xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อหลุมจอดเครื่องบินที่สุวรรณภูมิเต็มจนเป็นสาเหตุของความล่าช้าถูกประกาศในต่างแดน

เผยแพร่:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science)
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


ผมเดินทางไปนิวยอร์กซิตี้สหรัฐอเมริกามา ขากลับต้องมาพักเปลี่ยนเครื่องที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างรอเครื่องนั้นก็ไม่ได้มีการประกาศว่าจะเกิดการดีเลย์แต่อย่างใด ทุกอย่างตรงตามเวลา แต่พอผู้โดยสารขึ้นไปบนเครื่องเรียบร้อยแล้วนั้น กำลังจะบินขึ้นกลับกรุงเทพ กัปตันก็ประกาศว่าเครื่องจะล่าช้าไปอีก 45 นาที ประกาศเป็นสามภาษาเสียด้วย อารบิก อังกฤษ และไทย สาเหตุมาจากการที่หลุดจอดเครื่องบินและการจราจรทางอากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิเต็ม แน่นมากจนเครื่องไม่สามารถจะลงจอดได้ ตามกำหนดการเดิมนั้นเครื่องบินจะถึงกรุงเทพราวแปดโมงกว่า คงจะสายไปอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง ขอให้ผู้โดยสารพักพ่อนให้สบายใจได้ แล้วพนักงานบริการบนเครื่องก็เริ่มแจกหูฟัง เสิร์ฟน้ำ ให้เรานั่งรอเปิดแอร์เย็น ๆ อยู่บนเครื่อง

ในเชิงการบริการของสายการบิน ผมคิดว่าเขาจัดการกับการล่าช้าได้ดี ในเชิงจิตวิทยาของการรอคอยนั้น

หนึ่ง คนเราจะรู้สึกว่ารอคอยได้ถ้าทราบว่าจะต้องรอคอยนานสักแค่ไหน ที่กัปตันประกาศว่าอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเครื่องถึงจะออกนั้นทำให้ผู้โดยสารรู้ว่าต้องรอคอยนานสักแค่ไหน
สอง คนเราจะรู้สึกว่ารอคอยได้ถ้าทราบสาเหตุที่ต้องรอคอย อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน การประกาศให้ทราบว่าหลุมจอดและการจราจรทางอากาศติดขัดที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกเข้าใจเหตุผลพอสมควรไม่หงุดหงิด และไม่กล่าวโทษสายการบิน แต่จะกล่าวโทษสนามบินสุวรรณภูมิหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่แน่ๆ สายการบินแห่งนี้นั้นไม่ถูกด่า รอดพ้นไปแล้ว

สาม เวลารอคอยถ้ามีความสุข ได้รับบริการที่ดี ก็จะยอมรับได้ในระดับหนึ่งและไม่รู้สึกว่าการรอคอยนั้นนานจนเกินไป ให้เราลองนึกถึงว่าทำไมโต๊ะจีนต้องมีออเดิร์ฟหรือเมล็ดแตงโมอบเกลือวางไว้ ก็เพื่อให้ลูกค้าได้มีอะไรขบเคี้ยวมีความสุขระหว่างรออาหารหลักมาบริการ การเปิดแอร์เย็นสบาย แจกหูฟังให้ดูหนังฟังเพลง และเสิร์ฟน้ำให้ผู้โดยสารก็ช่วยให้การรอคอยเครื่องออกจากสนามบินอาบูดาบี ไม่นานจนเกินไปนั่นเอง

ดังนั้นในแง่การบริการถือว่าสายการบินจัดการเรื่องการรอคอยให้กับผู้โดยสารได้ดีทีเดียวครับ สอบผ่าน
แต่นาทีแรกที่ได้ยินประกาศถึงเหตุผลว่าที่เครื่องบินออกไม่ได้เพราะหลุมจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเต็มนั้น ในฐานะคนไทยก็รู้สึกไม่สบายใจในระดับหนึ่ง เหมือนกับว่าประเทศเราไม่พร้อม เตรียมตัวไม่ดี รู้สึกว่าขายหน้านิดหน่อยในฐานะคนไทย

