xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ยกระดับแนวรบรอบทิศ

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา</b>
องค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ “นาโต” อยู่ในสภาพที่ง่อนแง่น เมื่อผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ฉะสมาชิกโดยเฉพาะเยอรมนี อย่างไม่ไว้หน้าด้วยข้อหาเดิมๆ ว่าไม่ใช้จ่ายเงินด้านป้องกันประเทศให้ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีแต่ละชาติ

ที่เจ็บกว่านั้นคือ ทรัมป์กล่าวหาว่าเยอรมนีถูกกุมกำกับโดยรัสเซีย ซื้อก๊าซจากรัสเซียเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ถ้อยคำเผ็ดร้อนที่ทรัมป์โจมตีสมาชิกนาโตเริ่มตั้งแต่เดินทางไปถึงกรุงบรัสเซลส์ซึ่งเป็นที่ประชุม

บรัสเซลส์ถือเป็นเมืองหลวง ที่ทำการของประชาคมยุโรป และเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการของนาโตด้วย ทรัมป์อุ่นเครื่องถ้อยคำเผ็ดร้อนกับประชาชนผู้สนับสนุนในสหรัฐฯ ก่อนบินไปยุโรป จากนั้นก็เปิดฉากฉะกับเลขาธิการนาโตซึ่งหน้า

เจนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการนาโต พยายามโต้แย้งว่าไม่ใช่ว่าสมาชิกนาโตจะเพิกเฉยไม่ยอมรับภาระ แต่ทรัมป์ไม่ฟัง สวนกลับว่าอย่านึกว่าสหรัฐฯ เป็นกระเป๋าตังค์ที่ต้องควักจ่ายให้เพื่อสนับสนุนและป้องกันความมั่นคงของกลุ่มประเทศยุโรป

การเฉ่งอย่างไม่ไว้หน้า ไม่ยั้งมือไว้ไมตรีต่อเยอรมนีซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดและเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป คอยกระเตงสมาชิกอียูหรือนาโตที่มีปัญหาหนี้สิน เสี่ยงต่อวิกฤตหนัก ทำให้ทรัมป์มองเยอรมนีเหมือนเป็นลูกไล่

รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ซึ่งเป็นผู้หญิงเปี่ยมไปด้วยความรู้ ความสามารถ พยายามอธิบายอย่างใจเย็นว่าการซื้อก๊าชจากรัสเซียเริ่มตั้งแต่ปี 2002 ช่วงนั้นรัสเซียยังไม่มีทีท่าว่าจะเป็นภัยคุกคาม เป็นข้อตกลงทางการค้า

เธอบอกว่าเยอรมนีได้เข้าร่วมรบกับสหรัฐฯ ในศึกต่างแดน เช่นอัฟกานิสถานและในภารกิจอื่นๆ เพราะรู้ดีว่าเป็นข้อตกลงระหว่างพันธมิตรนาโต ถ้าใครโดนโจมตีชาติอื่นต้องเข้าร่วมด้วยช่วยกัน ภารกิจเช่นนี้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งเยอรมนีต้องออก

ที่สวนทรัมป์อย่างเจ็บปวดคือผู้นำเยอรมนี อังเกลา แมร์เคิล “เยอรมนีได้เคยอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย” เป็นอย่างที่ทรัมป์บอก ตัวเธอเองก็ได้เติบโตในเยอรมนีตะวันออกหลายปี ก่อนรวมชาติกันหลังจากระบบคอมมิวนิสต์ล่มสลาย

คำพูดนี้เหมือนเป็นการประชดแดกดันต่อทรัมป์ ซึ่งมองไม่เห็นคุณค่าของความเป็นมิตร แต่ทรัมป์ก็ยังกล่าวหาว่าสมาชิกนาโตในยุโรปฉวยโอกาสเอาเปรียบสหรัฐฯ ไม่ออกเงินสมทบผ่านการใช้จ่ายงบป้องกันประเทศ สหรัฐฯ ต้องแบกภาระหนัก

สภาวะศึกน้ำลายแบบไม่มีใครยอมลดราวาศอกเช่นนี้จะลามไปจนส่งผลร้ายต่อนาโตหรือไม่ และเข้าทางรัสเซียซึ่งนักการเมืองสหรัฐฯ มองว่าผู้นำรัสเซียต้องการให้นาโตอ่อนแอและแตกแยก บางประเทศจะหวนคืนสู่ความสัมพันธ์ปกติกับรัสเซีย

