xs
xsm
sm
md
lg

ใครได้ยินเสียงกระซิบ ‘จัดเลือกตั้งโดยเร็ว’ บ้าง?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"โสภณ องค์การณ์"

ดูท่าแล้ว “อาจมี” การเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงๆ หลังมีสิ่งบอกเหตุต่างๆ และสัญญาณเร้นลับเพื่อกำหนดให้มหกรรมกาเบอร์ต้องมี และควรจะให้เร็วที่สุด โดยไม่มีเงื่อนไขว่ารัฐบาลจะต้องดำเนินภารกิจจัดงานใหญ่ก่อนมีการเลือกตั้ง ตามที่คุณท่านผู้นำได้ประกาศไว้

เท่ากับว่าเป็นภาวะ “แปรผัน” ที่จะไม่ให้มีกิจกรรมเพื่อยื้อหรือลากยาววันเลือกตั้งให้ออกไปจากห้วงเวลาตามโร้ดแหม็บๆ ไม่ว่าจะเป็นลีลาการเดินเรื่องในด้านกฎเกณฑ์ กฎหมายต่างๆ รวมทั้งความพยายามแก้ไขการแต่งตั้งรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้ง

ถ้าการเลือกตั้ง “จะต้องมีแน่ๆ” และ “ต้องมีก่อนการจัดงานสำคัญของประเทศ” ตามเสียงกระซิบ ยังมีคำถามคาใจว่า การเลือกตั้ง “จะอยู่ภายไต้การกำกับของรัฐบาลนี้หรือไม่” หรือจะมีรัฐบาลชั่วคราวเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม

ไม่ควรมีกลุ่มใดที่เปิดเผย หรือแฝงเร้นฉกฉวยประโยชน์เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้นำรัฐบาลปัจจุบันได้ลากยาว สืบทอดอำนาจ เป็น “คนนอก” วางตัวไว้ให้เป็นผู้นำรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งด้วยซ้ำ

ถ้ามีรัฐบาลชั่วคราว จะมาอย่างไรก็สุดแล้วแต่ เพื่อดูแลจัดการเลือกตั้งให้ประชาชนเชื่อมั่นการแข่งขันเป็นไปอย่างเป็นธรรม จะเป็นก้าวแรกที่ควรจะเป็นสำหรับการฟื้นฟูการเมืองระบอบประชาธิปไตยหลังจากอยู่ภายไต้คณะ คสช. กว่า 4 ปี

เสียงกระซิบเป็นประเด็นที่คณะกุมอำนาจจะทำใจเย็น โยกโย้ยื้อมีลีลาต่อไปไม่ได้ บ้านเมืองถึงวาระต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ควรอยู่ในสภาพเน่าซึมเซาตายซากเช่นนี้

เป็นนักเลือกตั้งซื้อเสียง นักการเมืองมาจากวงการธุรกิจ การทหาร ตำรวจ หรือจากไหนก็แล้วแต่ ควรต้องแข่งขันกันด้วยความเที่ยงธรรม ไม่ควรให้ฝ่ายที่อยากอยู่ต่อได้เป็นฝ่ายควบคุมการเลือกตั้ง ป้องกันข้อครหาต่างๆ ในด้านความเสียเปรียบได้เปรียบ

สิ่งบอกเหตุอีกประการคือคำพูดเปรยๆ แย้มๆ ของผู้ใหญ่ผู้โตกุมอำนาจว่าอีก 1-2 เดือน จะตัดสินใจว่าจะวางอนาคตของตัวเองอย่างไร จะเล่นการเมืองหรือโบกมืออำลา นั่นจะต้องดูว่านอกจากเงื่อนเวลา โอกาสได้อยู่ต่อ ยังต้องประเมินผลก่อนการเลือกตั้ง

ถ้า “ปลดล็อก” เปิดทางให้พรรคการเมืองหาเสียงได้ การขุดคุ้ยเปิดโปงความไม่ดีงามต่างๆ ในช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมา จะสร้างความเสียหายแก่ “ตัวเต็ง” หรือ “ตัวเต็งหาม” อย่างที่มีขบวนการดูดเพื่อชาติได้วางแผนด้วยความกระหยิ่มว่าจะชนะแน่นอนหรือไม่

การเมืองนั้นอย่าหวังน้ำบ่อหน้า น้ำบ่อหน้าบ่มี! สภาวะแปรผัน ตัวแปรมีเสมอ

ถ้าไม่ได้คุมการเลือกตั้ง อยู่ในสภาวะ “ขาลอย” อะไรๆ ที่ว่าจะใช้ระบบที่วางไว้กำหนดเส้นทางเงื่อนไขสู่ชัยชนะ ก็ขาดอำนาจต่อรอง คุมเกมไม่ได้ และการหาเสียงคือการทำให้ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในสภาพเสียหาย ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่มหกรรมเชียร์ เชลียร์กัน

ขบวนการดูดเพื่อชาติ พวกที่ทรยศ เนรคุณนายเก่า จะมั่นใจได้มากแค่ไหนเมื่อท่านเหลี่ยมประกาศเสียงดังมาจากฮ่องกงว่าจะสู้ตาย ไม่ยอมแพ้ แม้จะยังไม่ปรากฏชัดว่าน้ำเลี้ยงจะมาจากแหล่งใด ใครจะเป็นหัวหอกสู้ศึก หรือรับงานเป็นนายกฯ ถ้าชนะ

