xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองแบบไทยต้องพิลึกกึกกือ!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"โสภณ องค์การณ์"

มองย้อนกลับไป 4 ปี จำได้หรือไม่ว่าวันที่ 22 เดือนนี้แหละ มีกลุ่มผู้กล้าประกาศรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลที่เหลือเพียงกระดองปู ส่วนตัวปูนั้นเดี้ยงสิ้นสภาพ ต้องกลับไปปลูกเห็ดอยู่บ้าน หลังจากเดินสายไปเยือนกว่า 40 ประเทศ แทบทุกทวีป

กลุ่มนักการเมืองสามานย์ นักซื้อเสียง นักเลือกตั้ง สมุนเผด็จการรัฐสภาต้องตกงานเฉียบพลัน หลายคนถูกกวาดต้อนไปเข้าหลักสูตรเร่งรัดพิเศษในค่ายทหารให้ประพฤติตนเป็นคนทั่วไป รอดูด้วยใจกระเส่าว่าจะมีคดีอาญามาคุกคามอิสรภาพหรือไม่

กลุ่มนักการเมืองสามานย์และทุรชนหมดอาชีพชั่วคราว ท่อน้ำเลี้ยงหยุดไหล คณะผู้กล้าประกาศเสียงโขมงโฉงเฉงลั่นประเทศ ว่าจะทำนั่นนี่โน่นเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนที่ทนกับมหกรรมโกงบ้านกินเมือง เกษตรกร ชาวนา อ้าปากพะงาบๆ รอวิกฤต

ท่านผู้กล้าประกาศกร้าว จะทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่มุ่งหวังคะแนนเสียง ไม่ต้องเอาใจใคร ไม่ต้องสร้างฐานเสียง ไม่ใช่นักการเมือง ชีวิตนี้ขออุทิศเพื่อประชาชน

ชาวบ้านได้ยินคำมั่นสัญญาของคณะผู้กล้า ต่างมองโลกในมุมสวย ฝันเฟื่องว่าท่านผู้กล้าจะมาปราบมารผจญเมือง ให้ราพณาสูร ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เปลี่ยนโครงสร้างประเทศให้ปลอดความชั่วร้ายทางการเมือง ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้

วาระแห่งการฝันหวานเริ่มต้น เพราะท่านผู้กล้ามาดเข้ม เสียงดัง ดุดัน เด็กร้องไห้ได้ยินเสียงคำรามของท่านต้องหยุด ตัวสั่นงันงก จิ้งจกตุ๊กแกไม่กล้าร้องทัก นั่นเลย บรรดาทหารที่เสียชีวิต บาดเจ็บ คืนวันที่ 10 เมษายน 2553 นึกว่านายจะคิดบัญชีให้เร็ว

เมื่อโลกสวย ชาวบ้านจึงไม่มองพฤติกรรมตีเนียน เช่นออกกฎเข้มต่างๆ ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง ตามด้วยมหกรรมร่างรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายกดหัวประชาชน แต่ทุกคนต้องยอมทน เพราะท่านผู้กล้าเสี่ยงกับข้อหากบฏ คงทำงานให้คุ้มค่าให้เต็มบ้อง

ช่วงนั้น มีกิจกรรม “ปรับทัศนคติ” สร้างความรู้สึกระย่อให้ชาวบ้านที่ยังเพ้อฝันว่าบ้านเมืองจะต้องดีขึ้น ปัญหาเรื้อรังหมักหมมมานาน คณะผู้กล้าต้องใช้เวลาศึกษางานสักระยะเพราะไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ต้องมารับภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อบ้านเมือง

ตอนนั้นเริ่มมีคนรู้ทัน เห็นลายแล้ว แต่ไม่กล้าแสดงออกเยอะ เพราะมีกองเชียร์ท่านผู้กล้า ต้องทำใจ อดทนรอว่าอีกไม่นาน สภาวะจอมปลอมต้องเผยลายแท้ให้เห็น ไม่มีใครสามารถออกลีลาแหกตา ปั่นหัว เป่าหู โกหกพกลมให้ชาวบ้านเชื่อได้ตลอดไป

