xs
xsm
sm
md
lg

รับไม่อั้นไฟฟ้าขยะ ก.พลังงานไฟเขียวมท.เคาะปริมาณ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"ศิริ" เปิดทางมหาดไทย จัดสรรปริมาณขยะเพื่อส่งต่อ ผุดโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในปริมาณที่เหมาะสม ลั่นยังไม่ได้เคาะปริมาณรับซื้อว่าจะเพิ่มจากแผนเดิม 500 เมกะวัตต์ในจำนวนเท่าใดแน่ ย้ำหน้าที่กระทรวงพลังงาน เน้นบริหารค่าไฟฟ้าที่ยืนยันจะไม่ให้กระทบกับประชาชน การันตีผ่าน"พีดีพี"ใหม่ ค่าไฟเฉลี่ยไม่เกิน 3.6 บาทต่อหน่วย ขณะที่ส.อ.ท.-กฟผ. หนุน แต่ให้คำนึงถึงการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพก่อนเป็นลำดับแรก ที่เหลือจึงนำมาผลิตไฟ และอนาคตต้องไม่ก่อให้เกิดขยะในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้อนโรงไฟฟ้า

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน จะสรุปกรอบร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2018 ) ปี พ.ศ. 2561-80 ให้เสร็จภายในเดือนก.ย.นี้ จากนั้นจะสรุปนำเสนอขอความเห็นชอบกับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ยอมรับว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้น เพื่อจุดประสงค์ของการกำจัดขยะเป็นหลัก อย่างไรก็ตามปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชน จะเพิ่มจากเดิมที่กำหนดไว้ปี 2579 จำนวน 500 เมกะวัตต์ ในปริมาณเท่าใดนั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงาน และกระทรวงหาดไทย

"ต้องเข้าใจว่าวันนี้เรามีปัญหาขยะจำนวนมาก และวิธีกำจัดที่ดีสุดเวลานี้คือการนำมาผลิตไฟฟ้า ซึ่งในเรื่องของปริมาณขยะนั้นทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้ แต่ในส่วนของกระทรวงพลังงาน เรามีหน้าที่ ที่จะดูแลว่าการรับซื้อมานั้นจะไม่กระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าให้สูงขึ้น ดังนั้นค่าไฟฟ้าที่จะรับซื้อจะไม่สูงไปกว่าราคาที่เคยรับซื้อ FiT ที่ 5.78 บาทต่อหน่วย" นายศิริ กล่าว

ทั้งนี้ แผนพีดีพีฉบับใหม่ กระทรวงพลังงานมุ่งเน้นที่จะสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าโดยคำนึงถึงการบริหารเป็นรายภูมิภาคที่มี 6 ภาค บวกกับกรุงเทพฯ และคำนึงถึงค่าไฟฟ้าตลอดแผนเฉลี่ยที่จะไม่ให้สูงไปกว่าปัจจุบันที่เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 3.6 บาทต่อหน่วย เนื่องจากจะมีการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันด้วยนวัตกรรมด้านพลังงานใหม่ๆ ที่เชื่อว่าจะทำให้ค่าไฟภาพรวมลดลงได้

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โรงไฟฟ้าขยะนั้นไทยมีความจำเป็นที่จะเข้ามาบริหารจัดการขยะที่มากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าปัญหาพื้นที่ในการฝังกลบหายาก แต่การเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าขยะ จำเป็นจะต้องพิจารณาปริมาณที่เหมาะสมให้สอดรับกับทิศทางขยะที่คำนึงถึงการบริหารจัดการขยะให้มีต้นทุนที่เหมาะสม ค่าไฟโดยรวมจะต้องไม่กระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ของประเทศ

"ขยะเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ ที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งการบริหารจัดการขยะวันนี้ของเราเองยังไม่มีประสิทธิภาพ จำเป็นจะต้องแก้ไขจุดนี้ด้วย จากนั้นที่เหลือก็ต้องมาพิจารณาว่าจะนำมาผลิตเป็นไฟฟ้าอย่างไร ขณะเดียวกันค่าไฟเองก็ต้องมอง 2 ส่วน คือค่าไฟที่จะส่งผ่านประชาชนต้องไม่กระทบ ส่วนค่าไฟรับซื้อก็ต้องให้ผู้ลงทุนอยู่ได้ด้วย" นายสุพันธุ์ กล่าว

แหล่งข่าวจาก ส.อ.ท.กล่าวว่า โรงไฟฟ้าขยะนั้นสิ่งสำคัญคือค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะจะต้องบริหารให้เหมาะสมก่อนนำไปแปรรูปเป็นพลังงานเพื่อให้ได้รับค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ไม่ใช่ที่สุดกลายเป็นการอุดหนุนข้ามกลุ่ม เช่นโรงงานขยะอยู่ในจังหวัดหนึ่ง แต่ค่าไฟที่รับซื้อสูงเพื่อให้คุ้มค่ากับการมีโรงไฟฟ้าขยะโดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนการบริหารจัดการขยะที่เหมาะสมก่อนจากคนในพื้นที่ที่ควรรับผิดชอบ ดังนั้นการเพิ่มค่ากำจัดขยะที่ไม่เป็นภาระจนเกินไป จากขณะนี้ที่ต่ำมากจะยังช่วยให้เกิดขยะในปริมาณที่ลดลงและจะสามารถกำหนดรับซื้อไฟฟ้าจากขยะในราคาที่ต่ำได้และถึงจุดนั้น ก็จะไม่เอื้อให้เกิดการแย่งขยะ

"โรงไฟฟ้าขยะเห็นว่าควรมีแต่ควรกำหนดรายได้หลักให้อยู่ที่ค่าบริการจัดการขยะแทนที่จะมาอยู่ในค่าไฟ รัฐต้องคำนึงถึงจุดนี้เพราะจุดประสงค์หลักต้องมองในเรื่องการลดปริมาณขยะเป็นสำคัญ และอนาคตโรงไฟฟ้าขยะที่สุดจะทยอยลดลงเพื่อชี้ให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และขยะก็ต้องลดลงด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ที่สุดต้องนำเข้าขยะ หรือส่งเสริมให้เกิดขยะเพิ่มขึ้นเพื่อมาป้อนโรงไฟฟ้า" แหล่งข่าว กล่าว

นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า โรงไฟฟ้าขยะชุมชนนั้น หากจะเพิ่มสัดส่วนเข้าระบบไฟฟ้ามากขึ้นก็เห็นว่ามีความจำเป็นแต่ต้องการให้มองจุดประสงค์หลักว่าไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะเป็นผลพลอยได้ แต่การบริหารจัดการขยะเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนควรร่วมรับผิดชอบ


กำลังโหลดความคิดเห็น...