xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ข่าวปนคน คนปนข่าว

** ท่าจะรอดยาก!! “ร่องรอย-หลักฐานแวดล้อม”ฟ้องรสนิยม“เจ้าสัวเปรมชัย”นักล่าเสือดำ “บิ๊กรัฐ”กลืนน้ำลาย สามัคคีส่งเสียงเอาผิดให้ถึงที่สุด อย่าลืมล่าตัว“บิ๊กข้าราชการ”คนประสานขอเปิดไฟเขียว พร้อมชี้เป้า“เสือดำ”ให้กับ“แก๊งพรานไฮโซ”ด้วยล่ะ

เสียงอ่อยกันถ้วนหน้า .. ดูท่าผู้เกี่ยวข้องคงตระหนักดีถึงความชัดเจน การกระทำผิดของ“เจ้าสัวนักล่า”เปรมชัย กรรณสูต กันดีแล้ว .. การให้ข่าวแต่ละท่าน เริ่มตรงกับ “สภาพความเป็นจริง”มากกว่าใช้ความรู้สึกที่ว่า“อย่าเพิ่งปรักปรำ”.. ไล่ตั้งแต่รายของ“บิ๊กเต่า”พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เจ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่หลังจากได้ยินเรื่องราวกับหู หลังประชุมร่วมกับ“ทีมงานชุดจับกุม”ที่นำโดย “หัวหน้าวิเชียร” วิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ท่าทีก็เปลี่ยนไป... ถึงกล้าประกาศไม่ไว้หน้า“ผู้ต้องหา”ว่า “วันนี้พยานแวดล้อม ความผิดชัดเจน เราคงต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด..” ..เฉกเช่นเดียวกับ“นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ส่งสัญญาณออกมาว่า“ต้องตรงไปตรงมา ห้ามช่วยใครเด็ดขาด" .. สำทับกับความเห็นของ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพิสูจน์หลักฐาน และนิติวิทยาศาสตร์ ที่ระบุว่า พยานหลักฐานแน่นหนา หาก“ผู้ต้องหา”ปฏิเสธ หรือสู้คดี อาจจะเสียเวลา พร้อมแนะนำด้วยว่า ถ้ายอมรับผิดหรือสารภาพในส่วนที่ร่วมกระทำ น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า .. ทิศทางทั้งหมดก็ตรงกับ“หลักฐานหน้างาน”ที่มีทั้ง “ปืนผาหน้าไม้ - ซากสัตว์คุ้มครอง”หรือจะเป็น“ถุงเกลือ”ที่ตระเตรียมการทำอาหาร - ถนอมซากสัตว์ “เสื้อมือปืน”ที่ “เจ้าสัวเปรมชัย”ใส่ในที่เกิดเหตุ ..
ตามติดมาด้วยความคืบหน้าในการสอบสวนของทางตำรวจ ที่พบปืนในครอบครองของ“เจ้าสัวเปรมชัย”ถึง 43 กระบอก จากข้อมูลที่ระบุว่าครอบครองอาวุธปืน มากกว่า 80 กระบอกเลยทีเดียว .. แล้วยังมีหลักฐานเด็ดอย่าง“ปืนไรเฟิลขนาด .30-60”ที่อานุภาพสูงขนาด“ล้มช้าง”ได้ด้วยกระสุนนัดเดียว .. ซึ่งเป็นปืนชนิดที่“นายพรานล่าสัตว์”ใช้กันทั่วโลก และชี้ชัดว่า ไม่ใช่ปืนที่ครอบครองไว้เพื่อ“ป้องกันตัว”อย่างแน่นอน .. กระทั่ง“หนังเสือโคร่ง”อันเป็นที่รักคู่ห้องทำงานของ“เสี่ยเปรมชัย”ก็บ่งชี้ และเป็น “ร่องรอย”ถึงรสนิยมนักล่าของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี .. จนทำให้เชื่อว่า“ชิ้นส่วนสัตว์ป่า”ในความครอบครองของ “บิ๊กอิตาเลียนไทย”ไม่น่าจะมีแค่ งาช้าง 2 คู่ ที่ปรากฏในบ้านพักเท่านั้น .. แค่พก“หลักฐานแวดล้อม”เหล่านี้ เติมไปด้วย “ความมั่นใจ”ผ่านน้ำเสียงของผู้เกี่ยวข้อง ถ่ายทอดลงไปใน“สำนวนคดี”ของตำรวจ ที่เหลือให้เป็นไปตามดุลยพินิจของ“ศาลสถิตย์ยุติธรรม”เป็นใช้ได้ .. อีกอย่าง อย่าลืมล่าตัว“บิ๊กข้าราชการ”ที่แฝงตัวเป็น “เหลือบไร”อยู่วงราชการ .. และเชื่อกันว่า เป็นผู้ประสานขอเปิดไฟเขียว พร้อมชี้เป้า“เสือดำ”ให้กับ “แก๊งพรานเปรมชัย”ด้วยแล้วกัน

