xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ยื้อเวลาเยียวยา “ป้าขวาน” ปาหี่ไล่รื้อตลาด อนาถใจ กทม.!?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - อภินิหาร “ขวานป้า” จะทำให้กรุงเทพมหานคร ยุค ผู้ว่าฯอัศวิน - พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เข้ามาสะสางปัญหาตลาดเถื่อนเกลื่อนนครหลวงกรุงเทพฯ อย่างที่ทำท่าขึงขังอย่างจริงจังหรือไม่ ในนาทีนี้คงเห็นเค้าลางแล้วว่าอาจลงเอยอีหรอบเดิมๆ เมื่อกระแสขวานป้าซาลง ดูจากการขีดเส้นตาย 7 วัน ต้องเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้จบมีอันต่อเลื่อนออกไปด้วยเหตุผลแบบเก่าๆ คือ เอกสารเยอะรายละเอียดมากตรวจสอบไม่ทัน ตามสไตล์การทำงานของข้าราชการไทย

ทั้งนี้ หลังจากผู้ว่าฯ อัศวิน สวมบทพระเอกขี่ม้าขาว ขี่กระแสป้าทุบรถลงพื้นที่ไปตรวจสอบตลาดรอบบ้านป้าบุญศรี แสงหยกตระการ หลังเกิดเหตุการณ์ขวานทุบรถสะท้านเมือง ผู้ว่าฯ อัศวิน ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดตั้งตลาดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ ทันที โดยมีนายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภา กทม.คนที่ 2 เป็นประธานคณะกรรมการฯ ขึ้นมาจัดการเคลียร์ปัญหาที่คาราคาซังมานมนานนับสิบกว่ามาปี เป็นปัญหาที่เชื่อว่าถ้าไม่เกิดเรื่องราวที่ ป้ารัตนฉัตร และป้าราณี แสงหยกตระการ พี่น้องของป้าบุญศรี แสงหยกตระการ หยิบขวานหยิบเสียมเข้าทุบรถลูกค้าของตลาดเพราะจอดรถขวางหน้าบ้านป้า ป่านนี้ทุกอย่างก็คงจะยังถูกปล่อยปละให้มีปัญหาให้ป้าต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์ต่อไปเหมือนที่ผ่านๆ มา

เมื่อผู้ว่าฯ อัศวิน เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ทุกฝ่ายก็ตั้งตารอผลสรุปที่ขีดเส้น 7 วัน เอาให้รู้กันไปว่าตลาดเถื่อนกลางเมืองเหล่านี้เกิดขึ้นและตั้งอยู่กันมาได้อย่างไร สำนักงานเขตประเวศ ที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่นี้นั่งทับอะไรอยู่ถึงเพิกเฉยได้โล่ห์เช่นนี้ มีเจ้าหน้าที่คนไหนไล่มาตั้งแต่หัวยันหางเกี่ยวข้องกับความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นบ้าง

ผลประชุมติดตามความคืบหน้าของการเข้าตรวจสอบของคณะกรรมการฯ นัดชี้เป็นชี้ตายกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในกอไผ่ โดยได้ข้อสรุปการประชุมว่า ต้องมีการประชุมกันอีก พร้อมกับเลื่อนเวลาการตรวจสอบจากวันที่ 28 ก.พ. ออกไปอีกเป็นวันที่ 5 มี.ค. นี้ ถึงจะพอรู้เรื่องรู้ราว ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะมีการขยายเวลาการขีดเส้นตายออกไปอีกเรื่อยๆ ก็เป็นได้ตามสไตล์การทำงานของข้าราชการไทย ไม่ต่างไปจากกำหนดการเลือกตั้งใหญ่ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศเลื่อนแล้วเลื่อนอีกจนหาความน่าเชื่อถือได้ยากขึ้นทุกวันนั่นแหละ

และดูเหมือนผลการประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาตลาดเถื่อน ที่มีนายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภา กทม.คนที่ 2 เป็นประธานคณะกรรมการฯ นั่งเป็นหัวโต๊ะ ยังคลุมๆ เครือๆ ไม่มีอะไรชัดเจนพอที่จะเป็นความหวังของป้าและทีมป้า หรือบอกอะไรกับสังคมได้ ทั้งหมดยังไม่ชัดจะจัดการอย่างไรมีแต่ขอดูในรายละเอียดเนื่องจากเอกสารเยอะจัด

ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้เชิญเจ้าของหรือผู้แทนตลาดทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย ตลาดยิ่งนรา ตลาดสวนหลวง ตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดร่มเหลือง และตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา และสำนักงานเขตประเวศ เข้าหารือและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาหลังจากที่มีการสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดจริงเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา

ขณะที่คณะกรรมการฯ ได้รับเอกสารเกี่ยวกับการจัดตั้งตลาดทั้งหมดจาก สำนักงานเขตประเวศและสำนักการโยธา กทม. เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งนี่แหละที่เป็นสาเหตุให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดไม่ทัน เพราะเขตประเวศกับสำนักการโยธา ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงส่งเอกสารข้อมูลให้คณะกรรมการฯ ล่วงหน้าเพียงวันเดียวก่อนเส้นตายที่ผู้ว่าฯ อัศวิน ขีดเส้นจัดการให้เสร็จใน 7 วัน

คงพลิกดูได้เพียงคร่าวๆ เท่านั้นกระมัง นายนิรันดร์จึงเปิดเผยได้เพียงแต่ว่า ในเอกสารที่ส่งมามีความชัดเจนอยู่แล้วว่าความเป็นมาของการจัดตั้งตลาดเป็นอย่างไร ตั้งแต่การขออนุญาตจัดสร้างอาคารจากสำนักการโยธา และขออนุญาตจัดตั้งตลาดจากสำนักงานเขต ซึ่งจะมีรายละเอียดทั้งหมดว่ามีการดำเนินการในช่วงไหน และดำเนินการอย่างไรบ้าง และมีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของคณะกรรมการฯ พบว่า จากเอกสารของทั้ง 5 ตลาด มีจำนวน 4 ตลาด ที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคารกับทางสำนักการโยธา ซึ่งสำนักการโยธา ได้พิจารณาตาม พ.ร.บ.ผังเมือง และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และได้ออกใบอนุญาตถูกต้อง และก่อนที่จะอนุญาตให้เปิดใช้อาคารก็จะมีการตรวจสอบว่าสร้างถูกต้องตามแบบหรือไม่

ขณะที่การขออนุญาตจัดตั้งตลาดนั้นต้องดำเนินการขออนุญาตจากทางเขตตามอำนาจทางการปกครอง ซึ่งก็กำลังพิจารณาข้อมูลอยู่ว่า เขตประเวศรับมาดำเนินการเมื่อไร ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง ขณะนี้ต้องขอเวลาให้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาข้อมูลทั้งหมดก่อน

สำหรับเอกสารเกี่ยวกับผู้ร้องถึงศาลปกครองในเรื่องพื้นที่สามารถตั้งตลาดได้หรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล คณะกรรมการฯ ก็จะไม่ก้าวล่วง
 
ส่วนที่ผู้ร้องยื่นต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าเจ้าหน้าที่มีความผิดนั้น ก็ต้องพิจารณาตามข้อสรุปของ ป.ป.ช. ซึ่งเท่าที่รายงานมาในที่ประชุมคือ ป.ป.ช.เพียงแจ้งกลับมาว่าไม่รับคำร้อง แต่ยังไม่มีการทำหนังสือมาอย่างเป็นทางการ