แล้วไง 1 ปีผ่านไปก็แล้ว มีแต่เสียงเพลงคำมั่นสัญญาลมๆ แล้งๆ 2 ปีผ่านไปเหมือนสายลมผ่าน มีเพลงใหม่ออกมา คำขวัญแปลกๆ พิลึกพิลั่น ตรรกะเพี้ยน แต่ผลงานเริ่มเห็นแววว่าโหล่ยโท่ย เสียงชาวบ้านคร่ำครวญ “เสียของ เยี่ยวไม่สุด” ดังก้อง

แล้วไง 3 ปีผ่านไป ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่ลีลาตามอีเว้นท์ที่สมุนบริวารจัดสรรมาให้ท่านผู้กล้าได้ผ่อนคลาย เพื่อจะได้มีกำลังใจทำงานเพื่อบ้านเมืองโดยไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแย่งความรักชาติ ความเสียสละ จะทนอยู่ต่อไป เหน็ดเหนื่อยไปย่อท้อ

เพียงแต่ของทวงบุญคุณเป็นบางช่วง สลับกับเสียงคำรามตีกินเป็นระยะๆ! แต่ไม่เป็นผลเสียแล้ว ชาวบ้านมองโลกสวย กองหนุนที่เคยเป็น ได้แปรสภาพเป็นคนรู้ทันลีลาน้ำเน่า กัลยาณมิตรหายแทบไม่เหลือ ยังคงมีแต่พวกมองโลกสวยดักดานกู่ไม่กลับเท่านั้น

นอกจากชาวบ้านรู้ทันเห็นลายชัด ยังปรากฏสภาพความสยดสยองเมื่อกลิ่นเน่าจากการงาบคำโตอันเป็นผลจากโครงการสารพัดระดับหมื่นล้าน แสนล้านบาททิ้งรอยความมูมมามเลอะเทอะ คำมั่นสัญญา คำประกาศปราบโกง สิ้นความน่าเชื่อถือ

อ่า! แต่ละวันผ่านไป คณะผู้กล้าเหมือนเป็นทีมปาหี่ เล่นลิเก สลับละครลิง เหมือนพวกนักแสดงเมียงู คน 2 หัว ตามงานภูเขาทอง งานพระเจดีย์กลางน้ำยุคก่อนโน้น แต่คนรู้ทันเห็นชัดว่าการแสดงลีลา ตี 2 หน้านั้นเหนือชั้น ทำให้ท่านเหลี่ยมเร่ร่อนดูดีกว่าเดิม

ท่านผู้กล้าได้ทำให้ความเขี้ยวของท่านเหลี่ยมกลายเป็นเด็กอมมือไปเลย! ยิ่งท่านสารภาพบาปกลางเมืองด้วยลีลาหน้าซื่อตาใส ว่าตัวเองเป็น “นักการเมือง” แล้ว คนรู้ทันต้องตบอกผาง อย่างนี้แหละ ใช่เลย ออกลายมาแล้ว ออกลายมาอีก อย่าอั้นไว้!!!

ช่วงการสลับฉากลีลาน้ำเน่า ชาวบ้านได้ยินคำพูดพร่ำแหม็บๆ เรื่องโร้ดแหม็บๆ ว่าจะมีมหกรรมเลือกตั้ง 2-3 ปีผ่านไป ล่าสุดมีคำมั่นให้ได้ยินทุกวันว่าเดือนกุมภาฯ ปีหน้ามีเลือกตั้งแน่ๆ แต่ไม่มีใครรับประกันว่าจะเป็นเช่นนั้น ผู้กล้าเองเชื่อหรือไม่ก็ยังไม่มีใครรู้ชัด

แต่ลวดลายที่เห็นชัดคือ “ความกระสัน” ของท่านผู้กล้าที่จะขออยู่ต่อ อ้างว่ายังมีภารกิจยุทธศาสตร์ชาติยาวนาน 20 ปี ทั้งๆ ที่ เกือบ 4 ปี ยังไม่มีวี่แววชัดถึงการปฏิรูปตามคำสัญญาลมๆ แล้งๆ ผลงานแบบเสียของอย่างนั้น คนสงสัยว่าจะอยู่ต่อเพื่ออะไร

มีอะไรซุกซ่อนไว้ ไม่อยากให้ใครเห็น หรือเกรงว่าจะมีคนคิดบัญชีย้อนหลัง?

