xs
xsm
sm
md
lg

สันติภาพก่อนสงครามครั้งใหญ่

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

<b>อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน</b>
ปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องเผ่นกลับไปแถวๆ อิหร่านกันอีกนั่นแหละทั่น เพราะเท่าที่อ่านข่าว ฟังข่าว จากเว็บไซต์ “ผู้จัดการ” ของเรานี่เอง เห็นว่าผู้นำสูงสุดด้านจิตวิญญาณของอิหร่านท่านอิหม่าม “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” (Ali Khamenei) ท่านออกมาชี้แนะ ชี้นำรัฐบาลอิหร่านเอาไว้ประมาณว่า ถ้าหากอะไรมันยุ่งๆ เกินไปนัก หรือถ้าหากมันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โพดผลใดๆ สำหรับ “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของอิหร่านอีกต่อไป การผูกมัดตัวเองของอิหร่านเอาไว้กับ “ข้อตกลงร่วม” หรือ “แบบแผนปฏิบัติการเบ็ดเสร็จร่วม” ที่เรียกขานกันในนาม “JCPOA” (Joint Comprehensive Plan of Action) อันมีบรรดาประเทศต่างๆ ไม่ว่าจีน รัสเซีย และยุโรป ร่วมให้การรับประกันการันตี แต่ประเทศมหาอำนาจสูงสุดระดับโลกอย่างอเมริกาดันสะบัดตูด ฉีกข้อตกลงซะดื้อๆ นั้น อาจต้องเลิก หรือต้อง “พัก” เอาไว้ก่อน!!!

อันนี้นี่แหละ...ที่ย่อมต้องส่งผลให้บรรยากาศในแถบตะวันออกกลาง ชักทำท่าว่าอาจร้อนฉ่าขึ้นมาอีก หรือทำให้การแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง แตกต่าง ระหว่างประเทศด้วยหนทางแห่งการเจรจา ที่สามารถบรรลุเป้าหมายไปได้เรียบร้อยแล้วในปี ค.ศ. 2015 กลับมีอันต้องถอยหลังไปสู่จุดเดิมๆ จุดแห่งการเผชิญหน้า หรือจุดที่ “ความเป็นอิสระ” ของอิหร่าน กลายเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความขนลุก ขนพอง ให้กับใครต่อใครก็แล้วแต่ โดยเฉพาะถ้าอิหร่านพร้อมเดินหน้าในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อันอาจส่งผลให้ “ขีปนาวุธ” ของอิหร่านในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีความร้ายกาจ รุนแรง ไม่น้อยไปกว่า “จรวดของคิมน้อย” แห่งเกาหลีเหนือ วันใด วันหนึ่ง ขึ้นมาได้ไม่ยากส์ส์ส์...

แต่ก็อย่างว่า...จะไปโทษอิหร่านในเรื่องนี้คงลำบาก เพราะไม่ว่า “นิวเคลียร์อิหร่าน” นั้น จะมีไว้เพื่อสันติภาพ หรือสงครามก็ตาม แต่การที่ต้องเจอกับการไล่ทุบ ไล่บี้ ของคุณพ่ออเมริกามาโดยตลอด การหาทางสร้างหลักประกันความมั่นคง ปลอดภัยให้กับชาติตัวเอง ย่อมถือเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ของความเป็นมนุษย์เอาเลยก็ว่าได้ เว้นแต่บรรดาชาติต่างๆ จะร่วมสร้างหลักประกัน ร่วมให้การยืนยันและรับรองถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในลักษณะที่ว่า อะไรที่ออกไปทาง “สงคราม” ย่อมสามารถแปรเปลี่ยนให้กลายไปเป็น “สันติภาพ” ได้อย่างเป็นหลัก เป็นฐาน แต่ถ้าหากผู้ที่กระเหี้ยนกระหือรือ คิดจะไล่ทุบ ไล่บี้ คิดเปิดฉากสงครามกับอิหร่านมาโดยตลอด ดันสะบัดตูดลุกหนี จากการร่วมให้หลักประกันทำนองนี้ แล้วจะให้อิหร่านเขามัดมือ มัดเท้า ต้องเอามือหรือเอาตีนซุกหีบต่อไปเรื่อยๆ มันคงไม่เข้าท่าเข้าทาง หรือ “ไม่น่าจะแควร์” ซักเท่าไหร่นัก...

โดยเฉพาะเมื่อคุณพ่ออเมริกาไม่เพียงสะบัดตูดลุกหนีออกไปเท่านั้น...ยังพยายามหันมา “บ่อนทำลายความมั่นคงของอิหร่าน” ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ ตลอดไปจนการทหาร อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ด้วยการประกาศมาตรการ “แซงชั่น” ระลอกแล้ว ระลอกเล่า โดยเฉพาะระลอกที่จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน ที่ถึงกับป่าวประกาศเอาไว้ว่า จะหาทางทำให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ต้องเหลือมูลค่าเท่ากับ “ศูนย์” ให้จงได้ อันอาจนำไปสู่ความเจ็บปวดรวดร้าว ในทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การจลาจล เดือดร้อน วุ่นวายไปทั่วทั้งประเทศ หรือนำไปสู่ช่องทางในการแทรกแซง ทำลายระบบการเมือง การปกครองของอิหร่าน โดยหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาอย่างเปิดเผย ที่เรียกๆ กันว่า “Iran Action Group” หรือ “IAG” ทำนองนั้น...

