xs
xsm
sm
md
lg

แกะรอยแก๊งหุ้น...ตุ๋นบิทคอยน์

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา


คดีฉ้อโกงนักลงทุนชาวฟินแลนด์หลอกให้โอนเงินสกุลดิจิทัล “บิทคอยน์” จำนวน 5,654 เหรียญ หรือประมาณ 797 ล้านบาท อ้างว่านำไปลงทุนหุ้นหลายบริษัท มีตัวละครที่เกี่ยวข้องมากมาย ไม่เฉพาะผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์ ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น แต่ยังพาดพิงถึงแก๊งทวงหนี้และบ่อนการพนันด้วย ซึ่งส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ตลาดหุ้นตกเป็นข่าว ถูกแก๊งมิจฉาชีพนำไปแอบอ้าง เพื่อต้นตุ๋นนักลงทุนมาหลายกรณีแล้ว แต่คดีการฉ้อโกงนักลงทุนชาวฟินแลนด์ เชื่อมโยงถึงตลาดหุ้นอย่างเป็นรูป

เพราะมีหุ้นบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งถูกลากเข้าไปเกี่ยวพัน มีอดีตผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์ชื่อกระฉ่อนติดร่างแหอยู่ในขบวนการ มีอดีตผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเป็นหัวโจกในการวางแผน ในการต้มตุ๋นและฟอกเงิน

นอกจากนั้น การสอบสวนของตำรวจกองปราบปรามยังพบว่า คดีฉ้อโกง “บิทคอยน์” ยังมีมาเฟียแก๊งทวงคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้งบริษัทจดทะเบียนที่เข้าไปร่วมธุรกรรมกับบ่อนการพนันชายแดนไทย-กัมพูชา

ปัจจุบันตลาดหุ้นเต็มไปด้วยอาชญากรในรูปแบบนักปั่นหุ้น นักผ่องถ่ายโยกย้ายเงินจากบริษัทจดทะเบียน เมื่อมีข่าวมาเฟียแก๊งทวงหนี้ถูกลากเข้ามาในตลาดหุ้น และบริษัทจดทะเบียนเข้าไปพัวพันทำธุรกิจกับบ่อนการพนัน จะตอกย้ำภาพลักษณ์อันฟอนเฟะของตลาดหุ้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของแก๊งอาชญากรประเภทต่างๆ เป็นแหล่งฟอกเงิน เป็นศูนย์รวมของขบวนการต้มตุ๋น โดยนักลงทุนตกอยู่ในฐานะเหยื่อ ไม่เว้นแม้นักลงทุนต่างประเทศ

การสอบสวนคดีต้มตุ๋นนักลงทุนต่างชาติวงเงินเกือบ 800 ล้านบาท ซึ่งพาดพิงถึงตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์ และผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน จึงไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของตำรวจกองปราบปราม หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เท่านั้น

แต่สำนักงานคณะกรรมการกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องร่วมวงสางปมคดีด้วย โดยประสานความร่วมมือของตำรวจกองปราบปราม ขอข้อมูลบุคคลในตลาดหุ้นที่เข้าข่ายร่วมกระทำความผิด เพื่อตามแกะรอยพฤติกรรมและการกระทำธุรกรรมว่า มีความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือไม่

และนำผลการตรวจสอบเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ว่า ตลาดหุ้นถูกนำไปใช้เป็นกลไกของการต้มตุ๋นและฟอกเงินหรือไม่

ต้องชี้แจงให้สังคมเกิดความกระจางว่า นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งติดโทษ ก.ล.ต.ถูกสั่งพักใบอนุญาต 2 ปี มีการกระทำที่ผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ หรือไม่ และควรจะเป็นบุคคลต้องห้ามในธุรกิจหลักทรัพย์ต่อไปหรือไม่

เพราะประมาณกลางเดือนกันยายนนี้ นายประสิทธิ์จะพ้นโทษ ก.ล.ต.และสามารถกลับมาเป็นผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์ได้อีกครั้ง ถ้าบริษัทโบรกเกอร์ไม่ติดใจในพฤติกรรมที่เข้าไปพัวพันกับการต้มตุ๋นนักลงทุนชาวฟินแลนด์

และต้องตรวจสอบว่า นายปริญญา จารวิจิต อดีตกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น DNA ซึ่งเป็นตัวการผู้วางแผนหลอกลวงและฟอกเงิน ใช้ตลาดหุ้นเป็นแหล่งฟอกเงินหรือไม่ และมีธุรกรรมใดในตลาดหุ้นที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกต้มนักลงทุนต่างชาติ

มีบริษัทจดทะเบียนใดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกลไกของการต้มตุ๋นหรือไม่

และไม่ควรละเลยแก๊งมาเฟียทวงหนี้ที่ถูกดึงเข้ามาในตลาดหุ้น โดยต้องตรวจสอบว่า เข้ามาก่อพฤติกรรมอะไรบ้าง ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนคนใดใช้บริการแก๊งทวงหนี้นอกระบบ ซึ่งทำลายภาพลักษณ์การลงทุน

เพราะถ้ามาเฟียเข้ามาเดินเพ่นพ่าน นักลงทุนคงจะหวาดผวา

นอกจากนั้น การที่บริษัทจดทะเบียนบางแห่งเข้าไปทำธุรกิจกับบ่อนการพนัน ต้องตรวจสอบว่า เข้าไปเกี่ยวข้องในระดับไหน ผิดหลักเกณฑ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนหรือไม่

เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีนโยบายรับธุรกิจอบายมุขเข้าจดทะเบียนอยู่แล้ว แต่การที่บริษัทจดทะเบียนเข้ามามีธุรกรรมอบายมุข จะผิดหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือไม่

คดีตุ๋นบิทคอยน์ กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของตลาดหุ้นกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของอาชญากรในรูปแบบต่างๆ ปัญหาคือ

ก.ล.ต.จะสกัดกั้นอาชญากรที่กำลังตบเท้าเข้าตลาดหุ้นอย่างไร และทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้ตลาดหุ้นเป็นเครื่องมือในการต้มตุ๋นนักลงทุน


กำลังโหลดความคิดเห็น...