xs
xsm
sm
md
lg

แค่แซวกันแรงๆ มั้ง...?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

ได้รับรู้ รับฟังวิวาทะระหว่างท่านเหลี่ยมเร่ร่อนและท่านป้อมในประเด็นปัญหาบ้านเมืองและการแต่งตั้งท่านป้อมให้เป็นผู้บั "โสภณ องค์การณ์"ญชาการทหารบก โดยท่านเหลี่ยมอ้างว่าท่านป้อมเอ่ยมธุรสวาจาขอตำแหน่ง โต้ตอบกันอย่างถึงพริกถึงขิง ถึงก้นบึ้งนั่นเลย

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ท่านป้อมถูกอ้างว่าขอตำแหน่งจากท่านเหลี่ยม ใครๆ ก็ทำทั้งวิ่งเต้น ใช้ตั๋ว เส้นสายและเงินยัด ทั้งนั้น มีมานานในระบบอุปถัมภ์แบบไทยๆ ทำให้สงสัยว่าทุกวันนี้มีใครได้ตำแหน่งสำคัญๆ ด้วยฝีมือ ความรู้ ความสามารถบ้าง

เมื่อได้ฟังท่านเหลี่ยมแซว ท่านป้อมโต้ ท่านเหลี่ยมปูดเปิดประเด็นเอาเรื่องลับมาเปิดในที่แจ้ง แสดงว่าทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มแซวกันหนักๆ เล่นแรงขึ้น จะว่าเกิดบทละครปาหี่แหกตาชาวบ้านหรือไม่ ต้องรอดูว่าเรื่องการปูดจะลามให้คนรู้มากกว่านี้หรือไม่

ยังมีคนอยากรู้ว่า การที่ท่านป้อมไปยืนเกาะโต๊ะขอตำแหน่ง ตามที่ท่านเหลี่ยมอ้างนั้น แสดงว่าท่านป้อมไม่ได้ยืนกุมเป้า แต่ยืนในลักษณะเอนตัวไปข้างหน้า และท่านเหลี่ยมไม่เชิญให้นั่งด้วย เป็นการไม่ให้ราคาผู้ขอ หรืออยู่ในจุดสูงข่มกว่า

ไม่มีทางที่จู่ๆ ท่านป้อมจะเข้าไปหา โดยไม่มีการนัดหมาย และไม่มีคนเชื่อมประสานให้เข้าพบ และบุคคลนั้นย่อมเป็นผู้ที่ท่านเหลี่ยมให้ราคา เกรงใจอยู่ไม่น้อย จึงยอมให้เข้าพบ ยอมให้เกาะโต๊ะ อย่างน้อยน่าจะเป็นอดีต ผบ.ทบ. มีบารมีพึ่งได้

บุคคลนั้นเป็นใคร ทำไมท่านเหลี่ยมจึงยอมให้ท่านป้อมเป็น ผบ.ทบ. โดยดันลูกผู้พี่ขึ้นไปอยู่ตำแหน่งที่ไม่มีบารมี ซึ่งน่าจะสร้างความขุ่นเคืองให้ไม่น้อย ถ้าไม่ดันขึ้นไปท่านป้อมก็จะเกษียณอายุก่อนได้ลุ้นเก้าอี้สำคัญ เป็นประเด็นทำให้ตื่นเต้น

ของดีและฟรี ไม่มีในโลก ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ทรงอำนาจที่สุด และท่านเหลี่ยมเป็นนักธุรกิจเข้าไคล สร้างตัวเองจากสภาวะหนี้บานจนรวยถึง 6 หมื่นล้านบาทภายใน 10 ปี ด้วยสัมปทานโทรศัพท์มือถือ คงไม่ให้ของดีฟรีๆ แก่ใครแน่

พบปะต่อรองกันที่ไหน คุยรอบเดียวจบหรือไม่ มีใครนั่งรับรู้ด้วย?

นักธุรกิจผู้สามารถกอบโกยเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาทจากผู้บริโภคได้ย่อมไม่ใช่นักบุญ หรือผู้ประกอบการองค์กร มูลนิธิสาธารณะไม่หวังผลกำไร ต้องอยู่ในระดับเลือดเย็นใช้ได้ ท่านป้อมไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ถ้าไม่มีอะไรสำคัญกว่า

ดังนั้นเด็กอมมือย่อมคิดได้ว่า “ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกับการให้ตำแหน่ง” และนั่นคืออะไร และต้องมากพอที่ท่านเหลี่ยมพึงพอใจด้วย เพราะท่านเหลี่ยมย่อมมองว่าตำแหน่งสำคัญย่อมเปิดให้มีการแข่งขัน เหมือนการประมูลโครงการต่างๆ

