xs
xsm
sm
md
lg

ชิง“บงกช-เอราวัณ”คึก "มูบาดาลา-เชฟรอน-มิตซุย-โททาล-ปตท.สผ."ร่วมวง สั่งปิดข่าวราคาน้ำมันขึ้น-ลง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติปลื้ม ยักษ์ใหญ่ 5 ราย สนประมูลแหล่งก๊าซเอราวัณและบงกช ภายใต้ระบบ PSC แล้วทั้ง “มูบาดาลา-เชฟรอน-มิตซุย-โททาล-ปตท.สผ.” ขณะที่ สนพ.ปิดปากผู้ค้า ห้ามประกาศปรับราคาน้ำมันล่วงหน้า อ้างชี้นำตลาด-ไม่เอื้อการแข่งขัน ภาคประชาชนสับเละ เผยยอดใช้ดีเซลหน้าปั๊ม มี.ค.พุ่งสุดเป็นประวัติการณ์ รับเศรษฐกิจโต ด้าน ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ไตรมาสแรกปีนี้โกยกำไรทะลุ1.3 หมื่นล้านบาท ผลจากภาษีและกำไรค่าเงิน อีกทั้งราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้น ขณะมีรายได้รวม 39,105 ล้านบาท ส่วนฐานะการเงินยังแกร่ง

วานนี้ (26 เม.ย.) นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ได้ออกประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจประมูลยื่นขอสิทธิสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย แหล่งเอราวัณและบงกช ตามทีโออาร์ การเปิดประมูลภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ได้มีบริษัทที่สนใจเข้ามารับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประมูล ณ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจำนวน 5 บริษัท ได้แก่ 1. บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม จำกัด 2.บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด 3. บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กโพเรชั่น จำกัด 4.บริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด และ 5.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.)

“ทุกบริษัทจะนำเอกสารที่ได้รับไปศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับการมายื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61(เอราวัณ) และ G2/61(บงกช.) ตามขั้นตอนต่อไป"นายวีระศักดิ์ ระบุ

วันเดียวกัน นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สนพ.เตรียมเชิญผู้ค้าน้ำมันมาหารือเพื่อพิจารณาถึงแนวทางให้เกิดการแข่งขันโดยไม่มีการชี้นำตลาดโดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนราคาที่ไม่ควรมีการแจ้งข่าวล่วงหน้าและรวมถึงอาจเข้าข่ายการกระทำผิดที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนโยบายการส่งเสริมการแข่งขัน รวมทั้งอาจจะ ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เนื่องจากมีข้อสังเกตว่า กรณีที่ผู้ค้าน้ำมัน ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ปรับราคาในอัตราที่เท่ากันในเวลาเดียวกันอาจเข้าข่ายการกระทำผิดที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนโยบายการส่งเสริมการแข่งขันหรือไม่ก็คงจะต้องมาดูและหาวิธี

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงานได้มอบหมายให้ดำเนินการเพราะต้องการให้ราคาจากเดิมที่ประกาศราคาให้สาธารณชนได้รับทราบก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงราคาจริง มาเป็นการเปลี่ยนแปลงราคาให้เสร็จก่อนจึงจะประกาศให้สาธารณชนได้รับทราบ เนื่องจากเห็นว่าการประกาศราคาล่วงหน้าอาจเป็นการชี้นำตลาด ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงราคาไปในทิศทางเดียวกันและไม่เกิดการแข่งขันกันลดราคาหน้าปั๊ม

ขณะที่ นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า แนวทาง ของ สนพ.นี้ ถือว่า ทำให้ ประชาชนไม่มีทางเลือกในการเติมน้ำมัน เพราะ หากไม่ทราบข้อมูลล่วงหน้า ชาวบ้านก็ไม่มีข้อมูลประกอบการ ตัดสินใจ ว่าจะเลือกบริโภคจากปั๊มใด ยิ่งหากปิดบังข้อมูลยิ่งเป็นการผลักดัน หรือเอื้อให้กับผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งหลักการที่ถูกต้องควรจะมาพิจารณาในแง่ของอำนาจเหนือตลาด

เช่นเดียวกัน น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน น่าจะเอาเวลาไปทำเรื่องอื่นที่เกิดประโยชน์มากกว่า เพราะการที่ประชาชนได้รับรับรู้ข่าวสารการปรับราคาก่อน เป็นการเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคเพราะช่วงเวลาราคาขึ้น ชาวบ้านก็ได้ไปเติมก่อน ส่วนช่วงราคาลดลง ชาวบ้านก็ไปเติมวันรุ่งขึ้น ผลประโยชน์ตรงนี้ก็ให้ควรให้ประชาชนบ้าง น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าการปิดข้อมูลเพราะการค้าเสรีทุกวันนี้ไม่มีอยู่แล้ว

นายมาโนช มั่นจิตจันทรา กรรมการและผู้จัดการตลาดขายปลีก บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) กล่าวว่านโยบายบริษัทแม่และเอสโซ่ (ประเทศไทย)ยึดมั่นการค้าเสรี ไม่ต้องการให้มีการผูกขาด ดังนั้นจะไม่มีการแจ้งราคาขายปลีกล่วงหน้าแก่ลูกค้าหรือประชาชนทั่วไป เว้นแต่จะแจ้งให้กับดีลเลอร์ผู้บริหารปั๊มน้ำมันเท่านั้น ซึ่งการปรับราคาขายปลีกจะพิจารณาจากต้นทุนน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป รวมทั้งคาดการณ์ตลาดคู่แข่ง เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันเอสโซ่แข่งขันได้

อีกด้าน นางอุษา ผ่องลักษณา รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า เดือนมี.ค.61 ยอดการใช้น้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการ(ปั๊ม) อยู่ที่ 68.96 ล้านลิตรต่อวันถือเป็นสถิติการใช้น้ำมันดีเซลสูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากมีการเติบโตของจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจไทยที่เติบโตจากภาคการส่งออก และการท่องเที่ยว ส่งผลให้การใช้น้ำมันภาพรวมไตรมาสแรก(ม.ค.-มี.ค.61) กลุ่มเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นโดยกลุ่มเบนซินใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 30.8 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.7% และน้ำมันดีเซล (B7) 67 ล้านลิตรต่อวันเพิ่มขึ้น 3.9% สำหรับการใช้แอลพีจีไตรมาสแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 17.8 ล้าน กก.ต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 9.5% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้ทุกภาคยกเว้นภาคขนส่ง ที่มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4 ล้าน กก.ต่อวัน คิดเป็นอัตราลดลง 10.8% ส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ไตรมาสแรกปีนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 6.5 ล้าน กก.ต่อวัน ลดลงจากปีก่อนคิดเป็น 8.3% เนื่องจากรถยนต์เริ่มหันไปใช้น้ำมันที่ราคาถูกช่วงที่ผ่านมาแทนประกอบกับราคาแอลพีจีลอยตัวทำให้รถยนต์จดทะเบียนใหม่ที่จะใช้NGVไตรมาสแรกก็ลดลง 3.1% จากช่วงที่ผ่านมา

นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 13,381 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 12,284 ล้านบาท เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกถึง 32,896 ล้านบาท และมีเงินสดในมือ 159,121 ล้านบาท ซึ่งตรงตามเงื่อนไขการเข้าเข้าร่วมการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่จะหมดอายุ ทั้งนี้ในไตรมาส 1 ปี 2561 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 39,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้38,377 ล้านบาท โดยหลักมาจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก.


กำลังโหลดความคิดเห็น...