xs
xsm
sm
md
lg

สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ กับอนาคตโลก (1)

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา

“Sooner or later war of trade becomes a war of blood.-ไม่ช้าก็เร็ว สงครามการค้าในทุกๆ ครั้ง ต้องกลายเป็นสงครามเลือดไปจนได้”

Eugene Victor Debs

อดีตผู้นำแรงงานอเมริกัน

เปิดผ้าม่านกั้งสัปดาห์นี้...คงหนีไม่พ้นต้องไปว่ากันเรื่อง “สงครามการค้า” ของ “ทรัมป์บ้า” นั่นแหละทั่น เพราะเล่นเอาโลกทั้งโลกปั่นป่วน วุ่นวาย ดัชนีตลาดหุ้น “ตกจากหอคนย่น” กันไปแทบจะทั้งโลก ดาวโจนส์ของอเมริกาแท้ๆ กลับดิ่งเหวลงไปถึง 724 จุด ชนิดบริษัทธุรกิจอเมริกันระดับยักษ์ๆ ไม่ว่าโบอิ้งแคทเทอร์พิลลา 3 เอ็ม ไปจนถึงเฟซบุ๊กร่วงระเนนระนาดกันไปเป็นแถบๆ ไม่ได้มีกลิ่นอายของความ “Great Again” เอาเลยแม้แต่น้อย ตลาดหุ้นเอสแอนด์พี 500 ลบไป 68.24 จุด ส่วนแนสแดกลบไป 178.61 จุด แม้แต่ตลาดหุ้นบ้านเรา ยังมิวายหัวทิ่มตามไปด้วยถึง 17 จุด ฯลฯ ฯลฯ หรือโดยลักษณะอาการมันออกไปในแนวๆ แบบที่กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) “นางคริสติน ลาการ์ด” (Christine Lagarde) เธอได้ออกมาเตือนๆ ไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมานั่นแหละว่า... “จะไม่มีผู้ใดเป็นฝ่ายชนะในสงครามการค้าโลก มีแต่จะนำมาซึ่งความเสียหายให้กับทุกๆ ฝ่าย...”

แต่ก็อย่างที่พอทราบๆ กันไปแล้ว...ว่าเมื่อช่วงวันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้นำอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” ได้ออกมาป่าวประกาศว่าจะออกคำสั่งให้ขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนในแต่ละรายการ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ในแต่ละปี แถมยังขู่เอาไว้ด้วยว่า “คำสั่งนี้เป็นแค่มาตรการทางการค้าชุดแรก” โดยอาจจะมีการตั้งแง่เล่นงานจีนในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกเป็นชุดๆ เพื่อหวังที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ต่อจีน ที่เป็นมาเกือบ 2 ทศวรรษเข้าไปแล้ว โดยในปีล่าสุด...ขาดไปถึง 343,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเรียกว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเยอรมนี ญี่ปุ่น เม็กซิโก แคนาดา ฯลฯ ที่ล้วนแล้วแต่ได้เปรียบดุลการค้าจากสหรัฐฯ รายละเป็นหมื่นล้าน แสนล้านดอลลาร์ไปด้วยกันทั้งสิ้น...

แต่การได้เปรียบ-เสียเปรียบดุลการค้า...จะใช้วิธี “แก้ปัญหา” ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้าแบบดื้อๆ ทื่อๆ ย่อมเป็นอะไรที่ออกไปทางหยาบๆ ง่ายๆ หรือออกไปทาง “บ้า...ก็...บ้าวะ” ซึ่งไม่น่าจะมีใครถึงกับ “บ้า” ไปได้ถึงขั้นนั้น เพราะระหว่างที่มีการซื้อไป-ขายมาระหว่างประเทศต่อประเทศนั้น ถ้าหากประเทศหนึ่งคิดขึ้นภาษีนำเข้าจากอีกประเทศหนึ่ง ประเทศนั้นๆ ก็อาจหันไปใช้วิธีขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของประเทศดังกล่าว จนมีสิทธิที่จะ “เจ๊ง...กับ...เจ๊ง” ไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย อย่างที่รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกมาเปิดเผยเอาไว้คร่าวๆ ตามที่สำนักข่าว “Sputnik” เขาได้รายงานเอาไว้เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมานั่นแหละว่า จีนกำลังพิจารณาถึงการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ จำนวนถึง 128 รายการ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ผลไม้สด ไวน์ ถั่วเหลือง ฯลฯ ที่อาจมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากจีนของสหรัฐฯ ที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา...

