xs
xsm
sm
md
lg

ด้านที่สร้างสรรค์ของ Cryptocurrency

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


เงินเทียม เงินดิจิตอล อย่างประเภทบิทคง บิทคอยน์ (Bitcoin) อะไรทำนองนั้นที่เรียกๆ กันว่าเงินสกุล “คริปโตเคอเรนซี” (Cryptocurrency) ทั้งหลาย อันเป็นอะไรที่ออกจะน่าเกลียด น่ากลัว ให้ภาพหนักไปทางหลอกลวง ปลิ้นๆ ปล้อนๆ พอๆ กับแชร์แม่ชะม้อยยุคดิจิตอลประมาณนั้น แต่เอาไป-เอามา...มันก็อาจมีอะไรที่น่ารัก น่าใคร่ น่าชื่นชม ประทับใจอยู่บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะสำหรับบรรดาประเทศเล็กๆ ที่มักถูกประเทศใหญ่ๆ รังควาน รังแก โดยแทบปราศจากเครื่องป้องกันตอบโต้ใดๆ ได้เลย...

โดยเฉพาะเมื่อเกิดการหันไปอาศัย “ระบบ” บางอย่างทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่เรียกๆ กันว่า “Blockchain” หรือระบบโครงสร้างการเก็บข้อมูล (Data Structure) รูปแบบหนึ่ง ที่ทำให้ข้อมูลการทำธุรกรรมทางดิจิตอล (Digital Transaction) ของแต่ละบุคคลสามารถเชื่อมโยงไปยังทุกๆ คนได้เหมือนกับห่วงโซ่ (Chain) โดยไม่ต้องมีศูนย์กลาง แต่เป็นที่เชื่อถือได้ ว่าเปลี่ยนแปลง ปลอมแปลงได้ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆมาใช้เป็นตัวรองรับการประดิษฐ์คิดค้นเงินเทียม เงินดิจิตอล หรือเงินสกุลคริปโตเคอเรนซี ในแต่ละรูป แต่ละแบบขึ้นมาอย่างที่เรียกๆ กันว่าคอยน์โน่น คอยน์นี่ แล้วแต่จะตั้งชื่อไปตามคำเรียกของใครก็ของมัน...

มาถึง ณ ขณะนี้...อาจเรียกได้ว่า บรรดาเงินตราประเภทนี้ กำลังกลายไปเป็นเครื่องมือในการ “ป้องกันตนเอง” ของหลายต่อหลายประเทศอย่างชนิดขึ้นหน้า ขึ้นตา โดยเฉพาะประเทศที่ต้องเจอกับการแซงชั่น บอยคอตจากคุณพ่ออเมริกาผู้ซึ่งพยายามควบคุมระบบการเงินของโลกทั้งโลกเอาไว้ด้วย “เผด็จการดอลลาร์” มาโดยตลอด อย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประเทศเวเนซุเอลา ที่ต้องเจอกับการแซงชั่นของคุณพ่ออเมริกามานานแล้ว และแทบล้มละลายเพราะภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งพรวดพราดไปไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า ชักเริ่มๆ ตีปีก ตีปี๊บขึ้นมามั่งแล้ว หลังจากได้ประดิษฐ์คิดค้นเงินดิจิตอล หรือเงินสกุลคริปโตเคอเรนซี ที่ได้รับการเรียกขานในนาม “El Petro” โดยอาศัยทรัพยากรหลักๆ ของประเทศคือ “น้ำมันดิบ” เป็นตัวหนุนหลัง “เปโตรคอยน์” แต่ละเปโตร ชนิด 1 เปโตรสามารถเอาไปแลกน้ำมันดิบ 1 บาร์เรลได้แบบฉับพลัน-ทันที...

