xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ข่าวปนคน คนปนข่าว

** โถ..ตรรกวิบัติ!! ป.ป.ช.ออกตัววินิจฉัยคดีจัดซื้อ “ไม้ล้างป่าช้า GT 200” ยาก อ้างเจ้าหน้าที่รู้สึกคุ้มค่า เหมือนมีพระเครื่อง อย่าลืม“ข้อเท็จจริง”ที่พิสูจน์แล้วว่า “ลวงโลก”เป็นแค่ “กล่องพลาสติกเปล่าๆ เสียบเสาอากาศ”หรือที่ “ศาลเมืองนอก”ตัดสินลงโทษยึดทรัพย์-จำคุก “ผู้ผลิต - ผู้ขาย” โทษฐานจงใจฉ้อโกงไปแล้ว ออกรูปนี้คงหวังตัดไฟต้นลม กลัว “ลูกหลง”กระเด็นไปถึง “ระดับบิ๊ก”มากกว่ามั๊ง

ฟังทีแรกก็ชื่นใจ .. ตามคิวที่ สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาอัพเดตคดีดัง ทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด “Alpha 6 - GT 200”ที่ยังเหลืออยู่ในชั้นป.ป.ช. .. “ท่านสุรศักดิ์”ดีกรีอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ประกาศกร้าว “ไม่ปล่อยหมดอายุความแน่นอน” ..แต่สร้อยท้ายนี่สิ ทำเอา “สะดุ้งเฮือก”เมื่อบอกว่า “การจะวินิจฉัยว่าถูกหรือผิด เป็นเรื่องที่ยาก เพราะบางครั้งไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของเครื่อง แต่เป็นเหมือนความเชื่อ เหมือนพระเครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ ที่นำไปใช้แล้วเขารู้สึกว่าคุ้มค่า” .. ทำเอาร้องกันลั่น “แบบนี้ก็มีด้วย”ที่ “หน่วยงานปราบโกง”ออกตัวว่า อาจต้องใช้ “ความรู้สึก”มาตัดสินถูก ผิด .. แล้วที่อ้างความรู้สึกคุ้มค่าของ “เจ้าหน้าที่”ก็ต้องถามว่า “เจ้าหน้าที่”ที่บอกอย่างนั้น ทำหน้าที่อะไร .. เป็น “เจ้าหน้าที่จัดซื้อ”ที่หวังให้ตัวเองพ้นผิด หรือ “เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างาน”ที่ต้องเผชิญเหตุเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย .. แล้วเจ้าหน้าที่ที่ว่า ใช่ “ท่านไก่อู”พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด สมัยเป็นโฆษกกองทัพบก ที่ออกมาอธิบาย“หลักฟิสิกส์”เป็นตุเป็นตะ ต้องใช้สสาร ร่วมเซ็นเซอร์การ์ด แล้วจะมีสนามแม่เหล็กอะไรเทือกนั้น .. หรือเป็น พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่า เคยใช้งาน GT200 จนสามารถตรวจพบเนื้อมนุษย์-ยาเสพติดได้ด้วย .. ทั้งความรู้สึกที่เจ้าหน้าที่ท่านนั้นอ้างถึง หรือคำยืนยันของ “ท่านไก่อู – หมอพรทิพย์” มันขัดแย้งกับ “ข้อเท็จจริง” ที่พิสูจน์ตาม “หลักวิทยาศาสตร์” แล้วว่า “ลวงโลก” ..
