xs
xsm
sm
md
lg

สงครามทั้งหลาย...ตายเสียเถิด!!!

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย
จากยุโรป...วันนี้สงสัยคงต้องร่อนกลับไปแถวๆ ซีเรียอีกซักรอบ ด้วยเหตุเพราะเรื่องของจังหวัดเล็กๆ มีเนื้อที่แค่ประมาณ 6,000 ตารางกิโลเมตรเท่านั้นเอง คือจังหวัด “อิดลิบ” (Idlib) ตั้งอยู่แถบๆ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ล้อมรอบด้วยจังหวัด “อะเลปโป” (Aleppo) ที่อยู่ด้านตะวันออก และจังหวัด “ฮอมส์” (Homs) ที่อยู่ด้านใต้ อันกลายเป็น “คีม” บีบ ให้พื้นที่ที่อาจถือเป็น “ป้อมปราการด่านสุดท้าย” ของพวกกบฏซีเรีย กำลังต้องเจอกับ “ปฏิบัติการปลดปล่อยเมืองอิดลิบ” โดยกองทัพรัฐบาลซีเรีย รัสเซีย และอิหร่าน แถมมีตุรกีที่พร้อมจะเปิดไฟเขียว ให้กับปฏิบัติการทางทหารซึ่งกำลังอุบัติขึ้นมาในอีกไม่กี่วัน ไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า...

แต่แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ พื้นที่เล็กๆ มาถึง ณ ขณะนี้...ต้องถือเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องโต ระดับที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ต้องออกมาลงทุน “ทวิต” ด้วยตัวเอง เตือนมิให้ผู้นำซีเรีย ที่ได้รับการเรียกขานแบบชนิดเต็มยศ ว่า “ท่านประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด” เกิดอาการ “บ้าระห่ำ” คิดจะบุกยึดจังหวัดอิดลิบโดยเด็ดขาด รวมทั้งเตือนไปถึงพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย อย่างรัสเซียและอิหร่าน ว่าอาจต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “การสร้างหลุมศพทางมนุษยธรรมที่ผิดพลาด” ซึ่งแม้ว่าการ “เตือนสติ” ของ “ทรัมป์บ้า”นั้น มักไม่ค่อยได้อาศัย “สติ” ที่ตัวเองแทบไม่ได้มีอยู่มากมายซักเท่าไหร่ หนักไปทาง “สตังค์” นั่นแหละมากกว่า แต่คำเตือนที่ว่านี้ ก็ควรที่จะต้องหยิบมาพิจารณา ใคร่ครวญ หวนคิด ให้จงหนัก เพราะไม่ว่าการเข่นฆ่า ล้างผลาญ การทำสงครามใดๆ ก็แล้วแต่ ล้วนแต่ต้องแลกมาด้วย “ชีวิตมนุษย์ตาดำๆ” ไปด้วยกันทั้งสิ้น แถมมักเป็นมนุษย์ประเภทไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หรือเป็น “ประชาชนผู้บริสุทธิ์” นั่นเอง ที่มักโดนเขี่ย โดยขยี้ แบบลิ่วล้อในหนังจีนซะเป็นหลัก...

และคงไม่ใช่แต่ “ทรัมป์บ้า” รายเดียวเท่านั้น...ที่ลุกขึ้นมาละเมอ เพ้อหา สิ่งที่เรียกว่า “มนุษยธรรม” ในช่วงนี้ ก่อนหน้านั้นเลขาธิการสหประชาชาติ ย่าง “นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส” ท่านก็เคยพยายามออกมาพูด ออกมาเตือนสติ เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าการใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ เพื่อปลดปล่อยจังหวัดอิดลิบจากบรรดากบฏหรือผู้ก่อการร้ายอาจนำไปสู่ “กลียุคทางมนุษยธรรม” ได้ไม่ยากส์ส์ส์ ด้วยเหตุเพราะเมืองแห่งนี้ หรือพื้นที่บริเวณนี้ ที่ก็ไม่ถึงกับมีความโดดเด่นทางยุทธศาสตร์ แบบสามารถพลิกหน้า พลิกโฉม ความเป็นไปของสงคราม หรือเป็นตัวชี้วัดตัดสิน ชัยชนะและความพ่ายแพ้มากมายซักเท่าไหร่ แต่มันได้กลายเป็นพื้นที่หลบภัย ลี้ภัย ของบรรดาชาวซีเรียจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่อาจไม่ค่อยชอบขี้หน้าประธานาธิบดีซีเรียอยู่พอสมควร ตลอดไปจนผู้ที่หูแหก ตาแหก ตั้งแต่ “สงครามกลางเมือง” ในซีเรียเริ่มปะทุขึ้นมาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว จนทำให้จำนวนประชากรที่เคยมีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้แค่ประมาณ 165,000 คนเท่านั้นเอง เพิ่มพรวดๆ พราดๆ ขึ้นเป็นประมาณ 2.5 หรือ 3 ล้านคน จนตราบเท่าทุกวันนี้...

