xs
xsm
sm
md
lg

ค่าโง่คลองด่านรัฐพลิกมีแต้มต่อ..."วัฒนา"หนีศาลเลื่อนอ่านคดีโกงซื้อที่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360 - "วิษณุ"เผยปปง. อายัดเงินค่าโง่คลองด่าน ที่จ่ายไปใน 2 งวดแรกแล้ว ชี้หลังศาลปค. ยกเลิกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ทำให้รัฐมีภาษีดีกว่า ขณะที่ศาลเลื่อนอ่านฎีกา คดีฉ้อโกงซื้อที่ดิน และสัญญาสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านไป 30 พ.ค.61 เหตุ"วัฒนา" หนี จำเลยบางรายไม่ได้รับหมายนัด เหตุที่อยู่อาศัยไฟไหม้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ศาลปกครองกลาง ยกเลิกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ที่ให้กรมควบคุมมลพิษจ่ายค่าเสียหายโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านว่า การจะต้องยกเลิกมติครม. ที่ให้จ่ายค่าเสียหายจากโครงการดังกล่าวหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดเงินที่จ่ายไป ใน 2 งวดแรกแล้ว และการจะยกเลิกมติครม.นั้น ต้องรอให้ทุกอย่างถึงที่สุดก่อน ตอนนี้กลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ยังสามารถต่อสู่ในชั้นศาล ปกครองสูดสุดได้อยู่ กรมควบคุมมลพิษ ยังไม่ต้องดำเนินการใดๆ อีกทั้งคดีอาญาในเรื่องนี้ ศาลแขวงดุสิต เคยตัดสินไปแล้วว่าผิดในส่วนของการฉ้อโกงของตัวบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ศาลอุทธรณ์ก็ตัดสินยืนว่าผิด วันนี้ศาลแขวงจะอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา

นอกจากนั้น ในคำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่ระบุว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ขัดต่อระเบียบราชการนั้น ถือว่าไม่เกี่ยวกับกระทำผิดของรัฐ แต่ให้เอาผิดกับตัวบุคคล

เมื่อถามว่าดูแนวโน้มวันนี้รัฐบาลมีภาษีดีกว่าใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ดูดีกว่า อย่างน้อยมันก็อาจไปยืนยันว่า สิ่งที่ ปปง.อายัดเงินไว้มีเหตุผล งวดที่เหลือก็ไม่ต้องจ่าย รัฐไม่มีอะไรเสียหาย แต่กลุ่มกิจการร่วมค้าฯ เขาเดือดร้อน จึงร้องคุ้มครองชั่วคราวให้ปล่อยเงินดังกล่าวออกมาก่อน จนกว่าศาลปกครองจะตัดสิน

** เลื่อนอ่านฎีกาคดีคลองด่านไป30พ.ค.
วานนี้ (7 มี.ค.) ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี กทม. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฉ้อโกงซื้อที่ดินและสัญญาสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 1. กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG) 2. บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 3. นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 4. บริษัทประยูรวิศว์การช่าง 5. นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่าง 6. บริษัทสี่แสงการโยธา (1979)

7. นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา 8. บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ 9. นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ 10. บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ 11. นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ 12. บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ 13. นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 14. นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 15. นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 16. บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ 17. นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ 18. นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ 19. นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรมช.มหาดไทย เป็นจำเลยที่ 1 - 19

ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินนั้นกลับเป็นกลุ่มบริษัทจัดหามาแล้ว ซึ่งที่ดินนั้นเป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท

คดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ศาลพิพากษายกฟ้องในส่วนของกิจการร่วมค้า NVPSKG จำเลยที่ 1 และสั่งประทับรับฟ้องไว้เฉพาะ จำเลยที่ 2-19 จึงเหลือจำเลยที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษารวม 18 ราย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 12.30 น. ศาลได้มีคำสั่งเลื่อนนัดการอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีนี้ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยที่ 11-13 , 15 และ 19 ไม่มาศาล โดยจำเลยบางคนยังไม่ได้รับหมายนัด เพราะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ขณะที่จำเลยบางส่วนที่อยู่ไม่มีเลขที่ และไฟไหม้ ดังนั้น จึงให้ส่งหมายนัดใหม่ หากไม่มีผู้รับ ก็ให้ปิดหมายตามที่พักของจำเลยตามทะเบียนราษฎร์

โดยศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำเลยที่ 19 คือ นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ก่อนหน้านี้ได้หลบหนีคดี ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งศาลออกหมายจับไว้แล้ว

สำหรับนายวัฒนา นั้น นอกจากคดีฉ้อโกงนี้แล้ว เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 51 ยังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุก 10 ปี ฐานใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ ออกโฉนดที่ดินใน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ. สมุทรปราการ เนื้อที่ 1,900 ไร่ ทั้งที่รัฐได้ประกาศหวงห้ามให้ที่บริเวณดังกล่าวใช้เป็นที่ทิ้งขยะมูลฝอย และถนนสาธารณะ ให้กับ บริษัทปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.148 แต่ นายวัฒนา ได้หลบหนีคดีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาฯ จึงให้ออกหมายจับ เพื่อติดตามนำตัวนายวัฒนา มารับโทษตามคำพิพากษาด้วย ซึ่งคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี

ทั้งนี้ ในส่วนคดีฉ้อโกง เดิมศาลแขวงดุสิต ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 12 พ.ย.52 โดยเห็นว่า พฤติการณ์ของ จำเลยที่ 2-19 เชื่อมโยงมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยกลุ่มหนึ่ง เป็นผู้รวบรวมที่ดินนำขายให้แก่โจทก์ จำเลยอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ก่อสร้างโครงการ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน โดยทราบดีอยู่แล้วว่า ที่ดินดังกล่าวออกโฉนดโดยมิชอบ แล้วนำมาขายให้กับโจทก์เพื่อใช้ก่อสร้างโครงบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยไม่มีบริษัทผู้เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการ จึงมีเจตนาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย นำผลประโยชน์ไปแบ่งปันกัน พยานหลักฐานรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2-19 ร่วมกันกระทำผิดตาม ม. 341 ฐานร่วมกันฉ้อโกง อันเป็นความผิดกรรมเดียว

ศาลจึงพิพากษาให้จำคุกจำเลย คนละ 3 ปี ได้แก่ นายพิษณุ ชวนะนันท์ กก.บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง , นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กก.บริษัทประยูรวิศว์การช่าง , นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กก.บริษัท สี่แสงการโยธา , นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กก.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ , นายรอยอิศราพร ชุตาภา กก.บริษัท เกตเวย์ , นายชาลี ชุตาภา กก.บริษัท คลองด่านมารีนฯ , นายประพาส ตีระสงกรานต์ กก.บริษัท คลองด่านมารีนฯ , นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กก.บริษัทคลองด่านมารีนฯ ,นางบุญศรี ปิ่นขยัน กก.บริษัท ปาล์ม บีชฯ นายกว๊อกวา โอเยง ผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17,18 , 19

ให้ปรับ บริษัทฯจำเลย รายละ 6,000 บาท ได้แก่ บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง , บริษัท ประยูรวิศว์การช่าง , บริษัท สี่แสงการโยธา(1979) , บริษั กรุงธนเอนยิเนียร์ , บริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ , บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ และ บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ จำเลยที่ 2, 4, 6, 8, 10, 12 , 16

โดยระหว่างอุทธรณ์คดี จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17,18 ได้ประกันคนละ 1 ล้านบาท ส่วนนายวัฒนา จำเลยที่ 19 หลบหนีคดีไปก่อน ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกันพวกจำเลยยื่นอุทธรณ์

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 56 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องพวกจำเลย เพราะอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2-19 ฟังขึ้น เนื่องจาก เห็นว่า ช่วงเวลาที่ บริษัทปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 ซื้อที่ดิน ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการก่อสร้างบำบัดน้ำเสียจะใช้ที่ดินบริเวณใดบ้าง โดย คพ. เพิ่งมีโครงการชัดเจน ว่าจะใช้ที่ดิน ต.คลองด่าน ในเดือนก.พ.39 ดังนั้น พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า พวกจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของ คพ. ให้เลือกที่ดินของ บริษัทคลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 12


กำลังโหลดความคิดเห็น...