แฝดพี่แฝดน้อง “GT 200 - Alpha 6”เป็นแค่ “กล่องพลาสติกเปล่าๆ เสียบเสาอากาศ”ใช้งานในสถานการณ์จริงไม่ได้ จนถูกขนานนามว่า “ไม้ล้างป่าช้า” .. ตลอดจน“หลักยุติธรรม” ที่ “ศาลเมืองนอก”ตัดสินลงโทษ ยึดทรัพย์-จำคุก “ผู้ผลิต - ผู้ขาย”โทษฐาน “จงใจฉ้อโกง”จนป่านนี้ใกล้จะได้รับอิสรภาพกันไปแล้วด้วยซ้ำ .. แล้วไม่ใช่แค่ “ลวงโลก”กันชัดเจน กระบวนการจัดซื้อก็มีความไม่ชอบมาพากลเต็มไปหมด .. ตามข้อมูลเดิมที่ระบุว่า ช่วงปี 2548-2553 หน่วยงานราชการไทยอย่างน้อย 15 หน่วย จัดซื้อเจ้า 2 ตัวนี้ มาถึงเกือบ 1,400 ตัว สูญเสียงบประมาณไปมากกว่า 1,100 ล้านบาท .. ที่น่าตลกก็คือ แต่ละหน่วยงานซื้อในราคาไม่เท่ากัน ตลกร้ายกว่านั้นที่ “กองทัพบก”เป็นหน่วยงานที่ “ซื้อเยอะ”แถม “ซื้อแพง” กว่าชาวบ้านเขาด้วย .. เฉพาะ “กองทัพบก”ในยุคที่ “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่รอง คสช. เป็น ผบ.ทบ. ปี 50-53 ที่ ครองแชมป์ ซื้อ GT200 ไปทั้งหมด 757 เครื่อง เป็นเงินกว่า 682 ล้านบาท .. ยิ่งไปกว่านั้น “ผบ.ป๊อก”ก็ยังปฏิบัติการ “เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า”สั่งปลดประจำการ GT 200 ที่สั่งซื้อมาในยุคตัวเอง โดยไม่คิดจะตั้งกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำผิดแต่อย่างใด ..
น่าสนใจว่า คดี “GT 200-Alpha 6” ที่อยู่กับ ป.ป.ช. มากกว่า 10 สำนวนนั้น ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น “นายทหาร”กว่า 40 คน แต่ก็ตำแหน่งสูงสุด แค่ยศ “พลโท”ระดับ "เจ้ากรม" เท่านั้น .. นี่ขนาดไม่มีชื่อ “ระดับบิ๊กๆ”เข้าไปมีเอี่ยว “ป.ป.ช.”ยุคที่ “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ถือธงนำ ยังทำท่าจะ “ล้มมวย”ซะอย่างนั้น .. หรือกลัวว่า หากชี้มูลความผิดฟันฉัวะระดับ “ลูกน้อง” แล้วอาจจะมี “ลูกหลง”กระดอนไปถึงระดับ "ผู้บัญชาการเหล่าทัพ" ก็ไม่รู้ ก็เลยเลือก “ตัดไฟแต่ต้นลม”ก่อน .. แล้วถ้า ป.ป.ช. จะออกตัวยึด “ความรู้สึก”เป็นที่ตั้งอย่างนี้ ก็ไม่น่าเสียเวลาตั้งกรรมการ 10 ชุด 20 ชุด มาไต่สวนให้เปลืองไฟ-เปลืองเบี้ยประชุม .. กล้าๆ หน่อย “ยกคำร้อง”ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า.