ดังนั้น...แม้ว่าประชากรเหล่านี้ จะตกอยู่ภายใต้อำนาจพวกกบฏ ผู้ก่อการร้าย ที่เข้ายึดพื้นที่ดังกล่าวไว้ได้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 จนสามารถดัดแปลงให้เป็น “ป้อมปราการด่านสุดท้าย” หรือเป็น “กระเป๋าของผู้ก่อการร้าย” (pocket of terrorism) ก็แล้วแต่จะเรียก แต่บรรดาผู้คนเหล่านี้ ล้วนแต่เป็น “มนุษย์ตาดำๆ” ไปด้วยกันทั้งสิ้น การตระเตรียมเครื่องบินรบ เครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศซีเรียและรัสเซีย ที่มีข่าวจากสำนักข่าว “FNA” ของอิหร่าน ว่าพร้อมแล้วที่จะออกปฏิบัติการได้ทันที การระดมรถถัง รถสายพานลำเลียง เรือลาดตระเวน ปืนใหญ่ จรวด ฯลฯ รายรอบอยู่ทั่วบริเวณพื้นที่ดังกล่าว แถมยังมีกองเรือรบรัสเซียที่ขนเอาแสนยานุภาพระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในการปฏิบัติการแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มาเป็นหลักประกันให้กับปฏิบัติการทางทหารคราวนี้อีกต่างหาก ภายใต้บรรยากาศเช่นนี้ ยังไงๆ...คงต้องมี “มนุษย์ตาดำๆ” จำนวนไม่น้อย พลอยต้อง “ซวย” ไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

แม้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน “นายโมฮัมหมัด ชารีฟ” (Mohammad Javad Zarif) ท่านจะพยายามออกมาสร้างความปลอดโปร่ง โล่งใจ ให้กับใครต่อใคร ด้วยการเน้นย้ำเอาไว้ว่า... “กองทัพรัฐบาลซีเรียและพันธมิตร (อิหร่าน-รัสเซีย) จะใช้ความพยายามอย่างสุดเหวี่ยง เพื่อลดความสูญเสียต่อพลเรือนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ในการปฏิบัติการทางทหารเพื่อปลดปล่อยจังหวัดอิดลิบ” แต่ก็นั่นแหละ...จรวด ระเบิด ปืนใหญ่ กระสุนในแต่ละนัด ฯลฯ มันต่างไม่ได้มีหู มีตา ไปด้วยกันทั้งสิ้น ความสูญเสียในแบบ “น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้” ยังไงๆ...ย่อมต้องเป็นความสูญเสียอันเจ็บปวดรวดร้าวอยู่อีกนั่นเอง การเปิดปฏิบัติการปลดปล่อยจังหวัดอิดลิบ ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดฉาก เปิดผ้าม่านกั้ง หลังการหารือระหว่างผู้นำระดับสูงของซีเรีย-รัสเซีย-อิหร่าน-และตุรกี ที่กรุงเตหะรานเมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมา ได้ข้อยุติลงไปเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นอะไรที่น่าห่วง น่าวิตกกังวล และอาจน่าสยดสยอง มิใช่น้อย...

ภายใต้บรรยากาศที่ว่านี้...ดูเหมือนว่ารัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส “นายJean-Yves Le Drain” นั่นแหละ ที่พูดเอาไว้ค่อนข้าง “เข้าท่า” ไม่น้อย ในระหว่างการให้สัมภาษณ์วิทยุฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 กันยาฯ ที่ผ่านมา ด้วยการสรุปว่า... เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้ ต้องถือว่า “ประธานาธิบดีอัล-อัสซาดแห่งซีเรีย ได้ชนะสงครามกลางเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” เพียงแต่ “ยังไม่ชนะในสันติภาพ” หรือยังต้องหาทางทำให้ผู้คนไม่ว่าในบ้าน นอกบ้าน โดยเฉพาะบรรดาประชาคมระหว่างประเทศ เกิดการยอมรับต่อชัยชนะด้วยความยินยอมพร้อมใจ อันนั้นนั่นแหละ...ถึงจะถือว่าชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!!!

แต่ก็อย่างว่า...ระหว่าง “คำพูด” กับ “การปฏิบัติ” คงเอามาปะปนกันไม่ได้ เพราะแม้คำพูดของรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสรายนี้จะดูเก๋ ดูดี เพียงใดก็ตามที แต่เมื่อย้อนคิดไปถึงครั้งที่รัฐบาลฝรั่งเศส ไม่ได้ฟังอีร้าค่าอีรม อะไรเอาเลยแม้แต่น้อย เพียงได้เห็น “การจัดฉาก” ของพวก “White Helmets” พวก “หมวกกันน็อกสีขาว” ว่ากองทัพรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี โดยยังแทบไม่มีหลักฐาน ข้อพิสูจน์ใดๆ เลย ก็หันไปร่วมมือกับ “ทรัมป์บ้า”ถล่มซีเรียชนิดแทบเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก อาจด้วยเหตุทำนองนี้หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ เลยทำให้รัฐบาลซีเรียและพันธมิตรอย่างรัสเซีย-อิหร่าน-ไปจนถึงตุรกี ที่ออกจะกลัวๆ ต่อข่าวคราวว่าด้วยเรื่องความพยายามจัดตั้ง “กองทัพอาหรับ” (Arab Army) เพื่อให้เข้ามายึดพื้นที่ต่างๆ แทนที่พวกกบฏและพวกผู้ก่อการร้าย ตามข้อเสนอของ “ทรัมป์บ้า” ที่เคยเรียกร้องให้รัฐบาลซาอุฯ ยูเออี ฯลฯ ส่งเงินหรือไม่ก็ส่งทหารเข้ามาในซีเรีย แทนที่จะให้สหรัฐฯ แบกรับอยู่เพียงรายเดียว เลยต้องหาทาง “ปลดปล่อยจังหวัดอิดลิบ” โดยเร็วที่สุด เพราะไม่ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ แต่ “In time of war, the first casualty is truth” หรือ “ความจริง” นั่นแหละ...ที่ถูกประหัต ประหาร ก่อนอื่น จากนั้น...ตามด้วยเลือด-เนื้อ-ชีวิต-วิญญาณของผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ที่หนีไม่พ้นต้องถูกนำมาเซ่นสังเวยต่อสิ่งที่เรียกว่า “สงคราม” อย่างน่าอเนจอนาถ น่าเวทนา เป็นอย่างยิ่ง...


กำลังโหลดความคิดเห็น...