xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ข่าวปนคน คนปนข่าว

*ดึงสติกันนิดนึง!! หาก “คนเสื้อเหลือง-กปปส.”รู้สึกโกรธแค้น “คนเสื้อแดง”ที่สาปแช่ง “พี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์”ในยามล้มป่วย ก็ไม่ควรไป“เอาคืน” ด้วยการสาปแช่ง “จารย์เจียม”ให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง เช่นกัน ควรเว้นวรรคอคติ ต้องมอง “ความแก่ ความเจ็บ ความตาย”เป็นอนิจจัง สั่งสม “กรรมดี - กรรมชั่ว”มาอย่างไรก็ “หนีไม่พ้น”

ยังคงฝักรากลึก .. ความแตกแยกขัดแย้งทางความคิด กระทั่งการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคมไทย หาได้ “ปรองดอง”อย่างที่ใครพยายามประโคมข่าว เคลมเป็นผลงานหรอก .. เห็นได้ชัด จากกรณีที่เกิดไล่เลี่ยกัน โรคภัยที่ “สองคนดัง”มาเจ็บไข้ได้ป่วยในเวลาไล่เลี่ยกัน และอาการคล้ายคลึงกัน .. คนหนึ่ง พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ดารานักแสดง และผู้กำกับชื่อดัง ที่เกิดเหตุวูบกลางกองถ่ายละคร โดยเเพทย์วินิจฉัยสาเหตุเกิดจาก เส้นเลือดในสมองตีบ .. อีกคน “บาโฟ เจียม” สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล อดีตอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่ล้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตก จนร่างกายขยับไม่ได้ .. ถือเป็นคนดังจาก 2 วงการ ที่บทบาทระยะหลังถูกยกให้เป็น “สัญสักษณ์สีเสื้อ” ..
ในขณะที่ “พงษ์พัฒน์”ถูกยกให้เป็น “เซเลปเสื้อเหลือง” อีกด้าน “สมศักดิ์”ก็ครองตำแหน่ง “เสื้อแดงตัวพ่อ”มาช้านาน .. แม้ว่าบทบาทของทั้งคู่จะหมิ่นเหม่ หรือแหลมคมเพียงใด แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น การแช่งชักหักกระดูกจาก “กองแช่งฝ่ายตรงข้าม”โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ ที่พยายามโยงไปว่า เป็น “ผลกรรม”ที่ต่างฝ่ายต่างก่อไว้ .. แล้วหากคิดอย่าง “ผู้มีปัญญา”ก็ควรมองว่า “ความแก่ ความเจ็บ ความตาย”เป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะสั่งสม “กรรมดี - กรรมชั่ว”มาอย่างไรก็ “หนีไม่พ้น” .. ในขณะที่ “คนเสื้อเหลือง-กปปส.” รู้สึกโกรธแค้น “คนเสื้อแดง” ที่สาปแช่ง “พี่อ๊อฟ”ก็ไม่ควรไป “เอาคืน”ด้วยการสาปแช่ง “จารย์เจียม”ให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองเช่นกัน .. ใจเขาใจเรา ช่วงเวลา เจ็บ ป่วย หรือ ตาย ควรเป็นช่วงเวลาแห่งการ “เว้นวรรค” อคติที่มีอยู่ในใจ .. ไม่ถึงกับต้องส่งกำลังใจให้คนที่ไม่ชอบ ขอแค่ไม่ไปซ้ำเติมอะไรให้เป็นประเด็นบาดหมางกันก็พอ .. ฝากไว้ให้ได้คิด ดึงสติกันซักหน่อย คนล้มอย่าข้ามฉันใด คนป่วยก็ไม่ควรไปแช่งเขาฉันนั้น

**เดินหน้าลุยไฟ!! “บิ๊กจิน”ประกาศลุยเคาะงบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 900 โครงการ 3.1 หมื่นล้าน 6 ก.ย.นี้ อ้าง “เดดไลน์”ต้องส่งงบฯปี 62 ให้ “กรมบัญชีกลาง”สิ้นเดือนก.ย. เร่งรีบเหมือนที่มีคนแอบอ้างว่า "ฝ่ายการเมือง" ต้องการขุน "ท่อน้ำเสี้ยง" ไว้เตรียมการเลือกตั้ง แบบนี้ “ประชาชน”เจ้าของเงินกองทุนฯตัวจริง ก็คงต้องทำใจกับ “ดุลพินิจเดิมๆ”ที่ผลลัพธ์คงหนีไม่พ้น “บริษัทเครือข่ายเดิมๆ”หารับประทานกับ “กองทุนหมื่นล้านฯ” เหมือนเดิม

