xs
xsm
sm
md
lg

ผู้นำเกาหลีกับการทุจริต โรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นพ นรนารถ


เกาหลีใต้ ถึงแม้จะยกระดับพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจของโลกประเทศหนึ่ง มีการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คู่ชาติไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักคือ การทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง มีอดีตประธานาธิบดี 5 คนที่ถูกกล่าวหาว่ารับสินบน หรือใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางมิชอบ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือของครอบครัว

โรห์ แต-วู ประธานาธิบดีคนที่ 13 และชุน ดู-ฮวาน ซึ่งรับตำแหน่งเป็นผู้นำคนที่ 14 สองคนนี้เป็นนายทหารที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง และก้าวสู่อำนาจในช่วงที่เกาหลีใต้ตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมือง หลังจากประธานาธิบดี ปาร์ค จุง-ฮี ถูกลอบสังหารในปี 1979

ทั้งสองคนนี้ถูกดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชัน ถูกตัดสินจำคุก แต่ได้รับการอภัยโทษ โดยประธานาธิบดีคนต่อมา หลังจากรับโทษเพียงสองปี

คิม แด-จุง ประธานาธิบดีคนที่15 เป็นผู้นำในยุคที่การเมืองเกาหลีใต้เปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการทหารเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย ตัวเขาเองเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ และได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพด้วย

ตัวคิม แด-จุงเองไม่มีเรื่องอื้อฉาวพัวพันการทุจริตโดยตรง แต่ว่าบุตรชายทั้ง 3 คนถูกดำเนินคดี และจำคุกในความผิดฐานรับสินบน และใช้อำนาจโดยมิชอบ

โรห์ มู-ยุน ประธานาธิบดีคนต่อมาฆ่าตัวตาย หลังจากถูกตั้งข้อหาว่าเขาและภรรยารับสินบนเป็นเงินสด และนาฬิกาหรูจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

ลี เมียง-บัค ประธานาธิบดีคนที่ 17 ก่อนหน้า ปาร์ค กึน-เฮ ถูกกล่าวหาตั้งแต่ครั้งลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีว่า เป็นตัวการวางแผนปั่นหุ้นบริษัทหลายแห่ง แต่ไม่ถูกดำเนินคดี เพราะเขาชนะการเลือกตั้ง ทว่า เมื่อปาร์ค กึน-เฮ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งข้อกล่าวหานี้กลับมาเล่นงานเขาอีกครั้ง

ล่าสุดประธานาธิบดีคนที่ 18 ปาร์ค กึน-เฮ บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดี ปาร์ค จุง-ฮี ผู้นำที่เป็นผู้หญิงคนแรกของเกาหลีใต้ และเป็นผู้นำคนแรกที่ถูกถอดถอน ในระหว่างที่ยังอยู่ในตำแหน่ง ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 24 ปีในข้อหาพัวพันกับคอร์รัปชัน และใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางมิชอบรวม 16 ข้อหา

ปาร์ค กึน-เฮ ซึ่งรับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี 2013 ถูกกล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจให้เพื่อนสาว ชอน ซุนชิล ซึ่งถูกจำคุกในคดีเดียวกันนี้ 20 ปีใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์เรียกรับสินบนมูลค่ากว่า 23,000 ล้านวอน จากกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “แชโบล” คือ ซัมซุง ล็อตเต้ และฮุนได แลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจที่บริษัทเหล่านี้ได้จากทางการ

ผู้บริหารของซัมซุง คือ ลี แจ-ยอง ทายาทรุ่นที่ 3 ถูกดำเนินคดีด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสินยกฟ้องหลายข้อหา ด้วยเหตุผลว่า เขาถูกบังคับให้จ่ายสินบน และลดโทษจำคุกเป็นการรอลงอาญา

