xs
xsm
sm
md
lg

ระวัง ‘ป่าแหว่ง’ ทำรัฐบาล ‘แหว่ง’

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


เป็นเพราะคนมีตำแหน่ง อำนาจกลุ่มหนึ่งมีปัญหา “ความแหว่ง” ในด้านจิตสำนึกรักหวงแหนธรรมชาติ ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ผสมกับความมักง่าย หวังผลแฝงเร้นในระบบอุปถัมภ์เล่นพวก จึงได้กระทำการสิ่งที่ไม่เหมาะสม จัดสร้างโครงการบ้าน “ป่าแหว่ง”

ตามหลักฐานที่ปรากฏขั้นตอนต่างๆ ก็เป็นที่รู้ชัดว่าโครงการบ้าน “ป่าแหว่ง” เป็นผลความร่วมมือของคนในเครือข่ายเหลี่ยมในยุคมีอำนาจคุมกระทรวงยุติธรรม กองทัพบก รัฐบาล อย่างที่รู้กัน จนถึงการจัดสรรงบประมาณให้เดินหน้า

อันที่จริงน่าเห็นใจศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพราะหมู่บ้านป่าแหว่งคือพื้นที่หลังที่ทำการของหน่วยงานนี้ ก่อสร้างตั้งแต่ถนนเลียบคลองชลประทาน ลึกเข้าไปจนถึงตีนดอยสุเทพ หน่วยงานราชการอื่นๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน แต่มีพื้นที่พอจึงไม่รุกขึ้นตีนเขา

เมื่อมีแผนก่อสร้าง ภาครัฐที่สั่งเดินหน้าคง “ดูเบา” หรือคาดไม่ถึงว่าจะมีแรงต้านจากคนในพื้นที่ ถ้าเป็นพื้นที่ราบเรียบ ความอุจาดคงไม่ปรากฏเด่นชัด ทำให้คนรักหวงแหนป่ารู้สึกเป็นฟืนเป็นไฟ จนมีเสียงเรียกร้องให้รื้อถอนหมู่บ้านออกไป

องค์กรศาลและเจ้าหน้าที่ไม่มีปัญหา บอกเพียงแต่ว่าขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร แม้จะมีเสียงเตือนนั่นนี่โน่นว่ารื้อของหลวงผิดกฎหมาย รัฐบาลอ้างว่าจะเป็นการสูญเปล่าของงบประมาณเกือบพันล้านบาท เสียเวลาต้องสร้างหมู่บ้านใหม่

เรื่องนี้น่าจะเข้าข่ายเป็น “ค่าโง่” เพราะจิตสำนึกแหว่งด้านการรักธรรมชาติ! ถ่านไฟร้อนจึงตกอยู่บนหน้าตักของออคุณท่านผู้นำ ซึ่งอ้างความเสียดายถ้าจะทุบทิ้ง และมีข้อเสนอว่าจะหาช่องทางใช้ประโยชน์อื่นๆ พร้อมฟื้นฟูธรรมชาติให้ดูกลมกลืน

เป็นการแก้ปัญหา “แบบไทยๆ” เพราะการปล่อยปละละเลยเรื่องที่ผิดกฎ ระเบียบจนเกินเลย ผลสุดท้ายต้องออกกฎหมายสิ่งที่ผิดกฎหมายให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไล่มาทุกยุคตั้งแต่รถ 2 แถว แท็กซี่ใช้แก๊ส รถตู้เถื่อน คิวมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ

ที่เห็นเกลื่อนทั่วประเทศคือ “เจ้าหน้าที่ไม่รักษากฎหมาย” ทำให้มีการบุกรุกป่า ที่ดินของรัฐ ป่าสงวน เกาะในทะเล พื้นที่บนภูเขา ต้องไปไล่ทวงคืน มีปัญหาสารพัดเพราะคนบุกรุกมีเงิน มีอิทธิพล เครือข่าย คนไทยกลัวคนรวย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

รัฐบาลเองก็ไม่ธรรมดา ไม่ใส่ใจปัญหา ความทุกข์ร้อน สุขภาพของประชาชน เกรงใจคนมีเงิน เจ้าสัวนักธุรกิจใหญ่ถึงกับสั่งให้ประชาชนอย่าเรื่องเยอะ เรียกร้องนั่นนี่โน่นจะทำลายบรรยากาศการลงทุน คนต่างชาติจะไม่มากอบโกยความมั่งคั่ง