ไม่ค่อยสบายใจ .. เมื่อได้ยิน “บิ๊กจิน”พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ ประกาศเตรียมพิจารณาคำขอใช้งบ“กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน”ในการประชุมคณะกรรมการฯ วันที่ 6 ก.ย.นี้ ตาม “วาระปกติ” .. โดยจะรับลุูกจากคณะอนุกรรมการกองทุนฯ ที่มี ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงานเป็นประธาน และมี "ดร.โจ๊ะ" ทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกองทุนฯ ที่นัดประชุมในวันที่ 3 ก.ย. .. เพื่อกลั่นกรองคำขอใช้งบกองทุนฯ ในปีงบ 2562 จำนวนกว่า 900 โครงการ เป็นเงินกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท .. โดยจะคัด “ผู้เข้ารอบ”ภายใต้งบราว 1.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบเพิ่มเติมปี 2561 ที่ยัง “ค้างท่อ”อยู่ 5.2 พันล้านบาท และ งบปี 2562 อีก 1 หมื่นล้านบาทเศษ .. แม้จะมีกระแสข่าว “ปูทางลง” ไว้ให้ว่าการประชุมต้นเดือนหน้านี้ว่าจะมีการ “ชะลอ” พิจารณาโครงการไป “อย่างไม่มีกำหนด” .. พร้อมเปิดให้ “คนกลาง”เข้ามาพิจารณาโครงการ เพื่อเคลียร์คัต “ข้อครหา”ที่กระหึ่มในช่วงนี้ให้ได้เสียก่อน .. อีกทั้ง “บิ๊กจิน”ก็ยอมรับว่า “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการให้ดูในเรื่องเรื่องความไม่โปร่งใสให้กระจ่างเสียก่อน ..
แต่ก็ดูเหมือน “บิ๊กจิน”จะให้ความสำคัญกับ “เดดไลน์”ที่ต้องส่งงบกองทุนฯ ในปีงบ 2562 ให้กับ “กรมบัญชีกลาง”ภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ .. ทั้งที่ “ระบบงบประมาณ”สามารถยืดหยุ่นได้ตามความจำเป็น กลับเลือกละเลย “วาระปราบโกง”ที่ต้องเร่งตรวจสอบปัญหา “ความไม่โปร่งใส”ที่เกิดขึ้นไปเฉยๆ .. แล้วในความเป็นจริงประเด็นครหาก็มาจาก “พิรุธ”การประกาศรับสมัครโครงการในปีนี้ ที่ “ฉุกละหุก”จนถูกมองว่า “เอื้อประโยชน์” ให้ “เจ้าเก่าๆ” .. แล้วยังชี้เป้าย้อนไปถึงการอนุมัติงบให้โครงการในปีงบประมาณก่อนๆ ที่พบว่า เป็น “บริษัทเครือข่ายเดิมๆ”ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ .. หากปีงบประมาณใหม่ ยังพิจารณาตาม “หลักเดิม” ด้วย “คนเดิม” ผลลัพธ์ก็เข้าอิหรอบเดิม ให้เป็นขี้ปากกันไปอีก .. อย่างนี้แล้ว “ประชาชน” ในฐานะ “เจ้าของเงินตัวจริง” คงต้องทำใจ กับ “ดุลพินิจ” ของภาครัฐในการอนุมัติสนับสนุนโครงการ .. อย่าลืมว่าเงิน “กองทุนอนุรักษ์ฯ”ที่วันนี้มีอยู่มากถึง 4.1 หมื่นลบ้านบาท นั้นเป็น “เงินประชาชน”ที่ถูกบวกเพิ่มไปในค่าน้ำมันล้วนๆ .. แล้วเมื่อ “บิ๊กจิน”ที่เป็นคีย์แมนสำคัญคนหนึ่งของ คสช. ออกหน้ารับลูก และออกตัวแรงขนาดนี้ .. ก็พาลทำให้นึกย้อนไปถึงประเด็นที่มีการแอบอ้างว่า "ฝ่ายการเมือง" ต้องการขุน "ท่อน้ำเสี้ยง" ไว้ เตรียมการเลือกตั้งว่า สรุปมันจริงหรือมั่ว ชัวร์ หรือไม่ ด้วยนะท่านรองฯ

**ระฆังยกที่หนึ่งเริ่ม!! “ประธานศาลอุทธรณ์” ไม่รับมุก “เจ้าสัวเปรมชัย” ฟันธง “คดีฆ่าเสือดำ”อยู่ในเขตอำนาจ “ศาลจังหวัดทองผาภูมิ”ยกคำร้องขอย้ายสำนวนไป “ศาลทุจริตฯภาค 7” ได้คิวนัดสืบพยาน หลังยืดเยื้อมาหลายเดือน ต้องไม่วางตา "ข้าราชการกรมอุทยานฯ คนดัง" ที่พยายามยุ่มย่าม จนคดียุ่งเหยิง รับข่าวเมาต์ "หลังบ้าน" พร้อม “ทุ่มไม่อั้น”เพื่อให้ “สามี" ไม่ต้องติดคุก

