xs
xsm
sm
md
lg

หมายจับของศาลไร้ความหมาย...?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


โสภณ องค์การณ์

ระบบนิติรัฐของประเทศไทยยังอยู่ดีหรือไม่ กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยยังทำงานครบวงจรหรือไม่? นี่เป็นคำถามซึ่งรัฐบาลที่ผู้นำมีอำนาจเหนือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญต้องเป็นผู้ตอบ การนิ่งเงียบ หรือมีข้อแก้ตัว ถือว่ายอมรับโดยปริยาย

จะปล่อยให้คำถามอย่างนี้ยังคาอยู่โดยไร้คำตอบถือว่าสภาวะความเป็นนิติรัฐ ความเป็นรัฐซึ่งมีหลักนิติธรรมมีปัญหา ทำให้โครงสร้างของประเทศไร้ความน่าเชื่อถือ

พูดอย่างนี้เพราะมีข่าวอีกแล้วว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ออกหมายจับนายทักษิณ ชินวัตร ใบที่ 4 เป็นคดีเอ็กซิมแบงก์ให้เงินกู้บริษัทเอกชนพม่าในโครงการโทรคมนาคม เงื่อนไขพิเศษ ยังไม่ได้รับเงินคืน

ท่านเหลี่ยมเป็นนักสะสมหมายจับ ได้ใบที่ 4 ไม่ใช่เรื่องประหลาด ความพิสดารอยู่ที่ว่าในบ้านนี้ เมืองนี้ ไม่มีใครใส่ใจ รับผิดชอบอย่างจริงจัง พิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติตามหมายศาล ให้ไปจับกุมท่านเหลี่ยม ซึ่งได้ทำผิดกฎหมายหลายคดี

ที่ผ่านมา ยังไม่มีองค์กรใดกระตือรือร้น ติดตามจับกุมท่านเหลี่ยม หลังจากเดินทางออกนอกประเทศ อ้างว่าไปชมกีฬาโอลิมปิก จนป่านนี้การจัดแข่งกีฬาระดับโลกได้ผ่านไป 3 ครั้ง ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใคร หน่วยงานใด ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง

มีแต่โบ้ยกันไปมาระหว่างทำเนียบรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด แม้จะมีใครไปติดตามเรื่อง จี้ติด ก็ยังไร้ผล ไม่มีใครเห็นคำสั่ง หรือหมายศาลอยู่ในสายตา อำนาจศาลไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง

ไม่มีใครรู้สึกอาย รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ เมื่อไม่ปฏิบัติตามหมายจับศาล!

และก็ยังอยู่กันได้ แม้ประชาชนจะเฝ้าถามว่ามีใครทำอะไรบ้างหรือยัง เมื่อมีแต่ความเงียบ ชาวบ้านอยากรู้ว่าศาลมีมุมมองอย่างไรกับการที่หมายจับของศาลไม่มีความหมาย เหมือนกับว่า “ออกได้ก็ออกไป ไม่ตามจับเสียอย่าง ใครจะทำอะไรได้”

ศาลจะออกหมายจับไม่ได้ ถ้าไม่มีมูลเหตุแห่งคดี มีหลักฐานว่ามีการละเมิดกฎหมายชัดเจน แต่ออกมาแล้ว หมายจับไร้ความหมาย ก็ต้องมีคำตอบชัดให้ประชาชนได้รู้ว่า “ทำไมไม่มีใครทำ ใครมีปัญหาอะไร ระบบนิติรัฐล้มเหลวหรือ”

น่าเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น เพราะไม่ใช่ท่านเหลี่ยมคนเดียว ผู้เป็นน้องสาวก็อยู่ในสถานภาพเป็นคนหนีคุก มีหมายจับเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจว่าจะติดตามจับกุม ปล่อยให้เดินทางเย้ยความเป็นนิติรัฐไทยโดยผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่รู้สึกอาย

จะอยู่กันอย่างไร อย่างไร้ศักดิ์ศรี เมื่อระบบนิติรัฐโดนย่ำยีเช่นนั้นหรือ?!

