xs
xsm
sm
md
lg

ไฟนรกสุดขอบฟ้า!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงหนีไม่พ้นต้องแวะไปดูแถวๆ จังหวัดอิดลิบ ประเทศซีเรีย กันอีกเที่ยว เพราะมาถึง ณ ขณะนี้ ต้องเรียกว่าใกล้จะ “เปิดประตูนรก” หรือใกล้จะ “จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า” เต็มที เพราะมันไม่ใช่แค่การยิงกันไป-ยิงกันมาระหว่างทหารรัฐบาลซีเรีย กับพวกกบฏ พวกผู้ก่อการร้าย ที่ทำให้ผู้คนล้มตายไปแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 500,000 คน ผู้อพยพลี้ภัยจำนวนนับสิบๆ ล้าน ในตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา แต่มันอาจหนักหนา สาหัสยิ่งไปกว่านั้น เพราะแนวโน้มที่จะกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่าง 2 พี่เบิ้มมหาอำนาจทางทหารด้วยกันทั้งคู่ คือระหว่าง “หมีขาว-รัสเซีย” กับ “อินทรี-อเมริกา” กำลังใกล้เป็นจริง เป็นจัง ระดับเส้นยาแดงผ่าแปด ผ่าสิบหก เข้าไปทุกที...

พูดง่ายๆ ว่า...แค่เห็นภาพการซ้อมรบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนคราวล่าสุดของกองทัพรัสเซีย ที่เกี่ยวพันกับภารกิจในการเปิดฉากโจมตีจังหวัดอิดลิบกันโดยเฉพาะ...ก็หนาวว์ว์ว์แล้ว!!! เพราะบรรดาเรือรบ เรือลาดตระเวน เรือตรวจการ เรือทำลายขีปนาวุธหรือเรือต่อต้านจรวด ฯลฯ ที่ถูกระดมเข้ามาในการรับมือกับศึกครั้งนี้ ต้องเรียกว่า “เพียบ” เอาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรือ “Uri Ivanov” หรือ “Marshal Ustinov” เรือ “Ro-Ro Sparta 3” ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพในการสร้างความฉิบหายให้กับฝ่ายตรงข้ามได้ชนิดไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี ไปด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยจำนวนเรือรบไม่น้อยกว่า 26 ลำ เรือดำน้ำติดขีปนาวุธอย่างน้อยก็ 2 ลำ เครื่องบินโจมตี ทิ้งระเบิดไม่ต่ำกว่า 34 ลำ มีทั้งแบบ Tu-160, Tu-142 ที่เอาไว้ทิ้งระเบิดทำลายเรือดำน้ำกันโดยเฉพาะ ฯลฯ ก็แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า งานนี้... “หมีขาว” เค้าเอาจริง สำหรับ “ปฏิบัติการปลดปล่อยจังหวัดอิดลิบ” ที่ถือเป็นฐานที่มั่นแห่งสุดท้ายของพวกผู้ก่อการร้ายในซีเรีย ซึ่งคาดว่าน่าจะอพยพหลบหนีจากพื้นที่ต่างๆ ไปรวมตัวกันอยู่เป็นกระจุกในอาณาบริเวณแห่งนี้ ไม่น้อยกว่า 80,000 คนขึ้นไป...

แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่า “หมีขาว” จะส่งเสียงคำรามเพียงใดก็ตาม อินทรีปีกหัก หรืออินทรีหัวล้านอย่างคุณพ่ออเมริกา ก็ทำท่าว่าไม่คิดลดราวาศอกใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงจะส่งเรือรบ เรือดำน้ำ เข้าไปเพ่นพ่านในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนลำแล้ว ลำเล่า ไม่ว่าเรือดำน้ำติดขีปนาวุธ “USS Newport News” ที่ลอดเลื้อยผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ เข้าไปในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือพิฆาตนำวิถีจรวด “USS Bulkeley” ก็ได้แล่นเข้าไปโชว์ธง อวดธง ในน่านน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว พร้อมกับเรือ “USS Ross” และ “USS Sullivans” ที่ประจำการอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซียก่อนหน้านั้น จนทำให้เกิดการประเมินในทางยุทธศาสตร์ว่า กองกำลังอาวุธของสหรัฐฯ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน น่าจะรวบรวมอำนาจทำลายล้าง เตรียมจรวด “Tomahawk” เอาไว้สำหรับปฏิบัติการทางทหารคราวนี้ไม่ต่ำกว่า 200 ลูกขึ้นไป...