ได้ฤกษ์นับหนึ่งซักที .. คดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ที่มี "พรานเจ้าสัว" เปรมชัย กรรณสูต บิ๊กบอสอิตาเลียนไทย เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญใน 6 ข้อหา .. หลัง “จำเลย” ใช้ “แท็กติก”ยื้อยุดมาได้พักใหญ่ ด้วยการยื่นคำร้องต่อ “ศาลจังหวัดทองผาภูมิ”เพื่อขอโอนย้ายสำนวน “คดีฆ่าเสือดำ”ไปรวมกับ “คดีติดสินบน” ที่อยู่ใน “ศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ภาค 7” .. เป็น “แท็กติก”ที่ ตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด เคยโพสต์ความเห็นด้วยคีย์เวิร์ดชวนคิด "เบื้องลึกเบื้องหลังมีอีกเยอะ แต่พูดไม่ได้ เหมือนน้ำท่วมปาก" ก่อนตัดพ้อด้วยว่า เป็นแค่ "คนนอก" ทำได้แค่ "อัดอั้นตันใจ" .. แล้วไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่ “ข่าวปนคนฯ”รวมทั้งใครหลายคนเคยดักคอไว้ประมาณว่า คำร้อง "โยกศาล- ย้ายสำนวน" ตามที่ "จำเลยร้องขอ" ดูจะไม่สมเหตุสมผล .. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขตอำนาจศาล กระทั่งข้ออ้างความยากลำบากในการเดินทางของจำเลย ที่ “เสี่ยอิตาเลียนไทย”เคยโอดโอยว่า เหนื่อยหน่ายกับการขึ้นศาล .. ที่สำคัญ จู่ๆ จะเอา "คดีใหญ่" ที่ศาลทองผาภูมิ ไปสอด "คดีเล็ก" ที่ศาลทุจริตฯ ภาค 7 มันก็กระไรอยู่ ..
ข่าวว่า “ประธานศาลอุทธรณ์”วินิจฉัยฟันธงแล้วว่า คดีของ “เสี่ยเปรมชัย”อยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดทองผาภูมิ ไม่จำเป็นย้ายไปพึ่งศาลไหนตามที่ขอมา .. คิวต่อไป ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ก็จะได้นัดวันสืบพยาน หลังล่าช้ามานาน จนถึงวันนี้ ร่วมปีให้เเล้ว ยังไม่เริ่มตรวจหลักฐานพยานด้วยซ้ำ .. อย่างไรก็ตาม ต้องทำใจล่วงหน้าก่อนว่า คดีนี้จนจบไม่เร็วปรู๊ดปร๊าด ตามเสียงเชียร์ .. เฉพาะ “พยานฝ่ายโจทก์”ที่ทาง “อัยการ”จัดไว้ก็ปาเข้าไป 51 ปาก กว่าจะทยอยไปขึ้นศาลครบ คงกินเป็นเวลาเป็นปีๆ .. ที่ต้องจับตาคงเป็น “ทิศทางของคดี”โดยเฉพาะฝ่ายผู้กล่าวหาอย่าง “กรมอุทยานฯ”แม้ว่าจะไม่มีใครติดใจในความหนักแน่นของ วิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเป็นผู้จับกุม “เจ้าสัวเปรมชัย”ณ ที่เกิดเหตุ .. แต่ก็มีกระแสข่าวเนืองๆว่า ที่ผ่านมา "ข้าราชการกรมอุทยานฯ คนดัง" ที่ไม่ได้หน้าที่เกี่ยวข้องใดๆ กลับพยายามมายุ่มย่ามกับคดีนี้จนยุ่งเหยิง .. เดิมทีก็แค่มองว่า คงเห็นเป็นคดีใหญ่ ก็เลยเข้ามา “ขโมยซีน”เอาหน้าเท่านั้น แต่ก็มีเหตุบางประการที่ทำให้ “บิ๊กกรมอุทยานฯคนนั้น”ถูกตั้งข้อสงสัยว่า พยายามเบี่ยงเบน ทิศทางของคดีหรือไม่ .. รับกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างใน "วงการไฮโซ-ไฮซ้อ" ที่เคยเมาต์ สนั่นลั่นทุ่งถึงคดีดังบางคดีว่า "หลังบ้าน" พร้อม “ทุ่มไม่อั้น” เพื่อให้ “สามี" ไม่ต้องติดคุก .. เบื้องต้นสั่งตุน "แบงก์พัน" ไว้เบาะๆ 100 โลฯ เรียบร้อยแล้ว

ช.ชฎา
-----------
รูป
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง-- สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล

พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง - ศิริ จิระพงษ์พันธ์ - ทวารัฐ สูตะบุตร

เปรมชัย กรรณสูต- ตระกูล วินิจนัยภาค-วิเชียร ชิณวงษ์


กำลังโหลดความคิดเห็น...