xs
sm
md
lg

เมื่อห้างค้าปลีกปรับตัวและการจัดพื้นที่ (Space management) ตามสภาวะเศรษฐกิจหรือตามพฤติกรรมผู้บริโภค?

เผยแพร่:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

แฟ้มภาพ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science)
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
https://www.facebook.com/BusinessAnalyticsNIDA


ปกติผมเป็นคนไม่ชอบเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าหรือแม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะถ้าต้องไปรอคนอื่นเดินช้อปปิ้งแบบเอื่อยเฉื่อยเลือกแล้วเลือกอีกผมจะไม่ชอบเอาเสียมาก ๆ การไปเดินห้างสรรพสินค้าหรือไปซูเปอร์มาร์เก็ต ของผมจึงเป็นการไปซื้อของจริง ๆ จะมีรายการของที่จะซื้อเป็นหางว่าว และถ้าไม่ไปเพื่อจะไปซื้อของจริง ๆ ก็จะเป็นการสำรวจตลาดแบบที่พ่อค้าชาวจีนเรียกว่าไปดูหั่งเช้ง เพื่อให้รู้ว่าตลาดเป็นอย่างไร มีลูกเล่นหรือกลยุทธ์ทางการตลาดอะไรบ้าง มีการบริหารจัดการอย่างไร

วันนี้ผมไปเดิน supermarket มาสองแห่งครับ เจ้าใหญ่ สีเขียว กับ สีเหลือง ตอนแรกไปสีเขียวก่อน แถว ๆ บ้านที่ไปเป็นประจำเพื่อจะไปซื้อของ กะว่าจะไปซื้อโต๊ะพับได้มาเขียนหนังสือ เดินเข้าไป เห็นหมู ไก่ ลดราคาเยอะและถูกมาก ผักและของกินเต็มไปหมด ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะมีของที่อยากซื้อ เดินขึ้นไปชั้นสองแล้วก็ตกใจว่าขนาดพื้นที่ของแผนกที่ขายเฟอร์นิเจอร์ ที่นอน และเครื่องอุปกรณ์กีฬาเช่น รถจักรยาน ลดขนาดลงไปมาก เมื่อเดินไปสำรวจก็พบว่าสินค้าที่ขายเน้นไปเฉพาะที่สินค้าชิ้นเล็ก ๆ เช่น โต๊ะพับญี่ปุ่นตัวเล็ก ๆ ชั้นวางของอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ๆ ผมยังจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนผมย้ายเข้าบ้านมา มาซื้อของแต่งบ้าน โต๊ะวางทีวี ตู้หนังสืออันใหญ่ ที่ห้างแห่งนี้ทั้งนั้น มีให้เลือกมากกว่านี้มาก จะซื้อโต๊ะพับที่หาก็ไม่มีมีแต่ขนาดเล็ก ๆ เลยตัดสินใจไม่เอาดีกว่า เดินไปเลือกอีกห้างดีกว่าน่าจะมีของให้เลือกมากกว่าเลยนั่งแท็กซี่ไปอีกห้าง คราวนี้ไปห้างสีเหลืองที่มีขนาดใหญ่กว่ากันมาก

ในห้างสีเหลือง พอเข้าไปเอ๊ะจัด lay out ใหม่นะ แบ่งพื้นที่ จัดการพื้นที่ใหม่ คราวนี้ อ้าวรู้สึกได้เลยว่า ของกินได้พื้นที่ไปเยอะมาก ๆ ของใช้แนวเครื่องอุปโภค เช่น แปรงสีฟัน สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก พวกนี้ก็ได้พื้นที่ขายมาก ผมไม่ได้สนใจเดินมาแผนกเฟอร์นิเจอร์ โอ้ ทำไมพื้นที่หดลงขนาดนี้ ของที่เคยมีก็ลดลงไปมาก สมัยก่อนที่มาเดินมีที่นอน เตียงนอนให้เลือกเป็นตับ หันไปมองจักรยานเหลืออยู่ 5-6 คัน จากที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน มีเรียงเป็น 30 คันซ้อนกันสองชั้น มองหาโต๊ะเขียนหนังสือ มีให้เลือกไม่มาก มองหาชั้นหนังสือก็มีนิดเดียวไม่มากเหมือนเก่า จำนวน SKU: Stock keeping unit ลดลงไปมากอย่างชัดเจน ผมเดินไปแผนกของแต่งบ้านจะหาซื้อผ้าปูโต๊ะกินข้าว อย่างที่เคยมาซื้อ อ้าวหายไปหมดแล้ว แผนกของแต่งบ้านและแผนกสวน หายไปหมด เลยถามพนักงานว่ามีผ้าปูโต๊ะกินข้าวขายไหม พนักงานบอกไม่มีแล้วคะ ยุบแผนกไปหมดแล้ว

