xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เมล์เอ็นจีวี ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง จ่อพันคอ “อาคม”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รถโดยสารเชื่อเพลิงเอ็นจีวี ที่ ขสมก.รับมอบเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา
 ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -เสียค่าโง่ๆ ซ้ำๆ ซากๆ จนหลายคนแทบจะไม่อยากเป็นคนไทยกันแล้ว ไล่มาตั้งแต่ค่าโง่ทางด่วน ค่าโง่กล้ายาง ค่าโง่บ่อบำบัดคลองด่าน

และล่าสุดคือ ค่าโง่รถเมล์เอ็นจีวี ที่ศาลปกครองเพิ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) จ่ายค่าเสียหายจำนวน 1,159.9 ล้านบาท ให้แก่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด กับพวกรวม 4 ราย กรณีที่ยกเลิกสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน

คดีนี้ สืบเนื่องมาจาก บริษัท เบสท์รินฯ กับพวกรวม 4 ราย ได้ทำสัญญาซื้อขายรถโดยสาร NGV ให้ ขสมก. จำนวน 489 คันเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 และมีกำหนดส่งมอบรถทั้งหมดภายใน 90 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา

ต่อมา บริษัทได้ดำเนินการนำเข้ารถโดยสาร NGV ทั้ง 489 คัน ณ วันที่ 24 มกราคม 2560 และได้นำรถ 390 คันไปติดตั้งระบบ GPS สำหรับติดตามตำแหน่งรถ

ในจำนวนนี้ได้นำไปจดทะเบียนต่อกรมขนส่งทางบกเป็นชื่อของ ขสมก. แล้วจำนวน 292 คัน แต่มีรถยนต์บางส่วนยังติดอยู่ที่กรมศุลกากร เนื่องจากอ้างแหล่งกำเนิดไม่ถูกต้อง โดยทางศุลกากรมีหลักฐานว่า รถเมล์ที่นำเข้ามาทั้งหมดมีแหล่งผลิตที่ประเทศจีน แต่บริษัทผู้นำเข้าแจ้งว่าผลิตที่ประเทศมาเลเซียเพื่อใช้สิทธิพิเศษตามเขตการค้าเสรีอาเซียนไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

เมื่อรถโดยสารจำนวนดังกล่าวมีปัญหาที่ศุลกากร และไม่สามารถส่งมอบได้ตามสัญญา ขยมก.จึงยกเลิกสัญญาซื้อขายรถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าว ทำให้บริษัท เบสท์รินฯ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เป็น คดีหมายเลขดำที่ 502,955/2560

คดีนี้ ศาลปกครองได้พิพากษาให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการผิดสัญญาซื้อขายและจ้างซ่อมแซมบำรุงรักษารถยนต์โดยสารปรับอากาศ NGV ตามสัญญาเลขที่ ร.50/2559 ลงวันที่ 30 กันยายน 2559 รวมเป็นเงิน 1,159,969,552.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น 1,147,831,350.06 บาท นับถัดจากวันที่ 7 มิถุนายน 2560 ซึ่งเป็นวันฟ้องคดีเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ ขสมก. ส่งมอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 30 กันยายน 2559 จำนวน 547,427.71 บาท คืนแก่บริษัท เบสท์รินฯ กับพวก ภายใน 60 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้เป็นเงินตามจำนวนหนังสือค้ำประกันดังกล่าว

คำพิพากษาดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า สาเหตุต้นตอของการยกเลิกสัญญามาจากการที่บริษัทเบสท์รินฯ แจ้งแหล่งผลิตสินค้าไม่ถูกต้อง ทำให้รถเมล์ที่นำเข้ามายังติดคาอยู่ที่ศุลกากร นั่นคือเอกชนเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ แต่ศาลกลับพิพากษาให้ ขสมก.เป็นฝ่ายผิด และต้องจ่ายค่าเสียหายให้เอกชน

หรือว่าที่ผลของคดีออกมาแบบนี้ เป็นเพราะฝ่าย ขสมก.สู้คดีไม่เต็มที่ หรือสู้แบบออมมือ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายเอกชนกันแน่

ทั้งนี้ ในคำพิพากษา ศาลได้ระบุข้อเท็จจริงในคดีสรุปได้ว่า การที่ ขสมก.ไม่ตรวจรับมอบรถโดยอ้างว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งว่า ให้รอกรมศุลกากรพิจารณาถิ่นกำเนิดสินค้าก่อน รวมทั้งอ้างว่าส่งมอบรถไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เป็นการขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการตรวจสอบรับและทดสอบรถเมล์เอ็นจีวีมีมติให้มีการส่งมอบรถโดยสาร NGV เป็นงวดๆ ได้

