xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อลุงตู่ดูดนักการเมือง ก็ได้ “ปฏิกูล” แทน “ปฏิรูป”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“หนึ่งความคิด”
“สุรวิชช์ วีรวรรณ”

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ได้ประกาศเป็นครั้งแรกว่า “วันนี้ผมต้องเปลี่ยนแปลงเพราะผมไม่ใช่ทหาร เข้าใจไหม เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร” หลังจากก่อนหน้านั้นประกาศมาหลายครั้งว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมือง ทุกคนรู้ทันทีว่า การประกาศครั้งนั้นคือ การเตรียมพร้อมเพื่อจะกลับมาเป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา พล.อ.ประยุทธ์ก็ปรับท่าทีที่เคยแข็งกร้าวของตัวเองลง

นอกจากพูดมาตลอดว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมืองแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังวิจารณ์นักการเมืองด้วยทัศนคติเชิงลบมาตลอดว่าเป็นผู้สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง พูดง่ายๆว่า นักการเมืองเป็นคนเลว จน นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาตอบโต้หลายครั้งว่า อย่าพูดแบบเหมารวมจนกระทั่งไม่นานมานี้ก็ตอบโต้กลับตรงๆว่า ทหารที่เลวก็มี

ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์วางแผนเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯหลังเลือกตั้งในฐานะนายกฯคนในที่พรรคการเมืองเสนอรายชื่อ เพราะเส้นทางการเป็นนายกฯคนนอกที่ต้องใช้เสียงถึง500เสียงเพื่อเปิดทางนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก ความจำเป็นตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่จะต้องมีพรรคการเมืองเกิดขึ้น เหมือนกับพรรคสามัคคีธรรมในยุครสช.ของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร

แต่ในสนามเลือกตั้งการเอาชนะพรรคของทักษิณไม่ใช่เรื่องง่าย พรรคที่เปิดตัวหนุนพล.อ.ประยุทธ์มาแล้วในตอนนี้เช่นพรรคประชาชนปฏิรูปของไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคของกำนันสุเทพที่ยังไม่เปิดตัว ล้วนแล้วแต่มองไม่เห็นหนทางว่าจะเอาชนะพรรคของทักษิณในเวทีเลือกตั้งได้อย่างไร เพราะมองไม่เห็นเลยว่าฐานเสียงของพรรคประชาชนปฏิรูปจะมาจากไหน ส่วนพรรคของกำนันก็แย่งชิงเอาคะแนนมาจากพรรคประชาธิปัตย์นี่แหละเป็นเพียงการเก็บเบี้ยใต้ถุนร้านเท่านั้นเอง

การเกิดของพรรคที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อยู่เบื้องหลังจึงเป็นทางออกที่ดีกว่า เพราะพรรคนี้มีความมุ่งหวังจะดึงนักการเมืองกลุ่มที่เคยสนับสนุนทักษิณเข้ามาอยู่ในพรรค โดยมุ่งไปที่กลุ่มนักการเมืองซึ่งมีอิทธิพลในจังหวัดต่างๆ เหมือนที่เราพบว่าพล.อ.ประยุทธ์แอบไปพบกับกลุ่มนครปฐม ไปพบกับกลุ่มสุโขทัย กลุ่มสุพรรณ กลุ่มชลบุรี ซึ่งไม่ว่าจะเข้ามาร่วมอยู่ในพรรคเดียวกันหรือไม่ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ให้มีสัญญาใจว่าจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯก็พอ วิธีนี้ดูจะเป็นวิธีเดียวที่จะทอนเก้าอี้ของฝ่ายทักษิณลงได้

ถ้าเราไปดูวิธีการเลือกตั้งแบบใหม่ของรัฐธรรมนูญ2560นั้น เราจะพบว่า พรรคของทักษิณนั้นมีโอกาสได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มน้อยมากจนถึงขนาดไม่ได้บัญชีรายชื่อสักคนเดียว ทางออกของพรรคนี้คือ เบอร์ใหญ่ๆ น่าจะแย่งกันไปลงพื้นที่กันหมด เมื่อส.ส.ระดับอิทธิพลในจังหวัดต่างๆ ถูกพล.อ.ประยุทธ์ดูดมาเข้าค่ายอีก โอกาสได้ส.ส.ในพื้นที่ก็ยิ่งจะลดลงไปด้วย

แต่อย่าลืมว่าการดูดแบบนี้เป็นวิธีที่ทักษิณใช้มาก่อนเมื่อเริ่มก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เขาดูดส.ส.ระดับอิทธิพลเข้ามาอยู่ในพรรคจำนวนมาก และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้วก็ยังซื้อพรรคเข้ามารวมเป็นพรรคเดียวกันด้วย ทักษิณยังใช้วิธีการเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังทำโดยเฉพาะเมื่อดึงอดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์มาได้ทักษิณจะตอบแทนด้วยตำแหน่งอย่างที่ไม่คาดฝันมาก่อน เราจึงเห็นสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นพดล ปัทมะ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ต่างได้รับการตอบแทนด้วยเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งสิ้น

