาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง โดยใช้ข้าราชการซึ่งทำงานใกล้ชิดกับประชาชน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู หรือแม้กระทั่งเจ้าอาวาสเป็นกลไกในการชี้นำการเลือกตั้ง เพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคซึ่งเป็นแกนนำ และพรรคที่เป็นแนวร่วม

ในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้ากลุ่มนี้ได้เสียงข้างมากจะตั้งรัฐบาลได้ง่าย เนื่องจากมีพรรคที่เป็นแนวร่วมอยู่หลายพรรค เช่น พรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช. เป็นต้น อีกทั้งยังมี ส.ว. 250 คนหนุนอยู่

แต่กลุ่มนี้ก็มีจุดด้อยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาไม่เป็นที่พอใจของประชาชน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และการปฏิรูปในหลายๆ ด้าน ดังนั้น การชูพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัย จะทำให้กลุ่มนี้ได้ ส.ส.น้อยกว่ากลุ่มที่ 2 และที่ 3 กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งมาตลอดในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา โดยอาศัยนโยบายประชานิยม แต่นโยบายนี้ได้ทำให้ประเทศไทยได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม จะเห็นได้จากโครงการรับจำนำข้าวเป็นตัวอย่าง ประกอบกับการชุมนุมทางการเมือง 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของพันธมิตรฯ และ กปปส.ได้ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนในระดับกลางรู้เท่าทันเกมการเมืองของกลุ่มนี้มากขึ้น ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ ส.ส.น้อยลง และที่สำคัญกลุ่มนี้มีพรรคที่เป็นแนวร่วมน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ 1 หรือแม้กระทั่งกลุ่มที่ 3 ดังนั้น ถ้าไม่ได้เสียงท่วมท้นเหมือนที่ผ่านมา โอกาสที่จะเป็นฝ่ายค้านมีสูง

กลุ่มที่ 3 ถึงแม้จะมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย แต่ในการเลือกตั้งในระยะ 10 ปีมานี้ไม่เคยได้ ส.ส.มากกว่ากลุ่มที่ 2 และในครั้งนี้ก็คงเป็นเหมือนเดิม ประกอบกับมีจุดยืนไม่ยอมรับคนนอกเป็นนายกฯ ดังนั้น ถ้าได้เสียงข้างมากพอจะเป็นแกนนำ ก็จะหาพรรคที่เป็นแนวร่วมยาก รวมไปถึงการจะร่วมมือกับ ส.ว.ในการออกเสียงเลือกนายกฯ ก็ยากด้วย แต่ประเด็นนี้มีทางปรับเปลี่ยนจุดยืนได้ ถ้าคนนอกที่ว่านี้เป็นที่ยอมรับของประชาชน และคนส่วนใหญ่ใน ปชป.

จากเหตุปัจจัยดังกล่าวข้างต้น อนุมานได้ว่ากลุ่มที่ 2 มีโอกาสได้ ส.ส.มากกว่ากลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 แต่ไม่มากพอที่จะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ และการจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลโดยรวมตัวพรรคขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแนวร่วมที่เป็นพันธมิตรทางการเมืองก็ยังยาก

ดังนั้น โอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะตกไปเป็นของกลุ่มที่ 3 โดยรวมกับพรรคขนาดเล็กโดยมีเสียง ส.ว. 250 คนสนับสนุน แต่ก็มีอุปสรรคเนื่องจากกลุ่มนี้ไม่ยอมรับคนนอก โดยเฉพาะคนนอกซึ่งต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ประเด็นนี้ อาจปรับเปลี่ยนได้ ถ้าคนมิได้มาจากกลุ่มที่ต้องการจะสืบทอดอำนาจ และเป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ และเป็นที่ยอมรับของ ปชป.ด้วย

ถ้าการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขใดก็ตาม ก็คงหนีไม่พ้นความวุ่นวายและกลายเป็นความขัดแย้งในที่สุด

ดังนั้น ถ้าก่อนเลือกตั้งส่อเค้าว่าจะเกิดความวุ่นวาย และบานปลายเป็นความขัดแย้งทางเดียวที่จะป้องกันได้คือไม่เลือกตั้ง แล้วตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจขึ้นมาแก้อุปสรรคและปัญหาอันเป็นเหตุแห่งความขัดแย้ง เริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญและตามด้วยการปฏิรูปการศึกษา ระบบราชการและการเมือง เป็นต้น แล้วค่อยเลือกตั้งซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 ปีถึงจะช้าหน่อยก็ยอม จะดีกว่าเลือกตั้งแล้ววุ่นวายและเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...