“ที่ประชุมมีมติแล้วว่า เนื่องจากเอกสารทั้งหมดมีเป็นจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการพิจารณารายละเอียดข้อเท็จจริงของการก่อตั้งตลาดทั้ง 5 แห่ง ซึ่งคาดว่าไม่น่าทันตามคำสั่งของท่านผู้ว่าฯ กทม.ที่กำหนดให้รายงานภายในวันที่ 28 ก.พ.นี้ จึงจะเสนอไปยังผู้ว่าฯ กทม. ขอขยายเวลาในการดำเนินการตรวจสอบเอกสารต่างๆ เพิ่มเติมอีก คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 5 มี.ค.นี้” นายนิรันดร์ กล่าว

เมื่อถึงวันที่ 5 มี.ค.แล้วจะได้ข้อสรุปเรื่องเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยเรื่องการจัดตั้งตลาดหรือไม่ อย่างไร นายนิรันดร์ตอบได้แต่เพียงว่า เอกสารจะมีรายละเอียดว่าดำเนินการขอเมื่อไร และบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง ต้องขอเวลาในการพิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงก่อน หลังจากได้ข้อเท็จจริงต่างๆ จึงจะเสนอข้อมูลและข้อสรุปต่อผู้ว่าฯ กทม. ในการพิจารณาความผิดต่างๆ ต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายนิรันดร์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดรอบบ้านป้าเมื่อวันที่ 24 ก.พ. โดยตรวจสอบตลาดทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ล มาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง เพื่อเก็บข้อมูลเชิงกายภาพ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาหาข้อเท็จจริง โดยพบว่า บางตลาดไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องจริง อย่างตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดสวนหลวง 1 และตลาดร่มเหลือง ไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งตลาด ต้องปิดภายในวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งทางผู้ค้าก็พร้อมยอมปิด

ส่วนตลาดรุ่งวาณิชย์ ปิดวันที่ 28 ก.พ. เช่นกัน และจะปรับปรุงให้เข้าเกณฑ์และขออนุญาตใหม่อีกครั้ง ส่วนตลาดที่ขอเชิงพาณิชย์ คือ ตลาดเปิ้ล มาร์เก็ต และ ตลาดยิ่งนรา ก็ต้องทำให้ถูกต้อง ที่มีของสดก็ต้องห้ามขาย ที่จอดรถที่กำหนดต้องมี 14 คัน ก็ต้องปรับปรุงให้ได้ตามเกณฑ์

นายนิรันดร์ กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาว่าขัดกับกฎหมายหรือไม่ จะพิจารณาจากกฎหมาย 3 ฉบับ คือ 1. พ.ร.บ. การผังเมือง ซึ่งพิจารณาแล้วไม่เข้าข่าย เพราะอยู่โซนสีเหลืองสามารถก่อสร้างได้ แต่ต้องขออนุญาตให้ถูกต้องว่าขออนุญาตสร้างอาคารพาณิชย์ หรือสร้างตลาด 2. พ.ร.บ. อาคาร พ.ศ. 2522 คือ ต้องขออนุญาตและดำเนินการตามนั้น ซึ่งหากไม่ได้ขอการก่อสร้างตลาด ก็ทำตลาดไม่ได้ และ 3. พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ก็ต้องมาพิจารณาเป็นไปตามเกณฑ์ความสะอาด มีน้ำทิ้ง เป็นไปตาม พ.ร.บ. หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดก็ต้องพิจารณาอีกว่า ตลาดแต่ละแห่งก่อสร้าง และดำเนินการปีไหน ต้องมาดูว่าเป็นของสำนักงานเขตรับผิดชอบทั้งหมด หรือเป็นของสำนักการโยธา กทม. เพราะเดิมทีการก่อสร้างอาคาร จะเป็นหน้าที่สำนักการโยธาดูแล แต่ระยะหลังได้มอบให้แก่สำนักงานเขตจัดการ