ถ้าประกาศเอา “ชายจืด” มาล้างน้ำขัดถูส่งเข้าประกวดใหม่ แบบนี้พวกสนับหนุนคุณท่านไม่เหนื่อยมาก เพราะชายจืดไม่อยู่ในสภาพที่เป็นจุดขายได้เด่น ดังนั้นต้องเอาคนที่บอบช้ำน้อยที่สุดมาเป็นตัวแทนและคนที่ท่านเร่ร่อนไว้ใจได้ว่าไม่ทรยศหักหลังแน่

เปิดหน้าออกมาอย่างเป็นทางการ สังคมการเมืองจะบอก “คาดไม่ถึง” ปัจจัยสำคัญที่ขบวนการท่านเหลี่ยมจะชนะเพราะ “คนทั่วไป” เบื่อหน่ายกับคณะปัจจุบันสุดๆ มีอำนาจพิเศษ ฝ่ายค้านไม่มี ผลงานปฏิรูปไม่ปรากฏ แถมยังมีปัจจัยติดลบมากมาย

โพลสำรวจแต่ละครั้ง สอบผ่านพ้นแค่ปลายจมูกโผล่ปริ่มน้ำเท่านั้น แม้จะมีคะแนนส่วนตัวของคุณท่านผู้นำว่าโดดเด่น ชาวบ้านตะโกน “สู้ๆ” แต่ต้องดูว่าพวกนั้นถูกสั่งมา เกณฑ์มา หรือมาด้วยความเต็มใจ เข้าสู่ระบบจัดฉากสร้างภาพโดยข้าราชการ

ลีลาจำอวดยังต้องอายช่วงการเดินสายหาเสียง อ้างว่าไม่หาเสียงนั้น ซื้อใจคนไม่ได้ ท่ามกลางความทุกข์ของชาวบ้านอกไหม้ไส้ขมทั้งแผ่นดิน สภาพความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ สิ้นโอกาสทำมาหากิน นโยบายอวยกลุ่มทุนใหญ่ เป็นสภาวะวิกฤตรากหญ้า

ทั้งกลุ่มรากหญ้าชนบท รากหญ้าป่าคอนกรีต แทบรากเลือดทั้งนั้น!

คณะปัจจุบันอยู่มานานกว่า 4 ปี ท่ามกลางเสียงร่ำลือว่ามีมหกรรมเปิบหนัก กินยาว กินคำโต อย่างเป็นระบบกว่ายุคนักการเมืองโดยเผด็จการรัฐสภา เมื่อมีมหกรรมหาเสียง อะไรที่ซุกปิดไว้ ย่อมถูกขุดคุ้ย อาจนำไปสู่การสอบสวน เป็นคดีอาญาก็ได้

ต้องยอมรับว่าความอหังการ ลำพองในอำนาจการเมืองที่ผ่านมา ได้สร้างศัตรู โจทย์รอการชำระไว้ไม่น้อย และพวกนั้นต้องการ “เอาคืน” ดังนั้นถ้ามองไปข้างหน้า ย่อมทำให้เกิดสภาวะหวาดเสียว โดยเฉพาะความอิดออดไม่อยากลงจากหลังเสือตัวอันตราย

ยิ่งช่วงนี้มีสภาวะแปลกๆ สร้างความสงสัยว่ามี “ร้อยร้าว” ความสัมพันธ์ไม่แนบแน่นเหมือนเดิม เกิดขึ้นในกลุ่ม “พี่ๆ น้องๆ” ผู้กุมอำนาจหรือไม่ เพราะชาวบ้านจับสัญญาณได้ว่าฝ่ายหนึ่งมองว่าอีกกลุ่มเป็น “ตัวถ่วง” หรือ “excess baggage”

เหมือนสร้างตึกเสร็จ ก็รื้อร้านทิ้ง มั่นใจว่ามีกำลังแข็งแกร่งยืนได้ด้วยตัวเอง และยังมีทุนหนุนจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่ได้รับผลประโยชน์เต็มๆ และกลุ่มพลังงานใหม่เงินหนาที่ต้องการปกป้องตนเองจากคำขู่ว่าจะเช็คบิลเอาคืนล้างแค้นโดยกลุ่มท่านเหลี่ยม

ถ้าจะไปต่อ และหาเสียงโดยไม่มีอะไรพันแข้งพันขา ความเป็นส่วนเกินย่อมจะต้องโดนปลดทิ้งไปก่อน และ “ดาวเคราะห์” เริ่มมองตัวเองว่าเป็น “ดาวฤกษ์” ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ เหมือน “ดวงจันทร์” ไม่มีแสงสว่างแรงจ้าในตัวเองเหมือน “ดวงอาทิตย์”

ถึงแม้จะมีสัญญาณชัดด้วยเสียงกระซิบ ถ้ายังไม่ได้เดินเข้าคูหาเลือกตั้ง กาเบอร์ หย่อนบัตรลงในตู้แล้ว ก็ไม่ควรเชื่อว่าจะมีเลือกตั้ง อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างไม่มีจีรังยั่งยืน บ้านเมืองไม่ควรถูกซ้ำเติมต่อเนื่อง แม้จะยังจมปลักติดในบ่อเกรอะน้ำเน่าก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้น และน่าจะรวดเร็วด้วย!




กำลังโหลดความคิดเห็น...