แม้จะพอทราบสาเหตุว่าในช่วงเวลาที่เครื่องบินจะไปลงนั้นตั้งแต่ตีห้าถึง 10 โมง เช้า และ สี่โมงเย็นถึงห้าทุ่มเป็นช่วง peak สนามบินแน่นมาก หลังเที่ยงคืนไปถึงเช้าเป็น off-peak สนามบินจะว่างมาก แต่ก็รู้สึกว่าประเทศเรามีปัญหา เราขยายสนามบินไม่ทันกับอุปสงค์ทางการบินไปเสียแล้ว

ที่สุวรรณภูมินั้นไม่ได้สร้าง runway ใหม่ให้เพียงพอ และมีหนึ่ง runway ที่เคยปิดซ่อมยาวนาน ทำให้ไม่พอ อีกประการคือนักท่องเที่ยวไทยมีถึงปีละเกือบสามสิบล้านคน ทำอย่างไรก็ไม่พอ การขยายสนามบินล่าช้าเกินไปด้วยปัจจัยทางการเมืองใดก็แล้วแต่

แม้กระทั่งที่ดอนเมือง ขณะนี้ก็แน่นมาก สายการบินต้นทุนต่ำมีเที่ยวบินมากจนล้นสนามบินเสียแล้ว และขยายออกไปอีกไม่ได้แล้วด้วย ที่เจ๊เกียวพูดว่าคู่แข่งของรถทัวร์คือสายการบินต้นทุนต่ำนั้นก็เป็นเรื่องจริง ๆ ราคาตั๋วเครื่องบินถูกลงจนใคร ๆ ก็บินได้แล้วจริง ๆ

ในขณะนี้มีการขยายเปิดสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติในเชิงพาณิชย์แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ช่วยแบ่งเบาบรรเทาความหนาแน่นของสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิไปได้มากนัก มีแต่การบินเช่าเหมาลำที่ไปจอดเป็นส่วนใหญ่ เพราะระยะห่างจากกรุงเทพค่อนข้างมาก แต่หากมีการต่อเชื่อมด้วยรถไฟความเร็วสูงเข้ามากรุงเทพมหานครก็น่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

ทางเลือกในการแก้ปัญหานี้ในระยะสั้นน่าจะมีอยู่สองทาง

ทางแรกคือพยายามให้เกิดการใช้สนามบินทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิในช่วง off-peak ให้ดีขึ้น กระจายช่วงการจราจรทางอากาศติดขัด

ทางสองคือนำความรู้เรื่องการจัดคิวและตารางตลอดจนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Operations research) มาใช้ในการจัดการสนามบินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในระยะยาว ต้องมีการพยากรณ์อุปสงค์ (Demand forecasting) ความต้องการใช้สนามบินให้แม่นยำ และเร่งขยายสนามบิน โดยเฉพาะการสร้าง Runway ใหม่ที่สุวรรณภูมิให้เพียงพอ และต้องเร่งดำเนินการให้ทันกับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุก ๆ วัน หากปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองและการเปิดประมูลตลอดจนการก่อสร้างทำอย่างซื่อสัตย์สุจริตก็จะเกิดผลดีกับประเทศเป็นอย่างยิ่ง

การขยายสนามบินอู่ตะเภาและมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อมายังสุวรรณภูมิและในกรุงเทพน่าจะช่วยให้การใช้บริการอู่ตะเภาเพิ่มมากขึ้น กรุงเทพอาจจะต้องมีสนามบินสามสนามบิน เช่นเดียวกับ มหานครนิวยอร์ก ที่มีสนามบินลากอร์เดีย สนามบิน JFK และสนามบิน Newark ในรัฐนิวเจอร์ซี่

ผมเองก็ไม่ได้อยากได้ยินบรรดาสายการบินทั่วโลก ต้องประกาศในต่างแดนว่า เครื่องบินจะดีเลย์ เพราะสนามบินในประเทศไทยมีการจราจรแน่นหนามาก หลุมจอดไม่พอ เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลดีกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยโดยเฉพาะการท่องเที่ยวมากเท่าไหร่นัก น่าจะเร่งแก้ไขกันโดยด่วน


กำลังโหลดความคิดเห็น...