xs
xsm
sm
md
lg

พรก.คุมเงินดิจิทัลเสร็จมี.ค. ชงเก็บภาษีกำไรซื้อขาย15%

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360-"สมคิด"คาดเกณฑ์ควบคุมการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเสร็จภายในเดือนมี.ค.นี้ พร้อมชงเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% จากกำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และคิดภาษี VAT ตามหลักเกณฑ์การซื้อขายสินค้าและบริการด้วย แต่บุคคลธรรมดา จะได้รับการยกเว้น หากมีการซื้อขายในตลาด

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การออกกฎหมายการควบคุมการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (คลิปโตเคอเรนซี) หลังจากผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว พระราชกำหนด (พรก.) ที่จะใช้ควบคุมการลงทุนดังกล่าวจะแล้วเสร็จได้ทันภายในเดือนมี.ค.2561 นี้ โดยขณะนี้เป็นขั้นตอนของรายละเอียดต่างๆ ที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะดูแลในเรื่องของการขอใบอนุญาต หลักเกณฑ์การซื้อขาย และการดูแลผู้ลงทุน

สำหรับหลักการของ พรก. ที่จะออกมานั้น จะเป็นการดูแลในลักษณะเดียวกับหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะทำให้การซื้อขายมีความเป็นธรรมมากขึ้น และจะมีการจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากกำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามหลักเกณฑ์ของการซื้อขายสินค้าบริการด้วย ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มบุคคลธรรมดาจะได้รับการยกเงินการจัดเก็บภาษี หากมีการซื้อขายในตลาด ส่วนผู้ประกอบการที่ทำธุรกรรมการออก ICO ไปแล้วนั้น หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะต้องเข้ามาลงทะเบียนเพื่อเข้าระบบการซื้อขายที่ถูกต้องภายใน 6 เดือน และดำเนินการทุกอย่างภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ที่กำหนดด้วย

"แนวทางการปฎิบัติในเรื่องคริปโต เคอเรนซี เรามีความชัดเจน ไม่ได้ห้าม ไม่ปิดกั้น แต่ต้องดูแลเรื่องความเสี่ยงให้ดี ไม่ให้เป็นความเสี่ยงของระบบ ซึ่งเรื่องของคริปโตเคอเรนซี ถือเป็นเรื่องใหญ่ และในการประชุมกลุ่มสุดยอดประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือ G20 รัฐมนตรีคลังและธนาคารกลางของแต่ละประเทศสมาชิกได้หารือถึงเรื่องการลงทุนในคลิปโตฯ ที่ต้องมีการควบคุม เช่นเดียวกับไทยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศขอความร่วมมือสถาบันการเงินห้ามยุ่งเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคลิปโตฯ และการออกกฎหมายควบคุมของก.ล.ต.ที่จะทำให้เกิดความเข้มงวดในการลงทุน"

นายสมคิดกล่าวย้ำว่า ทำไมถึงต้องคิดภาษี 15% เพราะไม่ได้สนับสนุน และจากการที่ได้พูดคุยกับแบงก์ต่างชาติหลายแห่ง ก็ไม่สนับสนุนให้ลูกค้าทำ บางแห่งสั่งห้ามเลย ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับที่แบงก์ชาติของไทยได้ส่งหนังสือเวียนขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ไปแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...