ชักสงสัยเหมือนกันนะครับว่า ไอเดียของทักษิณในการปูนบำเหน็จคนที่หันมาสวามิภักดิ์ด้วยตำแหน่งเป็นไอเดียของทักษิณหรือสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ที่เป็นขุนพลคู่ใจตอนนั้น คนเขาถึงพูดกันว่าทักษิณระแวงสมคิดมาตลอด และครั้งนี้กลยุทธ์แบบที่ทักษิณเคยใช้ก็ถูกนำมาใช้ในวันที่สมคิดกำลังก่อร่างสร้างพรรคเพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกฯ

เค้าลางการดึงกลุ่มชลบุรีลูกกำนันเป๊าะมาร่วมพรรคนั้นเริ่มตั้งแต่กำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้มได้รับการปล่อยตัวแล้ว ตอนที่มีข่าวตอนนั้นสื่อก็พูดกันแล้วว่านี่เป็นอภิมหาดีลอย่างไม่ต้องสงสัย ตอนนั้นพล.อ.ประยุทธ์ออกมาปฏิเสธด้วยครับว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง ตอนนี้คำตอบคนถูกเฉลยออกมาชัดเจนแล้วแบบไม่ต้องสงสัยกันอีก แล้วรอดูว่า กลุ่มนครปฐม กลุ่มสุโขทัย หรือกลุ่มพรรคจังหวัดต่างๆจะเข้ามาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ไหม

ถ้าเกมนี้สำเร็จจากเดิมที่ผมคิดว่าพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ยากที่จะสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็อาจจะเป็นการคาดการณ์ที่ผิดเสียแล้ว เพราะทักษิณเคยทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ก็ทำอย่างนั้น ถ้าลดทอนส.ส.ของพรรคทักษิณลงได้มากโอกาสก็จะมากขึ้นด้วย ตอนนี้ทักษิณคงต้องวัดใจมวลชนกันแล้วว่าจริงๆ ภักดีต่อตัวเองหรือภักดีต่อ ส.ส.ในพื้นที่กันแน่ ซึ่งก็อย่างประมาทไปนะครับ เพราะผมคิดว่าทัศนคติและความเข้าใจต่อการเมืองของคนในชนบทนั้นเปลี่ยนไปมากจากการได้เรียนรู้ทางการเมืองจากวิกฤตในระยะสิบปี ถ้าเขายังเชื่อว่าทักษิณเป็นคนดีที่ถูกกลั่นแกล้ง ทักษิณสร้างประโยชน์ให้กับพวกเขา เขาก็อาจจะยังเลือกคนของพรรคทักษิณไม่ว่าจะเอาใครลงก็ตาม

แต่การรวมพวกเขี้ยวลากดินทางการเมืองเข้ามาร่วมพรรคสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ให้มากก็ไม่ใช่วิธีที่ผิดนะครับ(เรายังไม่พูดว่าดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควร) เพราะถ้าหวังจะชนะเลือกตั้งก็ต้องมาทางนี้นั่นแหละ เพราะสุดท้ายแล้ววิธีคิดแบบการเมืองก็คิดไม่ได้ไปมากกว่านี้หรอก

แม้ว่าขณะนี้จะมีเสียงหลายฝ่ายพูดคล้ายๆกันมีโพลที่ออกมาท่วงทำนองเดียวกันว่า คนกำลังคาดหวังนักการเมืองหน้าใหม่ พรรคการเมืองใหม่ๆ มากขึ้นกว่าทางเลือกเก่า แต่ใครจะไปกล้าปฏิเสธความเจนจัดของอดีตส.ส.เขี้ยวลากดินตราบที่ผลการเลือกตั้งยังไม่ออกมา

สิ่งที่น่าจะตั้งคำถามก็คือ เป้าหมายและความฝันของ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นจริงหรือไม่ หรือจะซ้ำรอยกับพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่ตั้งพรรคสามัคคีธรรมขึ้นมาสนับสนุนเพื่อสืบทอดอำนาจ แต่อยู่ในตำแหน่งได้ไม่กี่วันแล้วถูกประชาชนลุกอือขึ้นขับไล่ ถามว่าวันนั้นอำนาจทางทหารและบารมีของพล.อ.สุจินดาต่างกับ พล.อ.ประยุทธ์ไหม คำตอบคือ ไม่เลยในวันนั้นพล.อ.สุจินดาถือว่ามีอำนาจล้นกว่า พล.อ.ประยุทธ์วันนี้ด้วยซ้ำไป

คำถามต่อไปก็คือ ถ้าเกิดพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ด้วยการดึงอดีต ส.ส.ของพรรคทักษิณเข้ามาได้มากพรรคของลุงกำนันจะมีสภาพเป็นอย่างไร จะยังมีความหมายอีกไหม คำถามที่ตามมายิ่งกว่านั้นก็คือ มวลชนที่กำนันสุเทพเคยปลุกระดมให้มาลุกขึ้นสู้จนตายเจ็บจำนวนมากเพื่อขับไล่นักการเมืองเลว เรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งจะคิดอย่างไร เพราะวันนี้นักการเมืองที่เคยสนับสนุนทักษิณจำนวนมากจะหันกลับมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี พวกนี้แหละที่ร่วมกันออกกฎหมายลักหลับ ล้างผิดให้ทักษิณจนเกิดการชุมนุม

