xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“สมีนิพนธ์” 7 เมีย 5 กิ๊ก ความซ้ำซากในยุทธจักรดงขมิ้น

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - โผล่มาให้เห็นไม่ได้หยุดได้หย่อนจริงๆ สำหรับเรื่องเละๆ เฟะๆ ของบรรดา “อลัชชี” ที่แฝงตัวเข้าไปบวชเป็น “พระ” ในพระพุทธศาสนา และคราวนี้เกิดขึ้นที่ “วัดป่าปฐมชัย จ.นครปฐม” เมื่อมีผู้ร้องเรียนถึงพฤติกรรมความเป็น “เดียรถีย์” ของ “พระครูปลัดนิพนธ์ ธัมมทีโป” หรือ “สมีนิพนธ์” ซึ่งขณะนี้ได้ลาสิกขาบทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพบพฤติกรรมทั้งเรื่องการเสพเมถุน ยักยอกทรัพย์ และข้อสงสัยต่อการบริหารจัดงานด้านการเงินภายในวัด

และที่เด็ดที่สุดก็คือข้อร้องเรียนว่ามี “หญิง 7 คน” ซึ่งอยู่กินฉันผัวเมียภายในวัดอย่างเปิดเผย และ “กิ๊ก5 คน” ที่มีความสนิทเสน่หาต่อกัน

โอ้ว..นี่มันแซ่บไม่แพ้ “อดีตสมี” รายไหนๆ ก่อนหน้านี้กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสมีนิกร สมีคำ สมีเจี๊ยบ ฯลฯ

เรื่องของสมีนิพนธ์ที่เรียกว่า “แซ่บสุดๆ” เห็นจะมีจุดเริ่มมาจากมีการเปิดเผยภาพหลุดจากการสนทนาทางไลน์ของสมีนิพนธ์ กับหญิงสาวคนสนิท โดยเป็นภาพร่างกายที่ถูกทำร้ายเป็นรอยขีดข่วนที่ใบหน้าและลำคอ ซึ่งสาเหตุของการทำร้ายเกิดขึ้นจากหญิงสาวจับได้ว่าสมีนิพนธ์มีหญิงสาวคนใหม่ จึงทำให้ทะเลาะกันและถึงขึ้นทำร้ายร่างกายกัน หลังจากนั้นได้ไปลงบันทึกประจำวัน ที่สน. พระโขนง เมื่อวันที่ 19 ก.พ 60. สน.พระโขนง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 30 ต.ค.60 พร้อมทั้งยังมีแชทไลน์ ของสมีนิพนธ์ ที่หลุดจากการตามง้อเจรจาหญิงคนดังกล่าวด้วย

จากนั้นข้อมูลเรื่อง เมียของสมีนิพนธ์ก็พรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสายและยืนยันตรงกันว่า เป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยาย

“ภรรยาคนแรก” เป็น “สาวไฮโซ” และเป็น “แอร์โฮสเตส” ของสายการบินสายหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า “อัน” โดย อันจะเป็นตัวหลักในการหาเหยื่อคนรวยเข้าวัด และเมียคนที่ชื่ออันคนนี้นี่เองที่ออกร่วมร้องเรียนพร้อมแฉพฤติกรรมของพระนิพนธ์ในเวลาต่อมา เนื่องจา อันเป็นคนที่วางตัวเป็นนางพญาเคียงข้างสมีนิพนธ์ มีอารมณ์เกรี้ยวกราด และขี้หึงกับญาติโยมผู้หญิงที่เข้าใกล้สมีนิพนธ์

“ภรรยาคนที่ 2” เป็น “อดีตพยาบาล” โรงพยาบาลแห่ง มีชื่อเล่นว่า “นิ” โดยนิจะทำหน้าที่ดูแลสุขภาพพระนิพนธ์ยามเจ็บป่วย จะดูแลงานก่อสร้างภายในวัด และจะดูแลการเงิน และหลังจากมีข่าวฉาวเกี่ยวกับพระนิพนธ์สึกหลบหนีออกไป นิก็ได้หายไปจากวัดไปกับสมีนิพนธ์ด้วย โดยจะเป็นนางรำในพิธีบวงสรวงต่างๆ ที่จัดขึ้นในวัดบ่อยครั้ง

