xs
xsm
sm
md
lg

ชุมนุมเผาพริกเผาเกลือแช่ง ทวงสัญญารื้อ"บ้านป่าแหว่ง"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

คนเชียงใหม่รวมพลังสาปส่ง "บ้านป่าแหว่ง" เผาพริกเผาเกลือแช่งให้ฉิบหาย ขีดเส้น 7 วัน จี้รัฐบาลตัดสินใจรื้อด่วน บ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง พ้นดอยสุเทพ แล้วเร่งฟื้นฟูป่า หากยังบิดพลิ้วเตรียมยกระดับการชุมนุมให้เข้มข้น รุนแรงมากขึ้น ด้าน มทภ.3 ห่วงชุมนุมทวงสัญญาป่าแหว่ง มีการเมืองแทรก

ผู้สื่อข่าวรายงานการจัดกิจกรรม "รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาปากแหว่ง" ที่เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดขึ้นที่บริเวณลานประตูท่าแพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเช้า วานนี้ (26 ส.ค.) ซึ่งเป็นการนัดชุมนุมใหญ่ เพื่อทวงสัญญาจากรัฐบาล กรณีการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ โดยที่กิจกรรมครั้งนี้ มีคนเชียงใหม่ รวมทั้งผู้คนและตัวแทนเครือข่ายต่างๆ จากทั่วประเทศ เข้าร่วมจำนวนมาก

ทั้งนี้ภายหลังจากที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งกลุ่มนักปั่นจักรยาน และรถตุ๊กตุ๊ก พร้อมใจกันขับขี่ รณรงค์วนรอบคูเมืองเชียงใหม่ ด้วยการแจกริบบิ้นสีเขียว ,การเดินขบวนจากประตูเมืองต่างๆ , การปักธงสีเขียว , การปราศรัยบนเวทีของตัวแทนเครือข่ายต่างๆ, การจัดนิทรรศการดอยสุเทพ, การแสดงดนตรี , การสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อแสดงออกเรียกร้องกรณีนี้ และการเขียนคำสาปแช่งลงในกระดาษ เป็นต้น

ต่อมาในช่วงเวลา ประมาณ 11.00 น. ทางเครือข่ายฯได้มีการอ่านแถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการตามข้อตกลง

โดยแถลงการณ์ดังกล่าว มีใจความสำคัญเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาข้อตกลง และเร่งรัดให้มีการคืนพื้นที่บ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ให้กับกรมธนารักษ์โดยเร็ว และไม่ให้มีผู้ใดอยู่อาศัยหรือเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมขอให้เร่งพิจารณาตัดสินใจข้อเสนอ ให้รื้อย้ายบ้านพัก และอาคารชุด ที่คณะกรรมการแก้ปัญหาระดับจังหวัดได้มีมติเสนอไปโดยเร็วที่สุด

จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันประกอบพิธีกรรมสาปแช่ง ด้วยการอ่านบทสาปแช่งตามบันทึกล้านนาโบราณ พร้อมเผาพริก เผาเกลือ และเผาแบบจำลองบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพบเจอแต่ความพินาศ ฉิบหาย

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้คนทั้งชาวเชียงใหม่ และทั่วประเทศเข้าร่วมแสดงพลัง เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ประชาชนไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ และไม่ยอมอย่างเด็ดขาดที่จะปล่อยให้โครงการนี้ยังคงรุกล้ำอยู่ในพื้นที่ของดอยสุเทพ จึงต้องการให้รัฐบาลตัดสินใจ ให้เกิดความชัดเจนและยุติปัญหานี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องทำให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย

ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ บอกด้วยว่า จากนี้จะให้เวลารัฐบาลในการตัดสินใจ และประชาชนจะรอฟังคำตอบ ภาย 7 วัน หากยังคงไม่มีความชัดเจนอีก ทางเครือข่าย พร้อมทั้งคนเชียงใหม่ จะมีการรวมพลังกันมากกว่าเดิม และยกระดับการเคลื่อนไหวให้เข้มข้น รุนแรง ยิ่งขึ้นกว่านี้ เพราะการตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้ยุ่งยากเลย เพียงแค่คืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ด้วยการทำตามมติคณะกรรมการระดับจังหวัดที่เสนอเท่านั้น ซึ่งผู้นำที่ดีควรจะต้องตัดสินใจได้

สำหรับมติที่คณะกรรมการกำหนดแนวทางการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่และฟื้นฟูสภาพป่า กรณีสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่) มีการสรุปรายงานนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณานั้น ได้แก่ 1. เห็นควรให้ดำเนินการรื้อย้าย ในส่วนบ้านพัก 45 หลัง โดยกำหนดกรอบระยะเวลาโดยเร่งด่วน, 2. ให้ดำเนินการรื้อย้ายในส่วนของอาคารชุด 9 หลัง โดยกำหนดกรอบระยะเวลา และมีเงื่อนไขให้ผู้พักอาศัยอยู่เดิมในส่วนของอาคารชุด 9 หลัง ย้ายไปพักอาศัยในอาคารชุด 4 หลัง นอกแนวเขตพื้นที่ป่าดั้งเดิม ที่สำนักงานธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่รังวัดไว้ให้เต็มเสียก่อน หากไม่เพียงพอให้ขยายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และ 3. เห็นควรให้มีการส่งมอบพื้นที่ตามข้อ 1 และข้อ 2 รวมทั้งพื้นที่ป่าที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้แก่กรมธนารักษ์โดยเร็ว

ด้านพล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากเป็นการชุมนุมโดยสงบ ขออนุญาตอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็ไม่ขัดขวาง อย่างไรก็ตาม เกรงว่าการที่กลุ่มการเมือง นำโดย นายพิชิต ตามูล หรือ ดาบชิต หนึ่งในแกนนำกลุ่ม นปช.เชียงใหม่ แฝงตัวมาเข้าร่วมชุมนุมด้วย จะทำให้วัตถุประสงค์การชุมนุมผิดเพี้ยนไป ส่วนข้อเรียกร้องต่างๆ ของเครือข่ายฯ อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ต้องเข้าใจการปฏิบัติงานต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ ว่าต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้น ถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ไม่ใช่อยากจะรื้อก็รื้อได้ทันที

ทั้งนี้ ยืนยันว่าในส่วนของบ้านพัก 45 หลัง ไม่มีใครเข้าไปอาศัย หรือใช้ประโยชน์แล้ว ส่วนอาคารชุด ก็เพียงมีข้าราชการระดับกลาง และระดับล่าง ที่พักอาศัยอยู่นาน หากจะให้ย้ายออก แล้วจะให้เจ้าหน้าที่ไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังหาทางแก้ปัญหาให้ดีที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...