เหมือนเสียงร่ำลือว่าเก้าอี้อธิบดี ปลัด หรือในวงการสีกากี ทุกแห่งมีราคาตามความสำคัญในการสร้างรายได้ ผู้ที่สามารถมอบตำแหน่งให้นั้นต้องคิดค่าแรงในการลงชื่อเสนอแต่งตั้ง ยุคท่านเหลี่ยมถือว่าเป็นการเริ่มต้นของหัวคิว 40 เปอร์เซ็นต์เก้าอี้สำคัญสร้างโอกาสสำหรับความมั่งคั่ง บุญคุณ เครือข่ายและผลประโยชน์ต่อเนื่อง เสียงร่ำลือเรื่องงบลับ จัดซื้อจัดจ้าง จัดหาอาวุธ มีระดับพันล้านหรือหมื่นล้านบาท และยิ่งมีงบผูกพันข้ามหลายปี การซ่อม ซื้ออะไหล่ด้วย ไม่ต้องเสียเวลาคิด โธ่! ท่านป้อมได้เป็น ผบ.ทบ. เพียง 1 ปี ยังมีอำนาจบารมีต่อเนื่องจนได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมในยุครัฐบาลสะตอ และยังเป็นรองนายกฯ รมต. กลาโหม ในยุคคุณท่านผู้นำคนปัจจุบัน มีเสียงร่ำลือว่าเดิมนั้นท่านป้อมควรจะได้เป็นเบอร์ 1 ด้วยซ้ำถ้าไม่มีผู้เป็นน้องอุทานว่า “เอ๊ะ! ผมก็เป็นนายกฯ ได้นี่!” และก่อนหน้าปฏิบัติการแอ่นแอ๊นไล่คุณน้องปู มีเสียงลุ้นว่า “เมื่อพี่ทำ (รัฐประหาร) เอง พี่ต้องเป็นเองนะ” ทั้งนี้ไม่ต้องให้เสียท่า เสียของ ดูหน่อมแน้ม เหมือนแอ่นแอ๊นในยุคบิ๊กบัง

ทำให้ชาวบ้านได้เห็นบทห้าวเข้ม มาดดุดัน เดือดจัด ยิ่งกว่างิ้วพิโรธ ทุกวันนี้!

ตลอดกว่า 4 ปี ท่านป้อมถือว่าเป็นผู้มากบารมีเบอร์ 2 พี่ๆ น้องๆ เกรงใจ แถมยังรับบทเป็นเป้าของกระสุนตก แอ่นอกรับเละแทนน้องผู้มีอำนาจที่มุ่งโกยคะแนนทุกเม็ด ตัวเองเสียศูนย์เกือบสิ้นสภาพ หวิดโดนปรับทิ้งเพื่อให้คณะได้รอดจากวิกฤต

ถ้าไม่ใช่ 1 ปีบนเก้าอี้ ผบ.ทบ. อำนาจ วาสนา บารมี ท่านป้อมคงไม่มีเท่านี้!

คำถามก็คือ ท่านเหลี่ยมขออะไรจากท่านป้อมแลกกับการยอมให้ท่านป้อมได้ตำแหน่ง? หรือท่านป้อมได้เสนออะไรหรือไม่ เพื่อแลกกับการที่จะได้ตำแหน่ง?

อย่าบอกเชียวนะว่าไม่มี เด็กอมมือ หรือเด็กปัญญาอ่อนก็ไม่โง่ขนาดนั้น!

อย่าบอกนะ ว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีใจบริสุทธิ์ มีปณิธานและความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะมุ่งทำงานเพื่อบ้านเมืองโดยไม่หวังผลประโยชน์อะไรทั้งนั้น! ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คงไม่พูดเชิงทวงบุญคุณและย้อนรอยข้ามโลก ดังที่ชาวบ้านได้ฟังแล้วหูผึ่งอยากรู้อีก

ทั้งท่านเหลี่ยมและท่านป้อมมีพันธะที่ต้องตอบประชาชนว่า แต่ละฝ่ายได้อะไร และเสียอะไร ถ้าตัวเองไม่ได้เป็นผู้รับ ใครเป็นผู้รับแทน? แต่ชาวบ้านเจนโลก คนรู้ทันมองออกว่างานแบบนี้มีแต่ “วิน วิน” ทั้ง 2 ฝ่าย ผู้เสียหายคือบ้านเมือง

ดังนั้น ถ้าจะมีวิวาทะรอบต่อไป ทั้ง 2 ฝ่ายโปรดตอบคำถามง่ายๆ ดังที่ว่านี้ และประเมินด้วยว่าทั้ง 2 คนได้เต็มเป้า เกินเป้า มีใครผิดหวังอย่างไร มีอะไรทำให้เกิดปัญหาคาใจ กินใจกันจนต้องมาสาวไส้เปิดโปงการต่อรองจนให้ชาวบ้านได้รับรู้

การตอบโต้กันไปมาจนดูเหมือนเอาจริงนั้นตบตาชาวบ้านไม่ได้หรอก น่าจะรู้กัน เล่นบทตามสภาพแรงกดดันทางการเมือง ถ้าเอาจริง ป่านนี้ท่านเหลี่ยมและคุณน้องปูต้องโดนกระบวนการกฎหมายไล่บี้ตามจับ ต่อให้หนีสุดขอบฟ้าก็ไปไม่รอด

โฮ่ย! ศาลออกหมายจับตั้ง 6 ใบยังถูกมองว่าไร้ความหมาย ปล่อยให้บินว่อนไปมานั่นนี่โน่น ส่งข้อความเยาะเย้ยต่างๆ จนชาวบ้านเชื่อมั่นว่า “เค้ารู้กัน”

ถ้าไม่จริง ได้โปรดปฏิเสธด้วยท่าทีที่เนียนด้วยนะ!




กำลังโหลดความคิดเห็น...