“ภรรยาคนที่ 3” เป็นลูกของแม่ชีคนหนึ่งที่อยู่ในวัด มีชื่อย่อว่า “จิ” มีหน้าที่ประสานงานต่างๆ ภายในวัด และดูแลห้องพักของสมีนิพนธ์ ไม่เว้นแม้แต่การเอากระโถนไปทิ้งทุกวัน

“ภรรยาคนที่ 4” มีชื่อย่อว่า “บี” ทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนการอบรมปฏิบัติธรรม สอนธรรม และฝ่ายประชาสัมพันธ์กิจกรรมงานบุญต่างๆ ของวัด

 
“ภรรยาคนที่ 5” มีชื่อย่อว่า “หนึ่ง” ทำหน้าที่ดูแลร้านกาแฟ และทั่วไปภายในวัด นอกจากนี้ หนึ่ง ยังเป็นลูกสาวของพระรูปหนึ่งที่บวชอยู่ภายในวัดแห่งนี้ และมีแม่ซึ่งบวชเป็นแม่ชีอยู่ในวัดเดียวกันนี้เช่นกัน ปัจจุบัน หลังจากมีข่าวว่า สมีนิพนธ์แอบสึกหลบหนีออกไปจากวัด หนึ่งก็ได้หายไปกับสมีนิพนธ์ ด้วย โดยหนึ่ง จะติดตามสมีนิพนธ์มาตั้งแต่ครั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้ง 3 พ่อแม่ลูก

ภรรยาคนที่ 6” มีชื่อย่อว่า “ทิป” จะทำหน้าที่ดูแลด้านการจัดทัวร์พาผู้ใจบุญทั้งหลายเดินทางไปแสวงบุญตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะต่างประเทศ เช่น ประเทศอินเดีย โดยทิปจะเป็นกำลังหลักในการทำหน้าที่นี้

“ภรรยาคนที่ 7” มีชื่อเล่นว่า “กระปุก” ทำหน้าที่หาเหยื่อเข้าวัด และด้วยความสวยกว่า สาวกว่า และเป็นครอบครัวนักธุรกิจด้านยานยนต์ ทำให้ได้รับการยอมรับมากกว่า โดยสมีนิพนธ์ถอด “อัน” ออกจากการดูแลเงินทอง และหากอันจะมามีเรื่องกับกระปุก สมีนิพนธ์จะทำร้ายร่างกายอันบ่อยครั้ง จนถึงการออกมารวมตัวกับกลุ่มผู้ร้อง และเปิดโปงเรื่องราวทั้งหมด

นอกจากภรรยาทั้ง 7 คนนี้แล้ว พระนิพนธ์ หรือ สมีนิพนธ์ ยังแอบมีกิ๊กที่มาหลงเสน่ห์อีก 5 คน ซึ่งมีข้อมูลอีก 2 รายที่น่าจะเป็นประเด็นของการคุกคามทางเพศ

นอกจากนี้ ยังปรากฏคลิปหลุดออกมาเป็นประจักษ์พยานเพิ่มเติมอีก 1 คลิป พร้อมกับรายงานข่าวอ้างว่า คลิปดังกล่าวถ่ายขึ้นที่กุฏิหลังหนึ่งภายในวัดป่าปฐมชัย โดยเป็นงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของหญิงคนหนึ่งชื่อย่อว่า “บี” ซึ่งเป็น 1 ใน 6 หญิงสาวที่อยู่กินเป็นภรรยาของสมีนิพนธ์ โดยมีผู้ร่วมอยู่ในงานเลี้ยงทั้งหมด 5 คน เป็นหญิง 4 คน รวมถึงตัวของสมีนิพนธ์ขณะที่เนื้อหาภายในคลิป จับภาพของกลุ่มผู้หญิงกำลังพูดคุยเลี้ยงฉลองกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งมีเสียงของผู้ชายซึ่งคาดว่าเป็น สมีนิพนธ์ โดยมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง คนถ่ายคลิปได้แพนกล้องไปพบกับขาของสมีนิพนธ์และจีวรอย่างชัดเจน