กรณีที่ ขสมก.อ้างสิทธิตามข้อ 21 ของสัญญาที่ระบุว่า ขสมก.มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีหากบริษัทเบสท์รินฯ ส่งมอบรถไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดในสัญญา และมีสิทธิริบหลักประกันรวมทั้งสิทธิเรียกค่าเสียหายจากบริษัท เบสท์รินฯ ได้นั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่อาจรับฟังได้ การบอกสัญญาจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ศาลยังระบุอีกว่า ที่ ขสมก.อ้างว่า รถโดยสาร NGV ดังกล่าวไมได้เป็นรถนำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันจากประเทศจีน หรือเป็นรถที่ประกอบในประเทศไทย แต่เป็นรถที่ประกอบขึ้นที่ประเทศมาเลเซียนั้น ศาลเห็นว่า จากประกาศของ ขสมก.เรื่อง การจัดซื้อรถโดยสาร NGV พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 มีเจตนารมณ์ในการจัดซื้อที่มิได้ถือแหล่งผลิตหรือแหล่งประกอบรถโดยสาร NGV เป็นสาระสำคัญ แม้ตามข้อตกลงในสัญญา ตกลงที่จะซื้อขายรถที่ผลิตในประเทศจีนทั้งคัน แต่ข้อเท็จจริง เป็นการนำรถมาประกอบที่ประเทศมาเลเซีย ก็ไม่ใช่ข้อแตกต่าง ที่จะทำให้การจัดซื้อรถโดยสาร NGV ของ ขสมก.ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการบริการสาธารณะ ดังนั้นการที่ ขสมก.อ้างว่า บริษัท เบสท์รินฯ กับพวกเป็นฝ่ายผิดสัญญา และสามารถบอกเลิกสัญญาตามกฎหมายได้ จึงไม่อาจรับฟังได้ จึงพิพากษาให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว

นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาในคดีที่บริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมประมูลโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 หรือหลังจากที่ ขสมก. ยกเลิกสัญญาจัดซื้อรถเมล์จากบริษัท เบสท์ริน แล้ว ได้ยื่นฟ้อง ขสมก. และคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. (บอร์ด ขสมก.) กรณีบอร์ด ขสมก. มีมติในการประชุมครั้งที่ 16/2560 ให้ ขสมก. ทำสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คัน วงเงิน 4,221 ล้านบาทเศษ จากกลุ่มทำงาน SCN-CHO โดยบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ ศาลเห็นว่า มติบอร์ด ขสมก. ในการประชุมครั้งที่ 15/2560 วันที่ 18 ธันวาคม 2560 และการประชุมครั้งที่ 16/2560 วันที่ 20 ธันวาคม 2560 น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานว่า ในการประชุมทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว ไม่มีการลงมติอนุมัติให้ ขสมก.เข้าทำสัญญา และไม่มีการรับรองรายงานการประชุมดังกล่าว จึงสั่งมิให้ ขสมก.และ บอร์ด ขสมก. นำมติดังกล่าวไปดำเนินการใดที่มีผลผูกพันกับ ขสมก.และ บอร์ด ขสมก.เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ขณะที่ ขสมก.ชี้แจงว่า ได้เซ็นสัญญาและได้รับมอบรถ จำนวน 100 คัน จากกลุ่มทำงาน SCN-CHO แล้ว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 และได้มอบให้เขตเดินรถประจำการ วิ่งและเก็บค่าโดยสารตามปกติแล้ว หากมีคำสั่งดังกล่าวทุเลาตามผู้ฟ้อง จะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะอย่างแน่นอน

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า ขสมก.จะตรวจสอบรายละเอียดและวิเคราะห์ของคำสั่งศาลให้ชัดเจนก่อน และจะต้องหารือกับอัยการในการเดินหน้าต่ออย่างไร ซึ่ง ขสมก.มีเวลาในการยื่นอุทธรณ์ 30 วัน โดยจะยื่นอุทธรณ์ทั้ง 2 กรณี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำสัญญากับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO เนื่องจาก ขสมก.ได้รับมอบรถ 100 คันนำมาให้บริการประชาชนไปแล้ว และจะยังคงให้บริการประชาชนต่อไปส่วนกำหนดแผนส่งมอบรถเมล์ NGV ล็อตที่ 2 จำนวน 100 คัน ภายในวันที่ 26 เมษายน 2561 นี้ ขสมก.ต้องพิจารณาคำสั่งศาลโดยละเอียดก่อน

อย่างไรก็ตาม จากท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่จะยังให้บริการรถเมล์ NGV ล็อตแรกทั้ง 100 คันต่อไป ทำให้ เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา นายดรัณ ภูรีสถิต ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเรียกไต่สวนนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ และ นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยองค์การ ขสมก. และนายสมควร นาสนม ประธานกรรมการตรวจรับรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน วงเงิน 4,221 ล้านบาทเศษ จาก กลุ่มทำงาน SCN-CHO

โดยกล่าวหาว่า นายอาคม รมว.คมนาคม มีพฤติกรรมยุยงส่งเสริมไม่ให้ ขสมก.ปฏิบัติตามคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 และยังจะเดินหน้าทยอยรับมอบรถจนครบ 489 คันตามสัญญา ขอให้ศาลกำหนดบทลงโทษต่อ รมว.คมนาคม และ ขสมก.ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วน

หลังทราบข่าว บริษัท สยาม สแตนดาร์ดฯ ยื่นฟ้องศาลปกครองอีกรอบ นายอาคมได้ออกมาชี้แจงว่า รถเมล์ NGV ล็อตแรกจำนวน 100 คันนั้น เป็นรถที่มีการตรวจรับและจ่ายเงินไปก่อนที่ศาลจะมีคำสั่ง ขณะนี้ได้มีการนำออกให้บริการประชาชนแล้ว ส่วนล็อตที่ 2 อีก 100 คัน จะต้องชะลอการรับมอบไปก่อนตามคำสั่งศาล

พร้อมกับออกตัวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีหน้าที่กำกับและให้นโยบาย ไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะไปล้วงลูกการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน หรือสั่งการให้หยุดวิ่งแต่อย่างใด เป็นหน้าที่ของ ขสมก.ที่จะพิจารณา




กำลังโหลดความคิดเห็น...