เมื่อออคุณท่านยังเล่นลิ้น เล่นลีลายึกยัก ท่าโน้นท่านี้ ยื้อเวลา ดูว่าคนเชียงใหม่จะมีน้ำยาหรือไม่ จึงเกิดบรรยากาศเหมือนการเผชิญหน้า คนเชียงใหม่และคนภาคอื่นๆ นักท่องเที่ยวจึงชุมนุมรวมพลังให้รัฐบาลเห็นที่ประตูท่าแพวันอาทิตย์

เป็นวันประกาศเจตนารมณ์ “ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” ที่เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำจุดยืนเรียกร้อง ให้มีการยุติและยกเลิกโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หรือ “หมู่บ้านป่าแหว่ง” นั่นเอง

น่าจะเป็นการชุมนุมของประชาชน มีคนมาร่วมมากที่สุด นับตั้งแต่การรัฐประหาร 4 ปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จในการออกกฎหมายกดหัวประชาชนห้ามการชุมนุม ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างจริงจัง ขณะที่เรื่องอื่นๆ ไม่ได้ใจชาวบ้านกฎหมายห้ามการชุมนุมจึงเป็นมาตรการที่จะให้ใครก็ตามที่ต้องการอยู่ต่อทอดยาวอำนาจมีเครื่องมือในการจัดการกับประชาชน การชุมนุมเดินขบวนขับไล่นักการเมือง หรือคนรัฐบาลที่ชั่วร้าย โกงบ้านกินเมือง จะทำไม่ได้ง่ายเหมือนก่อน

แต่ครั้งนี้ชาวเชียงใหม่แสดงตัวชัดว่าเป็นการชุมนุมเพื่อทวงคืนธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้ประท้วงขับไล่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มาโดยรัฐประหาร เป็นการเรียกร้องโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ข้อเสนอไม่ซับซ้อนด้วย

ขึ้นอยู่กับผู้นำรัฐบาลว่าจะมีความกล้าหาญทางคุณธรรม จริยธรรม การเมือง และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้มีจิตสำนึกรักธรรมชาติหรือไม่ ที่ผ่านมาเห็นใช้อำนาจพิเศษอยู่เหนือกฎหมายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอวยโครงการลงทุนเสมอ

คนในประเทศนี้มีจิตสำนึกต่ำในด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมมากกว่าเพื่อนบ้านอาเซียน ตั้งแต่ยุคเปิดให้ทำสัมปทานป่าไม้ 60-70 ปีก่อน ความอุดมสมบูรณ์ป่าต้นน้ำหายไปอย่างรวดเร็ว มีภูเขาหัวโล้นในหลายจังหวัดภาคเหนือ

เป็นชาติที่ผู้นำรัฐบาลไม่ใส่ใจป้องกันการล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติ หลุมขุดขนาดยักษ์มีน้ำพิษขังจากการทำเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลย พิจิตร และจังหวัดใกล้เคียงเป็นหลักฐานฟ้องให้เห็นชัด รวมทั้งเหมืองโปแตชในภาคอีสานอีกด้วย

การยื้อให้เคมีเกษตรพิษร้ายแรงเช่น “พาราควอต” อยู่ต่อเพื่อฆ่าคนไทยให้ตายผ่อนส่งอีก ทั้งๆ ที่หลายประเทศสั่งห้ามเด็ดขาดแล้ว สะท้อนให้เห็นจิตสำนึกของผู้มีอำนาจเป็นอย่างดีว่ามองชีวิตคนไทยไร้ค่าเพียงใด เพียงเพื่อต้องการอุ้มนายทุน

โธ่! เสียงดังฟังชัด มาดเข้ม ฮึ่มฮั่ม ดูมาดแมนผู้กล้าสุดๆ นึกว่าได้เป็นใหญ่เป็นโตจะช่วยจัดการปัญหาในบ้านเมือง สะสางบัญชีให้ลูกน้องที่โดนถล่มที่สี่แยกคอกวัวคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ละลายไป 2 กองร้อย กลายเป็นว่าเจ็บ ตาย พิการ ฟรีๆ

ลูกน้องของตัวเองยังไม่ดูแล ห่วงใย ดันทิ้งปัญหาไว้ให้ แถมยังตีสีหน้าระรื่นไปยกมือไหว้ขอปรองดองกับพวกที่ตัวเองใช้กองทัพไปล้มรัฐบาล ประชาชนจะไปหวังพึ่งพาอะไรได้ จะไม่ให้ชาวบ้านนั่งตีอกชกหัวคร่ำครวญ “ผิดหวัง เสียของ” ได้อย่างไร


กำลังโหลดความคิดเห็น...