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงเรื่องของสมีพนธ์ว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว ล่าสุดได้พูดคุย กับพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.แล้ว โดยสั่งให้ผอ.พศ.รีบเข้าไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด พร้อมชี้แจงให้ประชาชนทราบ เนื่องจากเรื่องนี้สร้างความเสื่อมเสียให้วงการพระสงฆ์และกระทบกระเทือนต่อความศรัทธาของประชาชน

ทั้งนี้ เมื่อได้รับรายงานว่าเมื่อมีการร้องเรียนเรื่องนี้ ทางคณะสงฆ์ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือละเลย โดยเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และเมื่อพบว่ามีมูล ทางเจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ จึงมีคำสั่งที่ 1/2561 สั่งนที่ 13 ก.พ. โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 56 วรรคหนึ่ง แห่งกฎมหาเถระสมาคม ฉบับที่ 24 ให้พระครูปลัดนิพนธ์ ธัมมทีโป พักจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าปฐมชัย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ในข้อหาละเมิดพระวินัยร้ายแรง

แน่นอน พอเกิดเรื่องฉาวโฉ่ของพระสงฆ์ทีไร ก็เป็นอันต้องนึกถึงเรื่อง “การปฏิรูปศาสนา” ขึ้นมาในทันที ซึ่งจนกระทั่งถึงขณะนี้ ก็มิเห็นว่าจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เมื่อเรื่องร้ายๆ ร้อนๆ ซาไป ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิมทุกครั้งไป

นี่ไม่นับรวมถึงการกลับมาของพุทธพาณิชย์ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ท้าทายพระผู้ใหญ่ที่มีตำแหน่งในระดับปกครองในมหาเถรสมาคม ว่าจะต้องดำเนินการใด ๆ ในเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานี้ แม้จะมีคำสั่งของเจ้าคณะหนใหญ่ทุกหน ที่ออกมาเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2560 กำชับพระสงฆ์ทั่วประเทศให้ปฏิบัติตนเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย รวมไปถึงเรื่องเครื่องรางของขลังอันไม่ใช่วิถีพุทธ ก็มิได้เป็นผลอะไรเกิดขึ้น

ทุกอย่างก็ยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม

ยกตัวอย่างเช่น กรณีทุจริตเงินทอนวัด ที่เชื่อมโยงไปถึง พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ หรือบุญเทียม ญานินโท) เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร และพระเทพเสนาบดี (ประเทือง อาภาธโร) เจ้าอาวาสวัดกวิศวราราม เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี รองประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านศีลห้า พระครูวิสุทธิวัฒนกิจ (อุดม สุระกาพย์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามฯ พระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค อำเภอชนแดน และเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์

หรือกรณีกระเป๋ามหามงคล ‘พูล เพิ่ม ทรัพย์’ วัดไผ่ล้อม นครปฐม ปลุกเสกโดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์หรือหลวงพี่น้ำฝน มียันต์ของหลวงพ่อพูล เจ้าอาวาสองค์ก่อนเป็นลายกระเป๋า ดีไซน์คล้ายกับกระเป๋าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ เพื่อเป็นการเสริมบุคลิกราศี โชคดีมีลาภ ถูกโฉลกร่ำรวย เติมเต็มต่อยอด เงินทองไหลมา และก็มีเมตตามหานิยมอย่างแท้จริง ก็ยังมิได้มีปฏิกิริยาใดๆ ออกมา

ไม่นับรวมถึงโครงสร้างอำนาจใน “มหาเถรสมาคม(มส.)” ที่ยังคงเป็นคนเก่าๆ หน้าเดิมๆ ทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการปฏิรูป จงอย่าคาดหวังว่า “สมี” จะหายไปจากยุทธจักรดงขมิ้นเลยสาธุชนคนใจบุญทั้งหลาย




กำลังโหลดความคิดเห็น...