นอกจากนี้ ยังต้องแยกให้ชัดเจนก่อนว่ากิจการตลาดทั้ง 5 แห่ง เกิดขึ้นช่วงปีไหน ถึงจะทราบว่ามีการดำเนินการขออนุญาต หรือให้อนุญาตอย่างไร รวมไปถึงจะมีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง แต่ยอมรับว่า คณะกรรมการชุดนี้คงไม่สามารถตรวจสอบจนทราบว่ามีบุคคลใดที่เกี่ยวข้อง เพราะติดกรอบระยะเวลา แต่จะทราบข้อมูลกว้างๆ เพื่อส่งต่อการพิจารณาเจาะลึกลงไปอีก โดยหลังรายงานผลการตรวจสอบกับทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้ว ก็แล้วแต่ท่านว่าจะตั้งคณะกรรมการเพิ่ม หรือจะให้คณะกรรมการที่มีอยู่แล้วดำเนินการอย่างไร

หลังทีมของนายนิรันดร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดทั้ง 5 แห่ง ในวันถัดมาตลาดรอบบ้านป้าทุบรถทั้งหมด ก็พร้อมใจกันปิดกิจการ โดยนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ได้เข้ารายงานความคืบหน้าการจัดระเบียบตลาด 5 แห่ง ที่ตั้งอยู่ภายในซอยศรีนครินทร์ 55 เขตประเวศ ต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ว่าตลาดทั้ง 5 แห่ง ปิดกิจการทั้งหมดแล้วเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมปรับปรุงแก้ไขตามที่กฎหมายกำหนด โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ผู้ค้าได้รื้อย้ายเต็นท์ชั่วคราวและแผงค้าออกไปหมดรวมทั้งบิ๊กคลีนนิ่งพื้นที่โดยรอบตลาด

ส่วนการช่วยเหลือผู้ค้าในเบื้องต้น กทม.ได้หาพื้นที่รองรับการขายของใหม่ 4 แห่ง ได้แก่ 1.ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ รองรับผู้ค้าได้ประมาณ 300 ราย 2.ตลาดนัดนัมเบอร์วันราม 2 3.ตลาดราชพฤกษ์ ริมถนนเฉลิมพระเกียรติ 65 รับผู้ค้าขายของสด และ 4.เขตอยู่ระหว่างประสานพื้นที่ 18 ไร่ บริเวณฝั่งตรงข้ามศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ตามนโยบายตลาดประชารัฐ รองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบและผู้มีรายได้น้อย เบื้องต้นได้รับการตอบรับจากเจ้าของพื้นที่แล้ว

สำหรับความคืบหน้าคดีทุบรถ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของ น.ส.รัตนฉัตร เปิดเผยว่า น.ส.รัตนฉัตร และ น.ส.ราณี ขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวานนี้ เนื่องจากติดภารกิจและคาดว่าภายในเดือน มี.ค.นี้ ทั้ง 2 คน จะเข้าพบพนักงานสอบสวนแน่นอน

คดีที่เกิดขึ้นทำให้ กทม.ดำเนินการจัดระเบียบตลาดทั่วกรุงเทพฯ โดยตลาดทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ มีตลาดที่ขออนุญาตถูกต้อง จำนวน 364 แห่ง แบ่งเป็นตลาดที่มีโครงสร้างอาคารที่ทำด้วยวัสดุมั่นคง ถาวร แข็งแรง 144 แห่ง เป็นของเอกชน 127 แห่ง ของหน่วยงานรัฐ 17 แห่ง และตลาดที่ไม่มีโครงสร้างอาคาร 220 แห่ง เป็นตลาดเอกชน 218 แห่ง ตลาดของหน่วยงาน ภาครัฐ 2 แห่ง

