xs
xsm
sm
md
lg

"สนธิรัตน์"สั่งรับมือผลไม้เหนือ-ใต้ จัดเต็มมาตรการผลักดันราคา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360-“สนธิรัตน์”มั่นใจปีนี้ดูแลราคาผลไม้ภาคเหนือ-ใต้อยู่หมัด แม้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น หลังทำสำเร็จกับผลไม้ภาคตะวันออกไปแล้ว สั่งเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า ทั้งการเชื่อมโยงตลาด ดึงโรงงาน ห้างช่วยซื้อ จัดบุฟเฟ่ต์กระตุ้นการบริโภค เปิดบูธให้นักท่องเที่ยวชิมผลไม้ไทยที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง พร้อมประสานที่ราชการ ปั๊ม ห้าง ตลาด นำผลผลิตเกษตรกรไปขาย พร้อมเร่งส่งออก เจาะเมืองใหม่ในจีน รุกตลาดอินเดีย รัสเซียและอิหร่าน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้และภาคเหนือ เตรียมความพร้อมรับมือกับผลผลิตผลไม้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด เพราะปีนี้ผลไม้ภาคใต้ จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย.2561 โดยคาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 5.9 แสนตัน เพิ่มขึ้น 64.15% เป็นทุเรียน 2.83 แสนตัน เงาะ 8.65 หมื่นตัน มังคุด 1.91 แสนตัน และลองกอง 8.38 หมื่นตัน ส่วนผลไม้ภาคเหนือ จะออกสู่ตลาดเดือนก.ค.-ส.ค.2561 โดยมีปริมาณ 7.06 แสนตัน เพิ่มขึ้น 6.49% เป็นลำไย 6.65 แสนตัน ลิ้นจี่ 4.1 หมื่นตัน โดยให้ติดตามถสานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยต้องช่วยประสานและเร่งระบายผลผลิตออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคา และเชื่อว่า จะสามารถดูแลราคาให้กับเกษตรกรได้ เพราะมีแผนรับมือรองรับไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกที่ปีนี้สามารถบริหารจัดการได้ และเกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาดีมาก

สำหรับมาตรการดูแลราคาผลไม้ กระทรวงฯ ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อขายผลไม้ระหว่างเกษตรกรกับโรงงานแปรรูปและห้างสรรพสินค้าเป็นการล่วงหน้า และได้กระตุ้นการบริโภคผลไม้ ทั้งการร่วมกับห้างสรรพสินค้า และจังหวัดท่องเที่ยวจำหน่ายผลไม้ การจัดบุฟเฟ่ต์บริโภคผลไม้ เช่น จันทบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และยังได้จัดบูธผลไม้ให้นักท่องเที่ยวทดลองชิมผลไม้ไทยที่ท่าอากาศยานนานาชาติ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และสนามบินเชียงใหม่ ภูเก็ต

ส่วนช่องทางอื่นๆ ได้ประสานสถานที่ของหน่วยงานราชการ สถานที่เอกชน ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลาดต้องชม ร้านธงฟ้าประชารัฐ ฟาร์มเอ้าท์เล็ต เพื่อให้เกษตรกรนำผลไม้ไปจำหน่าย และในด้านการส่งออก จะเร่งรัดการส่งออกไปยังตลาดจีน โดยเฉพาะเมืองใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการส่งออกไปตลาดใหม่ เช่น อินเดีย รัสเซีย อิหร่าน รวมทั้งจะมีการผลักดันให้มีการแปรรูปผลไม้มากขึ้น และผลักดันผลผลิตส่วนเกินไปสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมอาหารเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...