ถึงได้มีเสียงค่อนแคะ หยามเหยียดโดยตลอดว่าคุกประเทศไทยมีไว้ขังคนจน คนไร้เส้นสาย คนมีเงิน มีอิทธิพล ไม่ต้องติดคุก วิ่งเต้นได้ ในกรณีผู้เป็นน้องสาว มีนายตำรวจยศพันตำรวจเอกพาหนี และมีนายตำรวจยศเดียวกันเดินทางไปรับใช้ด้วย

อย่างที่สังคมค่อนแคะว่า “ถือถุงชอปปิ้งเดินตามก้น” นั่นแหละ! ไม่ปรากฏว่ามีการลงโทษนายตำรวจแต่อย่างใด คงเป็นเพราะเหตุนี้ตำรวจสากลจึงไม่ใส่ใจไล่ตามจับอาชญากรหนีคุก เพราะตำรวจไทยพาหนี แถมยังบินไปปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิด

ไม่ถามประชาชนคนเสียภาษีจ่ายเงินเดือนให้นายตำรวจทั้งคู่บ้างหรือว่ารู้สึกอย่างไรที่เห็นภาพนั้น และมีความหวังว่าประเทศนี้มีกฎหมาย ระเบียบ บังคับใช้ได้หรือไม่ หรือจะอยู่กันโดยอาศัยความด้าน รอให้เกิดเหตุการณ์อื่นๆ กลบความฉาวโฉ่

ยังไม่นับคนหนีคดีอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวโยงกับขบวนการเหลี่ยม และอยู่ต่างประเทศ โดยไม่มีใครติดตามจับกุม เพราะการได้ตัวมาดำเนินคดีจะทำให้เกิดปัญหาการเมือง ต้องปล่อยให้อยู่ต่างประเทศ ใช้ปากพ่นพิษใส่ประเทศบ้านเกิดโดยไม่มีใครแคร์ใส่ใจ

ดูเพื่อนบ้านมาเลเซีย กรณีอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัก ถูกดำเนินคดีอาญา ส่งตัวขึ้นศาล ได้รับการประกันตัวไปเพื่อต่อสู่คดีทุจริต ประพฤติมิชอบ เกี่ยวพันกับการเงินหลายหมื่นล้านบาท แต่ที่มีหลักฐานล้วนเป็นเหตุการณ์เกิดในต่างประเทศ

องค์กรอิสระต่อต้านปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นของมาเลเซีย ใช้เวลาสอบสวนหลักฐานไม่นาน ก็สรุปสำนวนส่งฟ้องศาลได้ ไม่หวั่นว่าอดีตนายกฯ จะมีอิทธิพลหรือไม่ก็ตาม และคดีได้แรงขับดันจากนายกฯ มหาเธร์ ที่ได้มาเป็นรอบ 2

องค์กร ป.ป.ช. ของมาเลเซียทำงานรวดเร็วทันใจจริง ไม่โยกโย้ เรื่องเยอะ หวังผลเร็ว เพราะนายกฯ มหาเธร์ได้ให้คำมั่นช่วงหาเสียงว่าจะเอานาจิบ ราซักเข้าคุกให้ได้ ทันทีที่ได้รับตำแหน่งก็ส่งคนไปค้นหาทรัพย์สินที่ซุกซ่อนไว้ ห้ามออกนอกประเทศ

ไม่เปิดช่องให้ต่อรอง เกี้ยเซียะ หรือยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินไปต่างประเทศ!

ทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย บังคับใช้ได้ ไม่มีสภาพลูบหน้าปะจมูก หรือให้มีข้อครหาว่าซูเอี๋ย เห็นแก่ผู้มีอิทธิพล เส้นสายทางการเมือง ทำให้ประชาชนศรัทธา เชื่อมั่น เป็นวิธีการป้องปรามได้ผล ทำให้การทุจริตไม่แพร่กระจายไปทุกระดับสังคม

ประเทศไทยส่งเจ้าหน้าที่ไปดูงาน ผลาญเงินภาษีประชาชนไปมาก แต่การพัฒนาไม่คุ้มค่า ทุกอย่างยังทำแบบไทยๆ ไร้หลักการเพื่อผลประโยชน์สุขของประชาชน และทนเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปอยู่ได้อย่างไม่รู้สึกอายว่าไร้ผลงานชัดเจน

หมายจับใบที่ 4 หวังเอาตัวท่านเหลี่ยม ก็คงเป็นหมายจับที่ไร้ความหมาย ขบวนการโบ้ยบ้าย แก้ตัวไปอย่างน้ำขุ่นๆ หรือเพิกเฉย ยังจะมีอยู่ต่อไป เป็นเป้าสายตาของประชาคมโลกว่าระบบนิติรัฐไทยไร้ความหมาย แทบจะเป็นรัฐล้มเหลว

ชาวบ้านลืมง่าย หลายคนลืมไปแล้วว่านี่เป็นช่วงอำนาจเผด็จการ มีอำนาจมากแต่ไม่ใช้ให้คุ้มกับการที่ประชาชนต้องเสียสิทธิ อยู่ในสภาวะเสื่อมกว่า 4 ปีแล้ว!




กำลังโหลดความคิดเห็น...