ทรัมป์ยังกล่าวเชิงประชดให้กลุ่มสมาชิกนาโตอีกว่า “สงสัยว่าการเจรจาระหว่างผมกับประธานาธิบดีปูติน จะง่ายกว่า ไปกันได้ดีมากกว่า” ทำให้นักการเมืองค่ายเดโมแครตจวกทรัมป์ทันทีว่าตัวเองก็เป็นคนอยู่ภายใต้อาณัติของรัสเซียเช่นกัน

ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจของทรัมป์เคยพึ่งพาเงินทุนจากกลุ่มนักการเงินรัสเซียในยามที่ต้องการฟื้นฟูธุรกิจซึ่งประสบปัญหาหนัก บางแห่งเช่นกาสิโน ทรัมป์ ทัชมาฮาล ต้องเจ๊ง และธุรกิจอื่นๆ ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหลังจากอยู่ในภาวะล้มละลาย

ลูกเขยและลูกชายของทรัมป์ยังถูกสงสัยว่ามีอะไรด้านการเงินกับกลุ่มนักการเงินรัสเซีย นักการเมืองเดโมแครตบอกว่า “รัสเซียกุมอะไรของทรัมป์ไว้แน่ มีอะไรต้องกลัวการเปิดโปง จึงได้อ่อนให้กับผู้นำรัสเซีย” เคยมีข่าวว่าทรัมป์อาจโดนแบล็กเมล์ได้

ก่อนกระโจนเข้าสู่การเมืองทรัมป์เคยยกทีมไปเยือนมอสโกเพื่อหาช่องทางทำธุรกิจ มีเสียงร่ำลือว่าได้มีอะไรกับนางแบบสาวๆ รัสเซีย อาจโดนแอบบันทึกภาพไว้โดยฝ่ายที่ทำเช่นนั้นหวังจะนำมาใช้ประโยชน์ โดยไม่รู้ว่าทรัมป์จะเล่นการเมือง

ทรัมป์ถูกมองว่ายอมอ่อนข้อให้ปูตินอย่างน่าสงสัย เดือนก่อนขณะที่ทรัมป์มีเรื่องกับกลุ่มสมาชิกจี 7 เรื่องการที่สหรัฐฯ เสียเปรียบด้านดุลการค้า และเปิดศึกการค้ากันอยู่ ทรัมป์กลับชวนให้รัสเซียเข้าร่วมการประชุมจี 7 โดยไม่ตั้งเงื่อนไขอะไรไว้ก่อน

ดังนั้นการเจรจาสุดยอดระหว่างทรัมป์กับปูตินจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไร แข็งกร้าวหรืออ่อนปวกเปียก ต้องอี๋อ๋อให้ปูตินเพราะหวาดหวั่น เกรงว่ามีใครล่วงรู้ความลับหรือกุมจุดอ่อนอะไรของทรัมป์ไว้

เมื่อทรัมป์เปิดศึกการค้ากับกลุ่มยุโรปและชาติอื่นๆ มีปัญหากับองค์กรนาโต ทำให้มีการคาดเดาว่ากลุ่มประเทศยุโรปได้มีแผนป้องกันประเทศสำรองไว้ในกรณีที่ต้องแตกหักกับสหรัฐฯ และหวังพึ่งพาสหรัฐฯ ไม่ได้อีกแล้ว เนื่องด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร

ผลสุดท้าย ทรัมป์จะยังคงแปลงมิตรให้เป็นศัตรู หรือต่างคนต่างอยู่ทั้งด้านการค้าและการป้องกันประเทศ เพราะล่าสุดทรัมป์ได้ขยายสงครามการค้ากับจีนยกใหม่ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านั้นก็ได้ประกาศเก็บภาษีสินค้าจีนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ครั้งล่าสุดจีนก็ประกาศตอบโต้ด้วยมาตรการเช่นเดียวกันด้วยมูลค่าสินค้าเท่ากัน เป็นระบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่มีใครยอมใคร และสหรัฐฯ เปิดศึกกับมิตรทุกประเทศ

คนสหรัฐฯ เริ่มมองทรัมป์ด้วยสายตาระแวงว่านโยบายของทรัมป์จะดีหรือเลวร้ายก็การคงอยู่ของสหรัฐฯ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเพื่อให้ “อเมริกาต้องมาก่อน” นั้นได้ทำให้มิตรกลายเป็นคู่แข่งและคู่แค้น เหลือไม่กี่ประเทศแล้วที่ยังมีท่าทีดีอยู่

อนาคตของทรัมป์จะเป็นอย่างไร รอดได้อีกนานหรือไม่ เป็นคำถามที่รอคำตอบ


กำลังโหลดความคิดเห็น...