สำนักอนามัยตรวจประเมินสุขาภิบาลตลาด มอบป้ายตลาดสะอาดได้มาตรฐานปลอดภัย และป้ายรับรองตามกฎกระทรวงว่าด้วยสาธารณสุขตลาด พบว่า ตลาดเอกชนประเภท 1 ผ่านเกณฑ์ 84 แห่ง และไม่ผ่านเกณฑ์ 43 แห่ง ตลาดประเภทที่ 2 ยังไม่มีตลาดที่ผ่านเกณฑ์ และขณะนี้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เริ่มทยอยสำรวจตลาดต่างๆ คาดจะส่งรายงานผู้บริหาร กทม.ในวันที่ 5 มี.ค.2561

สำหรับการตรวจตลาดตามนโยบายของผู้ว่าฯอัศวิน ในพื้นที่เขตบางกอกน้อยนั้น นายพิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 26 ก.พ. โดยพบว่า ในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ซึ่งมีตลาดทั้งหมด 7 แห่ง ได้แก่ ตลาดบางขุนศรี ตลาดพรานนก ตลาดศาลาน้ำเย็น ตลาดนครหลวง ตลาดบางกอกน้อย ตลาดอรุณอมรินทร์ และ ตลาดศาลาน้ำร้อน จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ประกอบกิจการได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดตั้งตลาดอย่างถูกต้อง 6 ตลาด ส่วนอีก 1 ตลาด อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตจัดตั้งตลาด คือ ตลาดศาลาน้ำร้อน หรือ ตลาดรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลศิริราช เป็นตลาดเอกชนเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลายาวนาน

“การจัดตั้งตลาดแห่งนี้ แต่เดิมในสมัยก่อนได้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากตลาดตั้งอยู่บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงไม่ได้มีการขออนุญาตจัดตั้งตลาดจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงและขอใบอนุญาตจัดตั้งให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป” รองปลัดกทม. กล่าว

นายพิชญา กล่าวว่า สำหรับการขอใบอนุญาตจัดตั้งตลาด จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 มีโครงสร้าง และประเภทที่ 2 ไม่มีโครงสร้าง ซึ่งใบอนุญาตจัดตั้งตลาดประเภทที่ 1 มีโครงสร้างอาคาร จะมีส่วนประกอบของสถานที่และสิ่งปลูกสร้าง สำหรับผู้ขายของ ที่ขนถ่ายสินค้า ห้องส้วม อ่างล้างมือ ที่รองรับขยะมูลฝอย และที่จอดยานพาหนะ

นอกจากนี้ หากมีศูนย์อาหารภายในตลาด จะต้องมีใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ทั้งนี้ ในแต่ละเดือนเขตฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลลงพื้นที่ทำการสุ่มตรวจ สำรวจด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมตลาด ที่กำหนดใบแบบประเมินไว้ 66 ข้อ เช่น ถนนโดยรอบตลาดกว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร ระบบบำบัดน้ำเสีย บ่อดักไขมัน ตลอดจนผู้ขายของต้องได้รับการตรวจสุขภาพ ตามที่เจ้าพนักงานสาธารณสุขกำหนด สำหรับด้านสุขอนามัย เจ้าหน้าที่จะเก็บตัวอย่างอาหารสด เช่น หมู ไก่ เพื่อส่งเข้าห้องแล็บ ตรวจสอบสารปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากตรวจพบผู้ค้าต้องระงับการขายทันที

หลังจากนี้ ต้องติดตามกันต่อว่า อภินิหารขวานป้า จะทำให้ตลาดทั่วทั้งกทม.เปลี่ยนโฉมหน้าไปหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงไฟไหม้ฟาง ดับกระแสขวานป้า พอเรื่องซาลงแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมาชั่วนาตาปี ซึ่งการที่ น.ส.รัตนฉัตร และ น.ส.ราณี ขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนในคดีทุบรถ ส่วนหนึ่งก็อาจเพื่อรอดูน้ำยาของ กทม.จะขจัดปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งเน่าเฟะมานานได้หรือไม่ โดยเริ่มจากตลาดรอบบ้านป้านั่นแหละก่อนเป็นอันดับแรก




กำลังโหลดความคิดเห็น...