อ้าว! ห้างนี้ก็ไม่มี ยุบแผนกของที่เราอยากได้หายไปหมด หรือลดขนาด ลดพื้นที่จนเหลือนิดเดียว

ทำให้ผมได้ข้อสรุปว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตสองสีนี้ เน้นขายของกินของใช้มากขึ้น มีการจัดพื้นที่ใหม่แล้วลดพื้นที่แผนกบางแผนกลงเช่น แผนกเฟอร์นิเจอร์ แผนกของแต่งบ้าน แผนกจักรยาน ลดลงไปมากจริง ๆ

ทำไมถึงลดพื้นที่เหล่านี้ลง?

หนึ่ง คงไปวิเคราะห์จากข้อมูลที่แสกนผ่านบาร์โค้ดตอนจ่ายเงินแล้ว ทำสิ่งที่เรียกว่า Recency, Frequency, and Monetary Value Analysis: RFM analysis หรือเรียกว่าการวิเคราะห์การซื้อครั้งล่าสุด ความถี่ในการซื้อ และมูลค่าทางการเงิน และคงคำนวณยอดขายต่อตารางเมตรแล้วพบว่าสินค้าเหล่านี้คือเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน มียอดขายหรือกำไร/ตารางเมตรไม่มาก ด้วยลักษณะของสินค้าที่นาน ๆ จะซื้อมาสักครั้ง และแม้จะซื้อในมูลค่าสูงแต่ก็ไม่ถี่พอ

สอง เป็นไปได้เหมือนกันว่าคนกรุงเทพอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือบ้านที่มีขนาดเล็กลงไปมาก จะขายของแต่งบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ คงยาก ทุกอย่างก็มีการปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม

สาม มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีห้างสรรพสินค้าที่ขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านให้เลือกมากขึ้น

สี่ มีความเป็นไปได้ว่าผู้บริโภคหันไปซื้อของพวกนี้ทางออนไลน์แทนที่จะมาซื้อที่ห้างสรรพสินค้า

ห้า มีความเป็นไปได้ว่าเราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างแท้จริง การซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้านชิ้นใหญ่ ๆ เป็นของคนหนุ่มสาวซึ่งเพิ่งเริ่มต้นมีบ้านหรือผ่อนคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง ถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มไม่ค่อยจะดีแล้ว น่าจะหดตัวลงมากเช่นกัน

หก มีความเป็นไปได้สูงมากว่าประชาชนไม่มีกำลังซื้อของชิ้นใหญ่ ๆ แต่พอจะซื้อของกินของใช้เพื่อปากท้องและชีวิตประจำวันได้ ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เลยต้องปรับพื้นที่การขาย วางของที่ขายได้เร็ว และไม่แพงมากนัก ให้เหมาะกับกำลังซื้อของผู้ซื้อ ข้อนี้สวนทางกับที่รัฐบาลพยายามบอกว่าเศรษฐกิจดี จีดีพีโตขึ้นเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ แต่ในตลาดขายของไม่ได้หรือขายได้ยากขึ้นมาก มีแต่รายใหญ่ที่อยู่รอด แต่ผู้บริโภครายย่อยและกิจการขนาดเล็กยังปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก (Disruptive technology) และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลบนโลกออนไลน์ไม่ทัน

ถ้าถามว่าสาเหตุที่ค้าปลีกปรับการจัดพื้นที่คืออะไร คำตอบก็คือยอดขายต่อตารางเมตรของสินค้าบางประเภทลดลงไปอย่างฮวบฮาบ แต่ถ้าถามว่าทำไมคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน อาจจะเกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปจริง ๆ หรืออาจจะเกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังซื้อลดลงก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่ในฐานะประชาชนไม่ควรจะประมาทควรเก็บออมไว้ให้มากเพื่อรองรับสถานการณ์อันไม่แน่นอนในอนาคต
กำลังโหลดความคิดเห็น...