xs
xsm
sm
md
lg

‘…คอเอียงแล้วอยากหนุนหมอน’

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"โสภณ องค์การณ์"

“ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจผมบ้าง เพราะช่วงนี้มีเรื่องราวมากมาย หนักหนาสาหัส โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างความเข้าใจ และการสร้างการรับรู้ในระดับพื้นที่ เพราะมีหลายส่วนหลายฝ่ายยังบิดเบือนไม่หวังดีต่างๆ เยอะแยะไปหมด...

“ฉะนั้นวันนี้จึงอยากให้ทุกคนย้อนกลับไปดูว่ารัฐบาลเดินหน้าสู่การเป็น รัฐบาลดิจิทัลถึงจุดไหนแล้ว และจะต้องเดินต่อไปอย่างไร ตามนโยบายและคำสั่งการของผม และเชื่อมั่นคนเก่งของผมจะต้องทำได้ตามหลักการที่ให้ไว้ในวันนี้อย่างแน่นอน”

นี่เป็นคำประกาศพันธะกิจของคุณท่านผู้นำว่าจะเดินหน้าสู่การเป็น “รัฐบาลดิจิทัล” ที่ยังเผชิญความยากลำบาก ความไม่เข้าใจ การบิดเบือน นั่นนี่โน่น ไม่ทำตาม “นโยบายและการสั่งการ” ของคุณท่าน ได้ยินได้ฟังแล้วชวนให้ฉุกคิดด้วยความสงสัย

มีคนรับรู้เรื่อง “รัฐบาลดิจิทัล” สักกี่คน แม้กระทั่งคนในรัฐบาลเองมีความเข้าใจว่าสภาพของรัฐบาลดิจิทัลเป็นอย่างไร เพื่อผลประโยชน์อันใด มีสักกี่คนในคณะรัฐมนตรีรู้เรื่อง ถ้าจะถามแบบไม่เกรงใจ ใช้คอมพิวเตอร์เป็น มีอีเมล์สักกี่คน

พื้นฐานการไปสู่ “รัฐบาลดิจิทัล” ได้เตรียมไว้ดีแค่ไหน องค์ประกอบต่างๆ ที่จำเป็น เช่นความโปร่งใส ขีดความสามารถ กลไกของรัฐบาล เอื้อหรืออวยเพียงใด และก่อนหน้านี้ที่พร่ำถึง “ศาสตร์พระราชา” “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปถึงไหนแล้ว

หรือว่าไม่เอาแล้ว ทำยากลำบาก ล้าสมัย ก้าวไปสู่ยุคดิจิทัลดีกว่า ฟังดูโก้?

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการให้รัฐบาลเป็น มีผลต่อประโยชน์ของบ้านเมืองคือตั้งใจทำหน้าที่ให้เต็มที่ ปราศจากข้อครหาเรื่องการโกงกินคำเล็กคำโต ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ฟื้นฟูระบบคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ความโปร่งใสในการบริหาร

ที่สำคัญ ให้เจ้าหน้าที่ทำงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เที่ยงธรรม!

ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการมีบ้านอยู่อาศัย อาหารกินครบ 3 มื้อ ไม่มีหนี้ มีเงินเก็บไว้ยามจำเป็น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเมืองดูมีอนาคต

ถ้าเอาเพียงแค่ลดข้อครหาเรื่องโกงกิน อย่างที่ได้คุยฟุ้งเรื่องนโยบายปราบการทุจริต คอร์รัปชั่น ยังไม่คืบหน้า มีแต่ลูบหน้าปะจมูก ซูเอี๋ยเกี้ยเซียะ ไร้ความน่าเชื่อถือ มีแต่เสียงร่ำลือเรื่องตัวเปิบหนัก คนใกล้ตัวมีปัญหาเรื่องมือไม่สะอาด จะไปไหวหรือ

พฤติกรรม “พูดอย่างทำอย่าง” มือถือสากปากถือศีล ต้องเลิก อย่าให้ชาวบ้านได้เห็น สิ่งที่ชาวบ้านต้องการให้ทำ กลับไม่ทำ ไปมุ่งทำในสิ่งที่ชาวบ้านไม่ต้องการ การเร่งสร้างหนี้สินก้อนใหญ่เปิดโครงการต่างๆ ที่เกินตัว เช่นรถไฟความเร็วสูง

เหมือนยาจกเข็ญใจ กินข้าวไม่ครบเม็ด อยากนั่งรถเบนซ์สปอร์ต!