และไม่ใช่แค่การเคลื่อนกำลังทางทหาร เพื่ออวดกล้าม โชว์กล้ามของตัวเองแต่เพียงเท่านั้น การแสดงออกในด้านคำพูด คำจาของผู้มีบทบาท อำนาจ ในรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ละราย ยังออกไปทางพร้อมที่จะฉิบหาย พร้อมที่จะ “จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า” ด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น “นางนิกกี้ ฮาเลย์” (Nikki Haley) ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เด็กสร้าง” ของผู้มีอำนาจ อิทธิพล ชาวยิวในอเมริกาโดยตรง ไม่ต่างไปจาก “นายจอห์น โบลตัน” (John Bolton) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านความมั่นคงรายล่าสุด ที่ถึงกับออกมาป่าวประกาศเอาไว้ว่า ปฏิบัติการทางทหารใดๆ ก็ตามต่อจังหวัดอิดลิบ ไม่ว่าจะโดยการใช้อาวุธเคมี (ที่ถูกจับได้ไล่ทันจนกลายเป็นมุกแป้กไปแล้ว) หรือใช้อาวุธใดๆ ก็แล้วแต่ ล้วนแต่ต้องได้รับการตอบโต้จากสหรัฐฯ และ “อย่าคิดที่จะทดสอบเราอีกครั้ง...” นี่...ห้าวกันถึงขั้นนั้น...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...มาถึง ณ ขณะนี้ ไม่ว่าการ “จัดฉาก” สร้างสถานการณ์เรื่องอาวุธเคมี จะจุดติด จุดไม่ติดก็แล้วแต่ รัฐบาลอเมริกันก็ได้แสดงท่าทีออกมาแล้วอย่างชัดเจน ว่าพร้อมที่จะปกป้อง คุ้มครอง บรรดา “ผู้ก่อการร้าย” ที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนจำนวนประมาณ 70,000-80,000 คนที่ถอยไปรวมกันในจังหวัดอิดลิบ อย่างชนิด “ผู้ก่อการร้ายข้า...ใครอย่าแตะ” เอาเลยถึงขั้นนั้น ในขณะที่รัฐบาลซีเรีย รัสเซีย และอิหร่าน ก็คงมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่จะต้องหาทางกวาดล้าง เผด็จศึก กบฏและผู้ก่อการร้ายกลุ่มสุดท้ายให้หมดไปจากประเทศซีเรีย เพื่อที่จะสามารถเดินหน้า “กระบวนการสันติภาพ” ในซีเรีย ให้มีโอกาสเป็นจริง เป็นจังขึ้นมาได้ รวมทั้งเพื่อไม่ให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในประเทศซีเรีย ถูกนำไปใช้เป็นแหล่งฟักตัว ในการระดมกองกำลังอาวุธต่างชาติเพื่อแทรกแซงซีเรีย หรือเพื่อฉีกประเทศซีเรียออกเป็นชิ้นๆ ไม่ว่าจะด้วยการอาศัย “กองทัพอเมริกัน” ที่ไม่เคยได้รับการเชื้อเชิญใดๆ จากรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายของซีเรียเอาเลยแม้แต่น้อย หรือด้วยการอาศัย “กองทัพอาหรับ” (Arab NATO) ที่กำลังคิดจะก่อรูป ก่อร่างขึ้นใหม่ โดยยืมมือรัฐอาหรับที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และอิสราเอลทั้งหลาย เป็นผู้ออกเงินและออกอาวุธ ในการยื้อยุดฉุดดึงไม่ให้ “ดุลอำนาจในตะวันออกกลาง” ตกไปอยู่ในมือของรัสเซีย หรืออิหร่าน ให้จงได้...

การโจมตีทางทหารเพื่อปลดปล่อยจังหวัดอิดลิบเที่ยวนี้...มันจึงกลายเป็น “เดิมพัน” ชิ้นเบ้อเร่อเฮ่อ ที่ต่างฝ่ายต่างต้องเกทับบลัฟฟ์แหลกกันชนิด “ผู้แพ้” มีสิทธิ์เหลือแต่กุงเกงใน และ “ผู้ชนะ” กลายเป็น “วินเนอร์ เทค ออล” อะไรประมาณนั้น ส่วนประชาชนตาดำๆ ซึ่งอพยพหลบหนีภัยสงครามเข้าไปรวมตัวอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ จนจำนวนประชากรแต่เดิมซึ่งมีอยู่เพียง 165,000 คน เพิ่มพรวดๆ พราดๆ กลายเป็น 3 ล้านคนในเวลาแค่ไม่กี่อึดใจ และต้องถูกนำมาใช้เป็น “เดิมพัน” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ก็ดันถูกแบ่งแยกออกไปเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเริ่มเดินขบวนต่อต้านการโจมตีเมืองอิดลิบแบบคราวแล้ว คราวเล่า เปล่งเสียงเรียกร้องต่อชาวโลกว่า “เราคือนักต่อสู้เพื่อสันติภาพ...ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย” ขณะที่ประชาชนอีกฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเขตแดนของตุรกี ติดกับพรมแดนจังหวัดอิดลิบ ที่กลับเห็นดี เห็นงาม อยากเห็นการปลดปล่อยพื้นที่ดังกล่าว ไปจากเงื้อมมือของผู้ก่อการร้ายโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้กลับบ้าน กลับช่อง กลับไปร่วมกระบวนสันติภาพที่มีรัสเซีย-อิหร่าน-ตุรกี ให้การรับประกันการันตีเอาไว้แล้วล่วงหน้า...

สรุปเอาเป็นว่า...งานนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้ว่าล่าสุดรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ประกาศจะสร้าง “ระเบียงทางมนุษยธรรม” (Humanitarian Corridors) เอาไว้ช่วยเหลือพลเรือน ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กันโดยเฉพาะ และประกาศ “จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนสร้างความเสียหายต่อชีวิตของพลเรือน ชนิดน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้” ไม่ต่างไปจากรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่เคยป่าวประกาศไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่ากระสุน จรวด ระเบิดแต่ละลูก ล้วนแล้วแต่ “ไม่มีตา” ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆทั้งสิ้นเมื่อไหร่ก็ตามที่...กระสุนนัดแรก จรวดลูกแรกได้ระเบิดขึ้นในจังหวัดอิดลิบ ทุกสิ่งทุกอย่าง...ก็น่าจะเป็นไปอย่างที่ “John Ray” นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ได้เคยเอ่ยเป็นวาทะเอาไว้นั่นแหละว่า... “When war begins, the Devil makes hell bigger.” หรือ “เมื่อไหร่ที่สงครามเริ่มต้นขึ้น...เจ้าปิศาจก็พร้อมที่ขยายนรกให้ใหญ่ขึ้น...”


กำลังโหลดความคิดเห็น...