การทุจริตคอร์รัปชัน ถือได้ว่าเป็นโรคเรื้อรังระบบการเมืองของเกาหลีใต้ เพราะเกิดขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันมาไม่ต่ำกว่า 40 ปี แก้ไม่หายสักที ถึงแม้ว่า กระบวนการตรวจสอบปราบปรามการคอร์รัปชัน โดยฝ่ายข้าราชการประจำ จะมีความเข้มแข็ง ทำหน้าที่อย่างจริงจัง แต่นักการเมืองหน้าใหม่ที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมาเสวยอำนาจยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม

สมมติฐานของโรคเรื้อรังนี้ มีที่มาจากระบบการเกื้อกูลเอื้อประโยชน์กันระหว่างการเมืองกับธุรกิจ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในสมัยประธานาธิบดี ปาร์ค จุง-ฮี ขณะนั้นสงครามเกาหลีเพิ่งยุติ เศรษฐกิจเกาหลีใต้พังพินาศจากสงคราม ประชาชนมีชีวิตที่ยากลำบาก รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นายพลปาร์ค จุง-ฮี บิดาของปาร์ค กึน-เฮ ตัดสินใจทำรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อปี 1961

ปัก จุง-ฮี เรียกประชุมผู้นำตระกูลเจ้าของธุรกิจสำคัญๆ ในตอนนั้น ขอให้ช่วยกันฟื้นฟูชาติ โดยสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษี สัมปทาน หากสามารถส่งออกได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด พัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เติบโต จ้างงานได้จำนวนมาก

การสร้างชาติด้วยนโยบายนี้ประสบความสำเร็จ เกาหลีใต้ยกระดับจากประเทศล้าหลังยากจน ขึ้นมาเป็นชาติอุตสาหกรรมชั้นแนวหน้า มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก มีนวัตกรรมหลายๆ อย่างที่สร้างมูลค่าเพิ่มจำนวนมหาศาล

ธุรกิจครอบครัวของตระกูลต่างๆ ที่เป็นเจ้าของอุตสาหกรรมเหล่านี้ ก็เติบใหญ่พร้อมกันไปด้วย ภายใต้การสนับสนุนทั้งทางตรง ทางอ้อมจากรัฐบาล เป็นที่มาของ “แชโบล” อย่างซัมซุง แดวู ฮุนได และล็อตเต้ ความสัมพันธ์บนพื้นฐานผลประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่างนักการเมืองกับกลุ่มธุรกิจ ดำเนินมานานกว่าครึ่งศตวรรษจนถึงปัจจุบัน

ในขณะที่ผู้นำผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ากันเข้ามามีอำนาจ “แชโบล” ยังเป็นคนหน้าเดิมที่ยังคงรักษาพฤติกรรมการติดสินบนแลกกับสิทธิพิเศษในการทำธุรกิจ ประธานาธิบดีที่พ้นจากตำแหน่งทุกคน ถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชัน โดนดำเนินคดี บางคนติดคุก แม้จะได้รับอภัยโทษ รับโทษเพียงสองปี บางคนฆ่าตัวตาย แต่เจ้าของ “แชโบล” แทบจะไม่เคยโดนแตะต้องเลย แม้ว่าบางคนจะต้องขึ้นศาลถูกพิพากษาจำคุก แต่ได้รับการรอลงอาญา หรือศาลสูงกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่เคยมีใครถูกลงโทษอย่างจริงจัง

การป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันของเกาหลีใต้ จึงเหมือนการตบมือข้างเดียว ปราบไม่หมด แก้ไม่หาย เพราะมืออีกข้างหนึ่ง คือ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ยอมตบด้วย ยังคงใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์แบบผลประโยชน์ต่างตอบแทนเอาไว้

ว่าไปแล้ว ไม่เฉพาะแต่เกาหลีใต้ที่นักการเมืองกับนักธุรกิจแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ประเทศเอเชียส่วนใหญ่รวมทั้งประเทศไทย ก็มีวัฒนธรรมเช่นนี้ ต่างกันเพียงแต่เกาหลีใต้สามารถสร้างชาติให้เข้มแข็งด้วยระบบเช่นนี้ได้ ดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...