เพื่อสนองความอยากในการอยู่ต่อ เริ่มมีขบวนการสร้างข่าวเน้นเรื่องความจำเป็นที่ท่านผู้กล้าต้องอยู่ยาว แม้คนรู้ทันเบื่อหน่ายกับสภาวะกำมะลอก็ตาม มีผ่อนปรนเรื่องกฎระเบียบพรรคการเมือง แต่ออกแบบกฎให้พวกมาใหม่หนุนผู้กล้าได้เปรียบ ตีกินดื้อๆ

เมื่อความอยากเข้มข้น ความเหนียมอายก็ละลายหายไป มีตารางเพื่อการตะลอนๆ หาเสียงต่างจังหวัด ดูไม่เนียน แต่ไม่ใส่ใจ ถือว่าทำได้ ไม่มีกฎหมายห้าม ใครถามว่า “ไม่อายเรอะ ที่เอาเปรียบคนอื่น” ก็ใช้ลีลาเอาหูทวนลม ตีมึน เฉไฉไขสือดื้อเฉย

แต่พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! การหาเสียงของท่านผู้กล้า ผู้อยากอยู่ต่อ ได้สร้างปรากฏการณ์สุดยอด แทนที่จะไปหาคนดี หรือให้คนดีมาหา เพราะกองหนุนไม่เหลือ มีแต่กองหนี ท่านดันซมซานดิ้นรนตากหน้าไปขอเสียงหนุนของทุรชนการเมืองสามานย์

คนดีไม่ไปหา คนดีไม่มาหา ก็จำต้องไปหาพวกที่ท่านผู้กล้าใช้อำนาจกองทัพมารัฐประหารขับไล่นั่นแหละ ชาวบ้านจะมองอย่างไร ใครจะว่าอะไรก็ช่าง เพราะพวกนี้สามารถหาเสียงมาหนุนให้ท่านผู้กล้าได้สมหวังที่จะได้อยู่ต่อให้สมอยากจนจมบ้อง

เรื่องพิลึกกึกกือพรรค์นี้เกิดขึ้นได้ในแผ่นดินอเมซซิ่งไทยแลนด์โอนลี่ นี่แหละ!

อยู่รอดมาได้ 4 ปี ด้วยความทุกข์ระทมขื่นขมของชาวบ้านคนผิดหวังเกือบทั้งแผ่นดิน แล้วยังจะอาสาเป็นผู้เสียสละอยู่ต่อเพื่อบ้านเมือง ไม่ยอมให้ใครมาแย่งเหนื่อยอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าเป็นจริง จะเป็นเวรกรรมของแผ่นดินไม่มีวันสิ้นสุดหรือไร

ไม่กี่วันก่อน ยังพูดเหมือนอ้างว่าตัวเองเป็นต้นแบบการเมืองแบบไทยๆ ดังนั้น ใครอย่าได้ฝันเฟื่องเพ้อเจ้อ ว่าบ้านนี้เมืองนี้จะมีคนอย่างผู้นำมาเลย์ ดร. มหาเธร์มาช่วย!

เราต้องทนอีกเกือบปีหรือนี่ โอ! สวรรค์โปรดมีตา ฟ้ามีใจด้วยเถิด! ถ้าพระเจ้าไม่ช่วยกล้วยทอด ขออย่าให้ใครได้สืบทอดอำนาจเลย แค่นี้บ้านเมืองก็เสียหายเกินทนแล้ว!




กำลังโหลดความคิดเห็น...