xs
xsm
sm
md
lg

กลับมาเปิดเล้าไก่ดู “สงครามครั้งใหม่”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


วันนี้...สงสัยว่าน่าจะได้ฤกษ์ ได้เวลา กลับมาเปิดเล้าไก่ เข่งไก่ ในบ้านเรากันดูมั่ง เพราะมาถึง ณ ขณะนี้ วินาทีนี้ น่าจะพอสรุปได้ชัดเจนแล้วว่า ทั้ง “นายใหญ่” และ “หญิงใหญ่” หรือ “หญิงเล็ก” ก็แล้วแต่ อันได้แก่ 2 ศรีพี่น้อง ที่แปลงกายเป็น “สัมภเวสี” ไปแล้วด้วยกันทั้งคู่ น่าจะ “สู้” แน่ๆ สู้ไม่ถอย สู้จนกว่าจะตายไปข้าง หรือถ้าหากยังไม่ตายก็ไม่คิดจะเลิกสู้ อะไรทำนองนั้น ตามคำประกาศอย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นไปโดยเปิดเผย อันเป็นที่รับรู้ รับทราบของใครต่อใครไปแล้ว โดยแจ่มแจ้ง ชัดเจน...

คือถ้าหากการ “สู้” ที่ว่านี้...มันเป็นแค่การสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งจำนวนเสียง จำนวนเก้าอี้ในรัฐสภา ตามช่วงจังหวะแห่งการเลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่ว่าจะเดือนไหนต่อเดือนไหน โดยหวังจะให้เป็นไปในแบบแลนด์สไลด์ หรือแอฝะลานช์ หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่ อันนั้น...คงไม่ถึงกับต้องกลับมาเปิดเข่งไก่ เล้าไก่ สำรวจตรวจสอบอะไรต่อมิอะไรกันให้เมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว เพราะการจะได้มาซึ่งจำนวนเสียง จำนวนเก้าอี้ในรัฐสภา ไม่ว่าจะ 100, 150, 200 หรือ 250 ขึ้นไป สุดท้ายแล้ว...มันคงไม่สามารถ “พลิกหน้ามือเป็นหลังตีน” สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไร ให้เป็นไปตามความปรารถนา ความต้องการของ “นายใหญ่-หญิงใหญ่” ได้มากมายซักเท่าไหร่นัก...

ตราบใดที่ “ผบ.ทบ.” ยังคงเป็น “บิ๊กแดง” ที่เคยถูกสั่งให้ “เดินลอดขา” พวกป่วนบ้าน ป่วนเมือง ขณะที่ยังไม่ได้เติบโตขึ้นมาเป็นบิ๊ก เป็นแค่สมอลล์ หรือมีเดียมแต่เพียงเท่านั้น หรือตราบใดที่ “ผบ.ทร.” “ผบ.ทอ.” ยังเป็นผู้ที่จัดอยู่ในประเภท “ผงาดขึ้นมาด้วยกันทั้งแผง” โอกาสที่จะ “ขายเรือดำน้ำ” เอาไปซื้ออะไรต่อมิอะไร ตามแบบฉบับรายการ “แค้นสวาทต้องทวงคืน” ยังไงๆ ย่อมต้อง “เป็ง-ปาย-ม่าย-ล่าย” อยู่แล้วแน่ๆ โดยไม่จำเป็นต้องคิดถึงจำนวน “วุฒิสมาชิก” 250 พระหน่อ ในรัฐสภาครั้งใหม่เอาเลยก็ยังได้ คือถ้าหากกองทัพ-ตำรวจ-ข้าราชการ รวมไปถึงบรรดานักธุรกิจประเภท “เจ้าสัว” ฯลฯ ไม่ยอมรู้เห็น-เป็นใจให้กับการ “สู้” ในคราวนี้ ต่อให้ “สู้ตาย” หรือ “สู้จนกว่าจะตาย” สุดท้าย...ก็ย่อมต้องตายไปก่อนที่จะบรรลุเป้าหมายในการสู้นั่นแล...

นอกเสียจากการ “สู้” นั้นๆ...จะตั้งเป้า ตั้งยุทธศาสตร์ เอาไว้นอกเหนือไปกว่าจำนวนเสียง จำนวนเก้าอี้ในรัฐสภาแต่เพียงเท่านั้น คืออาศัยจำนวนเสียง จำนวนเก้าอี้ในรัฐสภา เป็นเพียงแค่ “องค์ประกอบ” ของกระบวนการต่อสู้ทั้งหมด ที่อาจถูกยกระดับไปถึงการต่อสู้ในหมู่ “มวลชน” ไปจนถึงการต่อสู้ทางทัศนคติระหว่าง “ฝ่ายอนุรักษ์” กับ “ฝ่ายก้าวหน้า” อะไรทำนองนั้น หรือต้องเป็นการต่อสู้ในระดับ “พลิกฟ้า-คว่ำดิน” เอาจริงๆ นั่นแหละ ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันถึงจะบรรลุเป้าหมายความปรารถนา ความต้องการ ของ “นายใหญ่-หญิงใหญ่” ขึ้นมาได้มั่ง...

