xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองยังย่ำซ้ำร่องน้ำเน่าเดิม

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


เอาละเว้ย...ในที่สุดคุณท่านผู้นำก็ยอมแย้มปากเอื้อนเอ่ยกรณีความคาดหวังของชาวบ้านที่อยากรู้ว่าคุณท่านจะเอาอย่างไรต่อสำหรับอนาคตหลังจากการเลือกตั้ง (ถ้ามี) เป็นความชัดเจนพอสมควร แม้จะไม่ประกาศเปรี้ยงปร้างให้สิ้นสงสัยก็ตาม

ถือว่าเปิดเผยบ้าง ยังกั๊กอยู่บ้าง เพราะยังไม่มีรายละเอียดว่าจะทำอย่างไรต่อไป นั่นพอเข้าใจได้ เพราะไม่มีความแน่ชัดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้แต่ผู้ใหญ่ผู้โตจะอ้างว่า 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า ก็ใช่ว่าจะเป็นไปตามนั้นเป๊ะ

มีตัวแปร ปัจจัยแปรผัน ความไม่แน่นอน แม้แต่ตัวคุณท่านเองก็ยังบอกไม่ได้ชัดว่าจะกำหนดเลือกตั้งวันที่เท่าไหร่ เพราะตัวเองยังไม่บอกเหมือนกันว่าจะเดินหน้าอย่างไร สังกัดพรรคไหน อุดมการณ์ตรงกับกลุ่มใด มีเงื่อนไขผูกมัดอย่างไรหรือไม่

เพราะกลุ่มพลังดูดเพื่อชาติ หรือพรรคที่ตั้งไว้รองรับคุณท่านนั้นไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะได้เสียงสนับสนุนจากชาวบ้านมากน้อยแค่ไหน คู่แข่งมาแรงอย่างไร ที่เห็นชัดคือคะแนนความนิยมตามโพล แม้คุณท่านยังนำ ระดับคะแนนอ่อนล้าลง

เอาเป็นว่าช่วงเวลานี้ คุณท่านผู้นำแสดงเจตนารมณ์แบบจำกัดด้วยคำพูดดังนี้

“สำหรับสิ่งที่หลายๆ คนอยากจะให้ผมตอบในเรื่องงานการเมือง ผมก็ตอบได้ว่าในขณะนี้ ผมสนใจงานการเมือง แต่การที่ผมจะตัดสินใจอย่างไร จะสนับสนุนใคร มันเป็นเรื่องอีกระยะหนึ่ง ซึ่งผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

แต่วันนี้ผมสนใจการเมือง เพราะผมสนใจในสิ่งที่ผมทำลงไปว่า ไปถึงไหนอย่างไร วันข้างหน้าจะได้รับการสืบสานต่อไปหรือไม่ ผมจะติดตามรับฟังจากบรรดากลุ่มการเมือง พรรคการเมือง นักการเมืองต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้

เพราะฉะนั้นผมขอใช้คำแรกนี้ได้ว่า ผมสนใจงานการเมือง เพราะผมรักประเทศชาติของผม ก็คงเป็นเช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งสื่อมวลชนด้วยก็ต้องรักประเทศไทยของเรา ก็สุดแล้วแต่ประชาชนจะว่าอย่างไรในอนาคต ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”

ที่ชัดเจนคือคุณท่านสนใจงานการเมือง ทั้งๆ ที่เป็นผู้นำรัฐบาลตำแหน่งการเมืองมานานกว่า 4 ปี แม้จะมีถ้อยคำสับสนบางช่วงว่าตัวเองเป็นทหารมาทำงานการเมือง เป็นนักการเมือง และเป็นคนสนใจงานการเมือง เหตุผลคือ “ความรักชาติ”

ความรักชาติเป็นเหตุผลที่นักการเมืองแทบทุกคนต้องอ้าง ผลสุดท้ายส่วนใหญ่ผู้รักชาติที่ได้บริหารรัฐบาลลงเอยด้วยความมั่งคั่ง แปรสภาพจากความรวยน้อยเป็นความรวยมาก บางรายถึงขั้นเป็นอภิมหาเศรษฐีโกงทั้งโคตรไม่มีแผ่นดินอยู่

หรือจะเรียกว่าร่ำรวยมากจนอยู่ไม่เป็นที่ ต้องใช้เงินเดินทางสำรวจความเป็นไปของประเทศต่างๆ และจะเป็นเช่นนั้นตลอดชีวิต กลายเป็นคนของโลกไปแล้ว