สหรัฐอเมริกา แคนาดา รัสเซีย มีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล นั่งเครื่องบินข้ามประเทศใช้เวลาหลายชั่วโมง ก็ยังไม่คิดทำโครงการรถไฟความเร็วสูง บางพื้นที่ไม่มีรถไฟรางคู่ด้วยซ้ำ แต่ประเทศไทย สยามเมืองยิ้มแห้งๆ กระสันหนักกว่าชาติร่ำรวย

เขาเรียกว่า “ไม่เจียมตัว” ไม่เจียมบอดี้! ทำอะไรเวอร์เกินตัว! ชาวบ้านฟังแค่คำคุยโม้ด้วยท่วงท่าโอ่อ่าจนเลี่ยน ล้วงกระเป๋ามีแต่ใบทวงหนี้ สภาพชีวิตตกต่ำอับเฉา

ผู้นำรัฐบาลไทยอยากจะให้ประเทศมีรถไฟความเร็วสูง ทาบชั้นจีน ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเพียง 2 ประเทศในเอเชีย คุยฟุ้งเรื่องอัตราจีดีพี สูงน่าภาคภูมิใจ ไม่นึกถึงตัวเลขหนี้ครัวเรือน คนเป็นหนี้นอกระบบ ข้าราชการติดบ่วงเครดิตบุโร โงหัวไม่ขึ้น

ทุกวันนี้พยายามสร้างรถไฟความเร็วสูงแต่ละช่วง ไม่กี่กิโลเมตร แพงสุดๆ! นี่ก็กระสันจะก้าวไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ทั้งๆ ที่คุณภาพถนนในเมืองหลวงยังไม่มีปัญญาทำให้ดีเท่ามาเลเซีย สิงค์โปร์ เสาไฟฟ้าตามถนนหนทางยังมีหลอดไฟติดๆ ดับๆ

การเมืองน้ำเน่าไร้หลักการคุณธรรม ระบบการเมืองยังเป็นเผด็จการ ยังไม่เห็นวันเวลาสำหรับการคืนสู่ประชาธิปไตย จะปลดล็อคก็หวาดผวากลัวคนหาเสียงโจมตี มีแผลเป็นวัวสันหลังหวะ การศึกษาพัฒนาไม่ทันประเทศอื่น แบบนี้จะไปไหวหรือ

ไม่ใช่ว่าการจะเป็นรัฐบาลดิจิทัลเป็นเรื่องเลวร้าย แต่ควรดูพื้นฐานประเทศและประชาชน ประเทศเกษตรกรรมดิ้นรนจะเป็นอุตสาหกรรมอย่างไทย ลืมกำพืด มรดกแผ่นดิน ไม่ทำมาหากินตามทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ดันอยากเป็นที่เราไม่ถนัด

ก่อนหน้านี้ กระสันอยากเป็นเสือตัวที่ 5 เป็น NICs กึ่งอุตสาหกรรม ทำเอาบ้านเมืองเกือบล่มจม ทุกวันนี้ยังเป็นเหมือนแมวอมโรค อาการหลบใน ไม่ฟื้นเต็มที่จากพิษต้มยำกุ้ง ก็ดันจะเป็นประเทศมีระเบียงเศรษฐกิจให้กลุ่มทุนต่างชาติ ทุนใหญ่

แผ่นดินเคยสมบูรณ์ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มีผู้นำชาติสิ้นคิดหลายระลอก ผลัดหน้าเปลี่ยนตัวเข้ามาทำตามความอยาก ทุกวันนี้แปรสภาพแผ่นดินทองให้เป็นแหล่งสะสมสารพิษเคมีเกษตรทำให้คนไทยตายผ่อนส่งจากอาหารเกษตรปนเปื้อน

แผ่นดินว่างเปล่า ที่นา ก็เปิดช่องให้เอาขยะกากพิษอุตสาหกรรมมาแปรสภาพ หากินโดยให้ต่างชาติหลบเข้ามาทำลายประเทศ มีแต่ผู้บริหารบ้านเมืองสิ้นคิด สิ้นท่ายอมให้ทำเช่นนี้ ทำให้คนร่วมแผ่นดินเสี่ยงต่อสารพิษร้ายสารพัดในดิน น้ำ อากาศ

โธ่! สภาพเป็นอย่างนี้กว่า 4 ปี ยังมีแววว่าจะต้องเผชิญกับความเลวร้ายกว่าเดิมอีก 4 ปี ดูแล้วเหมือนบ้านเมืองติดบ่วง จมปลัก มีกรรมเวรไม่สิ้นสุด ยิ่งจะมีเสือหิวกลุ่มใหม่เข้ามา ต้องให้คิดด้วยความเจ็บช้ำในหัวอกว่า 4 ปีกว่าคือสูญเปล่า

แม้จะมีความหวังรางเลือนว่าหลังการเลือกตั้งอาจดีขึ้น ก็ยังไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะมีเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เห็นแต่ลีลายึกยักโยกโย้

โอมเพี้ยง! ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอให้ความเลวร้ายที่ครอบงำบ้านเมืองยุคนี้จบสิ้นในเดือนหน้าตามคำร่ำลือกันด้วยเถอะ จะได้เริ่มมีความหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น




กำลังโหลดความคิดเห็น...