**กลัดกระดุมเม็ดแรกผิด!! “เมกะโปรเจกต์แสนล้าน”โรงกำจัดขยะ-โรงไฟฟ้าขยะ เข็นไม่ขึ้น อุตส่าห์ใช้ “อภินิหาร-อำนาจพิเศษ”กรุยทางสารพัด 4 ปีกว่าแล้วยังไม่ถึงไหน เหตุเจอแรงต้านจาก “ชุมชน”แทบทุกพื้นที่ ทำ “นายทุน”กระอักเลือดถ้วนหน้า หลังเจอฤทธิ์ “ขบวนการนักวิ่ง”อ้างชื่อ “คนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ”เรียก “รายจ่ายนอกระบบ”จนบักโกรก คงต้องย้อนกลับมานับหนึ่งใหม่ ให้ถูกต้องเป็นที่ยอมรับ ถึงจะช้าหน่อย แต่ก็ชัวร์กว่า

ติดๆขัดๆไปหมด .. “เมกะโปรเจกต์แสนล้าน”โครงการโรงกำจัดขยะ-โรงไฟฟ้าขยะ ในความดูแลของ “กระทรวงมหาดไทย”ภายใต้การนำของ “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เจ้ากระทรวง .. ก็ไม่ว่าจะใช้ทั้ง “อำนาจพิเศษ”มาตรา 44 กรุยทางให้ทั้งกฎหมายผังเมือง-รายงานสิ่งแวดล้อม กระทั่งแรงกระทุ้งจาก “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขีดเส้นเดดไลน์ ให้เสร็จภายใน 30 วันก็แล้ว .. ไม่เท่านั้นยังมี “กำลังภายใน”กดดันให้หน่วยงานภาครัฐเบ่งโควตารับซื้อ “ไฟฟ้าจากพลังงานขยะ”เป็นพิเศษ จน “โควตาบวม”ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง .. หนักสุดก็คง “ขบวนการนักวิ่ง”ที่แอบอ้างชื่อ “คนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ”ก็แล้ว แต่ดูเหมือนโครงการจะแล่นไม่ฉิว มาตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา .. จากที่เคยตีปิ๊บกันโครมคราม กลายเป็นว่าตอนนี้ “นิ่งสนิท”ทั้งภาครัฐ หรือเอกชน นายทุน ที่เริ่มโอดโอยอยากจะตีธงถอยให้รู้แล้วรู้รอด .. แม้จะปลดเปลื้องพันธนาการด้านกฎหมายได้เบ็ดเสร็จ แต่เรื่องหนึ่งที่แก้กันไม่ตก ก็คือ “แรงต้าน”จาก “ชุมชน”ที่ไม่เปิดรับทุกโครงการที่เกี่ยวกับขยะ .. มีตัวอย่างให้เห็นในหลายพื้นที่ ทั้งที่ บ้านลาด เพชรบุรี - แม่สอด ตาก - เขาไม้แก้ว ชลบุรี – ร่องฟอง แพร่ หรือที่ พิษณุโลก ที่มีโปรเจกต์ถึง 3 โรง ที่ดูเหมือน “นายทุน”จะเริ่มถอดใจ ..
ล่าสุดก็ที่ “เทศบาลเมืองกระบี่”หนึ่งในพื้นที่นำร่อง ที่ร่ำลือกันว่า “ขบวนการนักวิ่ง”เคยบุกเข้า “จวนผู้ว่าฯ”มาแล้ว ก็ยังไปไม่รอด .. พอเจอแรงต้านมากๆ โครงการไปต่อไม่ได้ ก็ส่งผลกระทบกับเงินทุน ที่ทั้งหมดไม่ได้ควักจากกระเป๋าตัวเอง ต้องบากหน้าเอาโปรเจกต์ไปขอกู้จากธนาคาร-สถาบันการเงิน ทั้งนั้น .. แล้วที่หวังจะเอาไปบูท “หุ้นในตลาด” ให้วิ่งฉิวเหมือนแต่ก่อนก็ทำไม่ง่ายอย่างที่คิด ทั้ง “ผู้เล่น”ที่มีมากขึ้น แถมใช้ “แทกติก”เดียวกัน จน “แม่งเม่า” จับทางได้ ไม่หลงกล เหมือนสมัยที่หมดเนื้อหมดตัวไปกับ “โปรเจกต์โซลาร์ฟาร์ม”อีกแล้ว .. ที่หนักสุดคงเป็น “รายจ่ายนอกระบบ”ที่ต้องสูญเสียเบี้ยใบ้รายทาง ค่าน้ำร้อน น้ำชา-ค่าตั๋ว ทั้งระดับพื้นที่ หรือ “ส่วนกลาง”จังหวัด เพียงเพื่อแลกกับ “ลายเซ็น”ของผู้มีอำนาจในพื้นที่นั้นๆ .. เรียกว่าจ่ายกัน “อีลุ่ยฉุยแฉก”ตามที่ “ขบวนการนักวิ่ง”เรียกร้อง ด้วยวาดฝัน ว่าโครงการจะ “ผ่านฉลุย”ด้วยชื่อ “คนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ” อีกทั้งยังมีแอกชั่นต่างๆ ของฝ่ายรัฐที่ทำให้เห็นว่า กำลังมีการกรุยทางให้ตลอด .. สิ่งที่เกิดขึ้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้โครงการจะมีความจำเป็น และเป็นประโยชน์อย่างไร แต่เมื่อ “กลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก”หวังใช้ “อภินิหาร –อำนาจพิเศษ”แค่ไหนก็ไปไม่รอด .. น่าจะถึงเวลาที่“รัฐบาล คสช.”ต้อง หันมากลับมาทบทวนความพยายามผลักดัน-ยัดเยียด “เมกะโปรเจกต์แสนล้าน”โดยที่ไม่มีหลักประกันด้านสุขอนามัย ทั้งเรื่องผังเมือง-ผลกระทบสิ่งแวดล้อม .. เลยหวังพึ่ง “ทางพิเศษ”แล้วหันมาใช้ “ลู่เลนปกติ”ที่ถูกต้อง เป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำประชาพิจารณ์ อย่างตรงไปตรงมา หรือรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน .. ทิ้งอดีต 4 ปี ที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หันกลับมาตั้งลำใหม่ให้ถูกให้ควร อาจจะช้าหน่อย แต่ก็ชัวร์กว่า .. ติดก็แต่ “บางคน”อาจจะ “ถอยไม่ได้” ก็ดันไปติดพัน “ค่าตั๋ว-ค่าน้ำชา”ที่รับๆกันไปแล้ว อันนี้ก็ไปหาทางเคลียร์กันเอาเองนะจ๊ะ

ช.ชฎา

รูป
-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ --พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

-- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา - ต้านโรงไฟฟ้าขยะ ที่กระบี่


กำลังโหลดความคิดเห็น...