ดังนั้น...เมื่อรัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศขายเงิน “เปโตรคอยน์” ที่มีอยู่ประมาณ 100 ล้านเปโตร ให้กับบรรดานักลงทุนในงวดแรก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า...สามารถขายดิบ ขายดี ระดับระเบิดเถิดเทิงเอาเลยทีเดียว คิดเป็นมูลค่าเงินดอลลาร์ไม่น่าจะน้อยกว่า 735 ล้านดอลลาร์ หรือ 23,000 ล้านบาท เล่นเอารัฐบาลเวเนซุเอลาทำท่าขยับๆ เตรียมจะออกเงิน “Petro Oro” หรือ “เปโตร” ที่มีทองคำหนุนหลัง แต่แปลงสภาพเป็นเงินตราดิจิตอลอีกรูปแบบหนึ่ง ในอีกไม่นาน-ไม่ช้านับจากนี้...

ไม่ต่างไปจาก “รัฐบาลไครเมีย” ที่เคยสนับสนุนให้มีการรวมอาณาเขตดินแดนตัวเองเข้าไปส่วนหนึ่งของรัสเซีย จนถูกคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรตะวันตกแซงชั่นมาโดยตลอด ก็เป็นอีกรายหนึ่ง...ที่กำลังหาทางออก หรือหาทางป้องกันตัวเอง ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นเงินตราดิจิตอล หรือเงิน “คริปโตไครเมีย” (Crypto Crimea) ให้บรรดานักลงทุนทั้งหลายเข้าไปขุด ไปหาซื้อ โดยจะเปิดตัวเงินตราสกุลนี้ (Initial Coin Offerings-ICOs) ในเวทีการประชุม “Yalta International Economic Forum” ณ สาธารณรัฐไครเมีย ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึง...

ส่วนอีกราย...ก็คืออิหร่าน ที่รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ “นายโมฮัมหมัด จาวาด อาซาร์ จาห์โรมี” (Mohammad Javad Azari Jahromi) เพิ่งจะออกมาป่าวประกาศเมื่อช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 ก.พ.) ว่าธนาคารกลางของอิหร่าน โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินภายในประเทศ ซึ่งได้อาศัยระบบ “Blockchain” ประดิษฐ์คิดค้นเงินตราสกุลคริปโตเคอเรนซีของอิหร่านขึ้นมาโดยเฉพาะ กำลังเตรียมประกาศใช้เงินดิจิตอลชนิดนี้ หรือเงินเทียมที่รัฐให้การหนุนหลัง (A State-Bank Virtual Currency) ในอีกไม่นาน-ไม่ช้า เพื่อรับมือการแซงชั่นของคุณพ่ออเมริกาได้อย่างเป็นน้ำ เป็นเนื้อ โดยไม่ต้องพะวงหน้า พะวงหลัง กับการถูกกด ถูกบีบ โดยอิทธิพลเงินสกุลดอลลาร์ที่ครอบงำระบบการเงินโลกอีกต่อไป...

สรุปแล้ว...ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกๆ กันว่า “Blockchain” ซึ่งไม่รู้จะแปลความหมายออกมาเป็นไทยๆ กันแบบไหน อย่างไร แต่เมื่อได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง “ระบบ” หรือ “โครงสร้าง” ที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา พึ่งพิง “ศูนย์กลาง” อันใดอันหนึ่งอีกต่อไป หรือทำให้เกิดการ “Decentralized” การซื้อๆ-ขายๆ การแลกเปลี่ยน การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างใครต่อใคร จนนำไปสู่รูปแบบเงินตราชนิดใหม่แบบที่เรียกๆ กันว่า “Decentralized Currency” โดยอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเป็นห่วงโซ่ ได้อย่างแทบไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ หรืออย่างที่พอเชื่อๆ ได้ว่า ยากจะปลอมแปลงยากจะโกงกันได้ง่ายๆ นอกซะจากต้องอาศัย “แม่ชะม้อยระดับโลก” โน่นเลยดังนั้น...แม้ว่าเทคโนโลยีที่ว่านี้ออกจะเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัวอยู่พอสมควร แต่ถ้าหากรู้จักนำมาใช้ในทางที่ “สร้างสรรค์” มันก็อาจเป็นอะไรที่น่ารัก น่าประทับใจ น่ายกย่อง ชื่นชมมิใช่น้อย ด้วยประการละฉะนี้...แล...


กำลังโหลดความคิดเห็น...