สำหรับตัวคุณท่านผู้นำ ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะไปสังกัดพรรคไหน หรือเดินหน้าทางการเมืองอย่างไร ดูเหมือนว่ามีทางเลือกให้เดินเยอะ สามารถต่อรองเลือกพรรคไหนก็ได้ คงเป็นเพราะโพลต่างๆ ให้ราคาท่านสูงกว่านักการเมืองคนอื่นๆ

ที่สำคัญคือคุณท่านผู้นำยังกุมความได้เปรียบทุกอย่าง เดินสายหาความนิยม เอาโครงการต่างๆ งบประมาณของรัฐไปลงในพื้นที่เป้าหมายการพัฒนา และมีความต้องการ โกยคะแนนจังหวัดที่มีศักยภาพตัวเลขผู้แทน ส่งผลต่อการได้เสียอย่างมาก

ยิ่งคุณท่านประกาศหนักแน่นว่าจะไม่ยอมออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช.หรือคณะรัฐประหารกุมอำนาจพิเศษด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ได้เปรียบเยอะ เอาเพียงแค่กุมอำนาจคลายล็อก ปลดล็อกเวลาให้พรรคอื่นหาเสียงได้ ก็เหลือกำลังลากแล้ว

คลายล็อกไปรอบแรก ไม่มีสาระมากนัก กว่าจะรอปลดล็อกเกือบหมด โอกาสที่คุณท่านจะตีกินสร้างความนิยมด้วยการเดินสายพบปะชาวบ้าน ก็ล้ำหน้าไปหลายช่วงตัว ถ้าไม่มั่นใจว่าพรรคที่เก็ง หมายตาไว้จะได้เสียงเยอะ ก็คงหาทางลากยาวต่อ

การกุมอำนาจรัฐ ขณะที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ถือว่าเป็นสุดยอดความได้เปรียบ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความอาย ความแฟร์ น้ำใจนักกีฬา ความเสมอภาค การเมืองเป็นเรื่องชิงเดิมพันสูง กรณีคุณท่านผู้นำ ถ้าพลาดอาจมีปัญหาคดีอาญาร้ายแรงเยอะ

คุณท่านไม่บอกว่าชมชอบพรรคการเมืองแนวทางไหน มีอุดมการณ์การเมืองอย่างไร นโยบายเป็นเช่นใด ถ้าท่านไปอยู่แล้วสามารถกำหนดนโยบายตามความต้องการของท่านได้หรือไม่ และถ้าไปอยู่ หลังเลือกตั้งจะร่วมกับพรรคอื่นได้หรือไม่

สนใจการเมือง แต่ยังไม่กำหนดว่าจะชอบ หรือไปอยู่พรรคไหน ก็ดูไปเรื่อยๆ เหมือนเดินชอปปิ้งหารองเท้าสักคู่ เลือกไปจนกว่าจะถูกใจ สวมใส่สบายเท้าดูเท่

ซึ่งก็ไม่แปลก การเมืองน้ำเน่าด้อยพัฒนาอย่างสยามเมืองยิ้มแห้งๆ ไม่เน้นอุดมการณ์ ไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม นิติธรรม หรือคุณสมบัติด้านดี มีอย่างเดียวคือ “ผลประโยชน์ต้องลงตัว ให้คุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด” อย่างอื่นเรื่องเล็ก

พรรคนกหวีดของกำนัน วันก่อนก็มีเสียงประกาศเจตนารมณ์อย่างแรงกล้าว่าจะเป็นรัฐบาลหรือเข้าร่วมกับพรรคที่เป็นรัฐบาล ไม่ระบุว่าอุดมการณ์ตรงกันหรือไม่ ทำให้ชาวบ้านสงสัยว่าจะมาแนวพรรคชาติไทยที่ได้เคยประกาศว่า “ค้านไม่เป็น” มั้ง

กิจกรรมคึกคักของพรรคการเมืองก็ยังทำได้ในขีดจำกัด เหตุผลของการไม่ปลดล็อก การห้ามใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง ห้ามโจมตีกันและกัน และกฎเกณฑ์ต่างๆ ไม่ทำให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ ปัญหาหมักไว้กว่า 4 ปีจะเป็นหัวเชื้อของวิกฤตใหม่

วันนั้นจะไม่มีใครแอ่นอกเสนอหน้ารับผิดชอบ โกงจนรวยแค่ไหนก็ไม่บอก!
กำลังโหลดความคิดเห็น...