เมื่อมองถึง “เป้าหมาย” ของการสู้ในลักษณะเช่นนี้...เลยทำให้เรื่องของการเลือกตั้ง การดูด การอม การตั้งพรรค เปลี่ยนพรรค ฯลฯ กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ไปโดยทันที เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว...มันคงไม่ได้ชี้เป็น-ชี้ตาย ชี้วัด-ตัดสินกันที่ตรง ณ จุดนั้น แต่มันเป็นเพียงแค่ “จุดเริ่มต้น” ของการสู้ หรือของ “สงคราม” ที่ไม่มีวันจบ จนกว่าไม่ว่าใครก็ใครต้องตายไปข้าง อะไรประมาณนั้น อันนี้นี่แหละ...ที่เลยหนีไม่พ้นต้องหันมาเปิดเล้าไก่ สำรวจเข่งไก่กันไปตามสภาพ ว่าด้วย “เงื่อนไข” และ “เหตุปัจจัย” ของสังคมไทยในอนาคตข้างหน้านั้น มันจะเป็นใจให้กับการสู้ในแนวนี้ได้มาก-น้อยขนาดไหน จะทำให้ไม่ว่า “วอร์” หรือ “แบทเทิล” มันจะออกไปในแนวไหน อย่างไร...???

โดยเฉพาะสำหรับผู้รักบ้าน รักเมือง ห่วงบ้าน ห่วงเมือง...คงต้องหันมาสำรวจเล้าไก่ เข่งไก่กันแบบพิถีพิถัน และละเอียด ประณีตพอสมควร จะอาศัยเพียงแค่ความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ งุ่นๆ ง่านๆ เพียงอย่างเดียว คงไม่ถึงกับถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก แม้ว่าตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา อะไรต่อมิอะไรมันทำให้คงอดต้องหงุดหงิดขึ้นมามิได้ ประเภทบอกให้เตะซ้าย-ต่อยซ้าย ดันไปสวิงขวา-อัปเปอร์คัตขวา หรือไม่ก็เต้นย็อกๆ แย็กๆ ไปตามเรื่อง ตามราว แต่ก็ทำไงได้...ในเมื่อมันได้แค่นั้น มันเป็นไปเช่นนั้น หรือ “มันเป็นเช่นนั้นเอง” แม้จะเต็มกลั้น เต็มกลืนเพียงใดก็ตาม แต่คงต้องหันมารั้ง “สติ” เพื่อให้เกิด “ปัญญา” ในการค้นหา แสวงหา หนทางออก-ทางไป ที่จะทำให้ “สงครามครั้งใหม่” มันกลายเป็นตัวฉุดกระชากลากถูประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ให้ต้องกลับไปสู่จุดเดิมๆ หรือกลับไปสู่ “ทศวรรษแห่งความมืดมน” ที่ต่อเนื่อง ยาวนาน นับสิบๆ ปีเข้าไปแล้ว...

ต้องสำรวจกันอย่างมีหลักวิชา มีการร้อยเรียงอดีต-ปัจจุบัน-และอนาคตให้กลายเป็นกระบวนการเดียวกัน และที่ปฏิเสธไม่ได้เอาเลยก็คือว่า ต้องเป็นการสำรวจในลักษณะที่...“A man’s feet must be planted in his country, but his eyes should survey the world.” หรือ “เท้าของคนต้องปักอยู่ในประเทศเขา ขณะดวงตาควรสำรวจดูโลก” อย่างที่กวีชาวอเมริกันเชื้อสายสเปนชื่อว่า “นายGeorge Santayana” ได้เคยเอ่ยเตือนเอาไว้แล้วนั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อโลกทุกวันนี้...มันกำลังกลายเป็นโลกที่ “เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม” อย่างชนิดพลิกหน้า-พลิกหลัง เอาเลยก็ว่าได้ ใครที่มัวแต่พูดกันถึงเรื่อง “เอาบิ๊กตู่หรือไม่เอาบิ๊กตู่” โดยไม่คิดจะไปไหนซะบ้างเลย มันคงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมามากมาย เผลอๆ...อาจต้องกลายเป็นพวก “ย้ำคิด-ย้ำทำ” หรือพวก “สมาธิสั้น” ไปซะอีกต่างหาก...

แต่เมื่อสำรวจตรวจสอบกันโดยละเอียด โดยมีหลักวิชา มีสติและปัญญาเป็นเครื่องค้ำยัน...แล้วมันจะนำไปสู่อะไรบ้างนั้น อาจเป็นสิ่งที่เกินเลยไปกว่าขีดความสามารถของผู้เขียนที่จะสรุปได้ เอาเป็นว่า...คงต้องปล่อยให้พวกนักคิด นักปราชญ์ ตลอดไปจนถึงนักปฏิบัติ เขาระดมสมองกันไปตามความรู้ ความเชี่ยวชาญกันอีกที แต่อย่างน้อย...การหันมามอง “สงครามครั้งใหม่” ของ “นายใหญ่-หญิงใหญ่” กันให้ทะลุไปถึงเป้าหมายลึกๆ หรือ “เป้าหมายที่แท้จริง” ก็น่าจะถือเป็น “จุดเริ่มต้น” ของความพยายาม ในอันที่จะนำเอาสันติภาพ สันติสุข และสันติธรรม กลับคืนมาสู่สังคมไทยให้จงได้ นั่นแล...


กำลังโหลดความคิดเห็น...