มวลมหาประชาชนจะมีคำถามไหมว่า จะยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าเราสดับเสียงที่ดึงลูกกำนันเป๊าะมาเข้าค่ายแล้วมอบตำแหน่งทางการเมืองให้ มีเสียงจำนวนมากพูดกันว่า “คุณปลื้ม แต่เราไม่ปลื้ม” หลายคนส่งเสียงผิดหวังสิ้นหวังสะท้อนออกมาผ่านโซเชียลมีเดียจำนวนมาก

ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ตอบถึงเหตุผลในการดึงลูกกำนันเป๊าะมาร่วมงานแบบนักการเมืองว่า การแต่งตั้งเป็นตามขั้นตอนของส่วนราชการ ตามที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอมา โดยเมื่อตรวจสอบไม่มีอะไรเสียหายก็อนุมัติตามขั้นตอน ซึ่งนายสนธยาจะมาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และให้คำปรึกษา ซึ่งตัวเองก็ต้องฟังเพราะจำเป็นต้องมีฝ่ายการเมืองมาให้คำปรึกษาบ้างเพื่อมาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

มันตลกไหมครับใครจะไปเชื่อล่ะครับพูดราวกับว่าไม่รู้ไม่ชี้เขาเสนอมา ตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองของนายกรัฐมนตรีถูกเสนอขึ้นมาโดยที่นายกฯแค่รับรู้แล้วเซ็นแต่งตั้งเท่านั้นเอง ส่วนนายสนธยาเก่งกาจขนาดนั้นไหมคนที่ติดตามการเมืองมาก็คงรู้คำตอบดี

อย่าลืมว่า การชุมนุมของมวลมหาประชาชนนั้นมีเป้าหมายสำคัญคือ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แน่นอนล่ะวันนี้มันเลยข้อเรียกร้องนั้นไปแล้ว เพราะผ่านมา4ปี พิสูจน์แล้วว่าไม่มีการปฏิรูปอะไรที่เป็นรูปธรรมขึ้นมาเลย นอกเสียจากที่เห็นรูปธรรมชัดเจนก็คือ เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศ มาตรฐานปลาร้า โดยสรุปว่าจะต้องมีกรรมวิธีการผลิตอย่างไรให้สะอาดและมีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นการปฏิรูปวงการปลาร้านั่นเอง

แม้ว่าแท้จริงแล้วเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามายึดอำนาจจะอ้างว่าเพราะประชาชนมีความขัดแย้งกัน มากกว่าจะสนใจการเรียกร้องเรื่องปฏิรูปของมวลมหาประชาชน แต่มวลมหาประชาชนที่ออกมาเป่านกหวีดนี่แหละที่เป็นฐานสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มาโดยตลอด จนกระทั่งถูกนักวิชาการฝ่ายเสื้อแดงกล่าวหาว่าเป็นผู้ออกบัตรเชิญรัฐประหาร เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแล้วจากเดิมที่บอกจะแก้ปัญหาบ้านเมืองชั่วคราวเพื่อให้เข้ารูปเข้ารอยแล้วกลับไปสู่ประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์กลับอยากอยู่ในอำนาจต่อแล้วดึงนักการเมืองที่เคยสนับสนุนทักษิณเข้ามาเป็นพวก คนที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์จะยังสนับสนุนต่อไปไหมและยังคาดหวังการปฏิรูปจากพล.อ.ประยุทธ์อีกไหม

ผมว่าไม่มีใครปฎิเสธ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าจะลงสู้กันตามกติกาที่เป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ แม้วันนี้พล.อ.ประยุทธ์จะกลายเป็นคนเดียวที่เดินสายหาเสียงอยู่ทุกวี่ทุกวันอยู่ในตอนนี้ แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ใช้วิธีเดียวกับที่ทักษิณใช้หลายคนที่เคยสนับสนุนก็คงไม่ปลื้ม น่าสงสัยว่าพล.อ.ประยุทธ์จะแคร์ใครมากกว่ากันระหว่างมวลชนที่เคยสนับสนุนกับนักการเมืองอิทธิพลที่ดึงเข้ามาเป็นกองหนุน

แต่สิ่งที่เป็นสัจธรรมและเห็นได้จากการเมืองในขณะนี้ก็คืออำนาจเป็นสิ่งที่หอมหวนเมื่อใครได้ลิ้มรสของอำนาจแล้วก็ยากจะถอนตัวได้ วันนี้เราพิสูจน์ได้แล้วไม่เว้นแต่คนที่เพิ่งประกาศตัวเองว่าเป็นนักการเมืองอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ และวันนี้มันบอกแล้วว่าไม่มีหรอกการปฏิรูปการเมืองสิ่งที่เห็นก็คือปฏิกูลการเมืองแบบเดิมนั่นแหละ

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan




กำลังโหลดความคิดเห็น...