ภายใต้สภาพเช่นนี้...มันเลยทำให้บรรยากาศ “สงครามการค้า” โดยเฉพาะระหว่างจีนและสหรัฐฯ ระเบิดเถิดเทิงจนกลายเป็นตัวฉุดดึงดัชนีหุ้น ดัชนีการค้า-การลงทุนของโลกทั้งโลก ให้ออกอาการหัวปัก หัวปำ หรือถึงขั้นดิ่งเหวอย่างเห็นได้ชัด ก่อให้เกิดการวิเคราะห์และตั้งข้อสมมติฐานกันไปต่างๆ นานา มีทั้งออกไปทาง “โลกสวย” และ “โลกซวย” ตามแบบฉบับของใคร-ของมันไปตามสภาพ บ้างก็ว่า...มันไม่น่าจะถึงกับบานปลาย ปลายบานเกินไปกว่านี้ เนื่องจากความผูกพันทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นั้น ต่างเต็มไปด้วยผลประโยชน์ในระดับ “ตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด” ไปด้วยกันทั้งคู่ หรืออย่างที่เคยมีผู้อุปมา-อุปไมยไว้ว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง “ประเทศผู้ผลิต” อย่างจีน กับ “ประเทศผู้บริโภค” อย่างอเมริกานั้น แทบไม่ต่างอะไรไปจาก “จักรยาน 2 ล้อ” ที่ถ้าหากล้อใดล้อหนึ่งเกิดติดขัดขึ้นมา อีกล้อหนึ่งย่อมออกอาการติดๆ ขัดๆ ตามไปด้วย ยิ่งโดยเฉพาะสภาวะที่โลกมันไปไกลในระดับ “โลกาภิวัตน์” ไปนานแล้ว การเคลื่อนย้ายทุน แรงงาน และสินค้า ต่างเป็นไปโดยเสรีมาโดยตลอด การคิดหวนกลับไปสู่การกีดกัน ป้องกันทางการค้า หรือการเปิดฉาก “สงครามทางการค้า” ย่อมต้องถือเป็นเรื่องไม่ “โง่” ก็ “บ้า” อะไรประมาณนั้น...

แต่ก็นั่นแหละ...ขึ้นชื่อว่า “ทรัมป์บ้า” ซะอย่าง!!! อะไรที่โง่ๆ บ้าๆ ต่างทยอยออกมาเป็นชุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการกีดกันชาวมุสลิมไม่ให้เข้าประเทศ สร้างกำแพงขวางกั้นชาวเม็กซิโก ย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปอยู่กรุงเยรูซาเล็มโดยไม่ต้องสนใจความรู้สึกของชาวโลกอิสลามที่มีอยู่เกือบครึ่งโลกเอาเลยแม้แต่น้อย ฯลฯ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ว่าการคิดเปิดฉาก “สงครามการค้า” กับจีนคราวนี้ของ “ทรัมป์บ้า” จะเป็นการบ้าจริง หรือบ้าปลอม โง่จริง หรือโง่เล่นๆ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมิใช่น้อย เพราะโอกาสจะนำมาซึ่ง “ความฉิบหาย” กันในระดับโลก หรือมีแต่ “เจ๊ง...กับ...เจ๊ง” กันไปทั่วทั้งโลก ชนิดแม้แต่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ที่แทบไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเค้าด้วยเลย ยังดันต้อง “หุ้นร่วง” ลงมาไม่รู้กี่จุดต่อกี่จุด จึงเป็นเรื่องที่คงต้องติดตามอย่างมิอาจกะพริบตาได้โดยเด็ดขาด ส่วนจะมีตื้น-ลึก-หนา-บางประการใดบ้างนั้น เอาเป็นว่าลองไปว่าต่อวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน...


กำลังโหลดความคิดเห็น...