ดังนั้น...แม้จะมีคำพูด คำยืนยัน คำปลอบประโลมของบรรดาประเทศที่ยังไม่คิดสะบัดตูด ลุกหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับข้อตกลงที่ว่านี้ แต่ก็อย่างว่า...สิบคำพูด ก็ไม่เท่ากับตาเห็น สิบตาเห็น คงไม่เท่ากับมือคลำ แม้การทำให้การส่งน้ำมันของอิหร่านมีค่าเท่ากับศูนย์ แทบไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ขณะใกล้ถึงเส้นตายแห่งการบังคับใช้มาตรการแซงชั่นของอเมริกา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ด้วย “ผลประโยชน์” ของบรรดาประเทศต่างๆนั่นเอง ที่ทำให้ผู้ที่ “กลัวอเมริกา” หรือผู้ที่ยังคงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ “เผด็จการดอลลาร์” ต่างต้องหันมา “ตัดช่องน้อยแต่พอตัว” หรือต้อง “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” กันเป็นจำนวนไม่น้อย ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปริมาณส่งออกน้ำมันของอิหร่าน จากวันละ 2.32 ล้านบาร์เรล ลดเหลือเพียง 1.68 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือหายไปประมาณวันละ 600,000 บาร์เรล เป็นอย่างน้อย...

ลูกค้าหลักๆ อย่างเกาหลีใต้นั้น...เห็นว่าหยุดสั่งซื้อไปแล้ว ส่วนอินตะระเดีย แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันเป็นมั่น เป็นเหมาะ ว่าพร้อมที่จะเดินหน้าสั่งซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ตามอิสระแห่งอำนาจอธิปไตยของอินเดีย ที่ไม่มีใครมาสั่งได้ แต่ก็อย่างว่า...บรรดาเอกชนที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของเงินๆ ทองๆ จนไม่คิดจะเป็นอิสระใดๆ เลย ก็เริ่มลดการสั่งซื้อน้ำมันจากอิหร่าน จนปริมาณการสั่งซื้อจากประมาณ 706,452 บาร์เรลต่อวัน ลดลงเหลือเพียง 203,938 บาร์เรลต่อวัน ในระหว่างที่ 1-16 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทั่งไก่งวงตุรกี ที่แม้กำลังถูกอเมริกาไล่บด ไล่บี้ จนค่าเงินลีรา แทบตกจากหอคอย่นในช่วงระหว่างนี้ แต่บรรดาพ่อค้าชาวตุรกีที่ยังคงเสพติดดอลลาร์ ยังหวั่นเกรงความสูญเสียรายได้จากการประกันภัย ก็เลยต้อง “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ด้วยการหันไปสั่งซื้อน้ำมันจากรัสเซีย จากอิรักกันแทนที่ ส่งผลให้ปริมาณนำเข้าน้ำมันอิหร่านของตุรกี ลดจาก 262,225 บาร์เรลต่อวัน เหลือเพียงแค่ 81,075 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงเดือนพฤษภา-มิถุนายน ที่ผ่านมา มีแต่ลูกค้าอย่างคุณพี่จีนเท่านั้น ที่ยังกล้ายืนหยัดแบบ “เสี่ยสั่งลุย” ยังพร้อมที่จะรักษาปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ไปพร้อมกับการหาช่อง หาทาง หลีกเลี่ยงสัญญาประกันภัย ด้วยกรรมวิธีต่างๆ ซึ่งออกจะยากเย็นแสนเข็ญมิใช่น้อย...

ส่วนลูกค้ารายใหญ่อย่างยุโรปนั้น...แม้รัฐบาลจะออกมารับประกันการันตีกันสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้ง “ความกลัว” ของบรรดาบรรษัทเอกชนได้มากมายนัก บรรษัทน้ำมันยักษ์ๆ อย่าง “Total” ของฝรั่งเศส และบริษัทรถยนต์หลายยี่ห้อ เผ่นหนีไปเป็นรายแรก ปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันจากอิหร่านของยุโรป ก็เริ่มออกอาการแกว่งไป แกว่งมา จนเกิดการคาดคะเนเอาไว้ว่า ก่อนถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อาจหายไปถึงวันละ 1 ล้านบาร์เรลเป็นอย่างน้อย ซึ่งย่อมต้องส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ความมั่นคง ปลอดภัย ภายในอิหร่านเอง และนั่น...เลยทำให้อิหร่านหนีไม่พ้นต้องหันมาสร้าง “หลักประกันความมั่นคง-ปลอดภัยแห่งชาติ” ขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง การ “พัก” ข้อตกลง JCPOA เอาไว้ก่อน เพื่อเดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพ ในการรับมือกับการโค่นล้ม ทำลายระบอบปกครองอิหร่าน โดยมหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกาให้ทันท่วงที จึงกลายเป็น “ข้อเท็จจริง” ที่มิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ อันทำให้ความหมายของคำว่า “สันติภาพ” ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 2-3 ปี จากการบรรลุข้อตกลง JCPOA ในปี ค.ศ. 2015 จึงแทบไม่ต่างอะไรไปจาก การยืดระยะเวลาเพื่อเตรียมตัวรับมือกับ “สงครามครั้งใหญ่” กันต่อไปนั่นเอง...


กำลังโหลดความคิดเห็น...