** เรื่องหุ้นผมนิยมมาก!! “เสี่ยอ๊อด”อ้างแรง “เป็นตำรวจแค่ไซด์ไลน์”หวังกระชากตัวพ้นบ่วง“เสี่ยกำพล” น่าเห็นใจ“ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”ที่ถูก “อดีตผู้นำองค์กร”ออกปากหมิ่นศักดิ์ศรี“ตำรวจ”เหมือนเผาบ้าน เอาตัวเองรอด

“อาชีพตำรวจเป็นไซด์ไลน์” ..ใคร ได้ยินได้ฟังประโยคนี้ เป็นต้องสะอึก ยิ่งเป็นคำพูดออกจากปาก“เสี่ยอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เคยเป็นถึง ผบ.ตร. หัวขบวน“ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”เสียด้วย .. แม้จะอ่านไม่ยากว่า เป็นความตั้งใจงัด“ข้ออ้างแรงๆ”เพื่อดิ้นรน หนีปมร้อน ที่กำลังถูกมัดติดบ่วงไปกับ“เสี่ยกำพล”กำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของสถานบริการ วิคตอเรีย ซีเครท ที่ถูกหมายจับในหลายคดี โดยเฉพาะข้อหาฉกรรจ์อย่าง“ค้ามนุษย์” รวมไปถึง“ฉ้อโกง”ที่คอยท่าอยู่ .. จากที่เคยยืดอก ยอมรับว่าหยิบยืมเงินกว่า 300 ล้านบาท จาก “เสี่ยกำพล”ในยามที่หมุนเงินไม่ทัน แต่ได้คืนไปหมด .. เหมือนว่าไปดีดลูกคิดแล้วพบว่า ที่คืนไปไม่เท่ากับที่ยืมมา ก็เลยปิดพิรุธด้วยการอ้างต่อว่า มีการคืนในรูปแบบอื่น อาทิ พระเครื่อง เป็นต้น .. จนกลอนพาไปนำมาสู่เรื่องเป็น“ตำรวจไซด์ไลน์ ทำธุรกิจรวยกว่า”.. คำพูดของ “เสี่ยอ๊อด”อดีต ผบ.ตร. ที่เพิ่งพ้นตำแหน่งไป เมื่อปี 2558 และผันตัวมาเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตอนนี้ ไม่เพียงแต่เหยียบไปที่กลางใจ“ข้าราชการตำรวจ”แล้วก็ยังเหมือนเตะยอดหน้า“ประชาชนผู้เสียภาษี”ด้วย .. มีอย่างที่ไหนปล่อยให้“นักธุรกิจในคราบตำรวจ”ไต่เต้าขึ้นเป็นใหญ่ใน“กรมปทุมวัน”.. นอกจากกินเงินเดือน-สวัสดิการ-บำนาญ ที่มาจากภาษีประชาชนแล้ว ยังอาศัยมีหน้ามีตา ได้ตำแหน่งแห่งที่ กรุยทางประสานประโยชน์ไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ .. แล้วยังมีหน้าประกาศว่า“อาชีพหลักๆ ผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจ รู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก”ประกาศความรวยให้รู้ว่า นี่แหละ“เซียนอ๊อด”เจ้าของพอร์ตหุ้นหลักหมื่นล้าน ..
น่าเสียดายที่ “เสี่ยอ๊อด”บุญพาวาสนาส่ง เป็นถึง“ผู้นำสูงสุดผู้พิทักษ์สันติราฎษร์”ที่ควรเป็นตัวอย่างที่ดี ในการมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน พอประกาศเช่นนี้ออกมา ก็รู้ทันทีว่า จัดความสำคัญ“งานราษฎร์-งานหลวง”มากกว่ากัน .. เหมือนย้อนกลับมา“เผาบ้านตัวเอง”ในจังหวะที่วิกฤตศรัทธา“ต้นธารกระบวนการยุติธรรม”ยังไม่เจือจาง .. อีกทั้งความปรารถนาของ“บิ๊กอ๊อด”ก็รู้กันทั่วทั้งวงการว่า หมายตา“เก้าอี้หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน”.. เพื่อต่อยอดไปสู่ตำแหน่งแห่งที่ ในฝ่ายบริหาร บางวงสนทนายังแซวกันว่า เบื่อจากงาน“นายกฯฟุตบอล” แล้ว อยากไปลุยงาน“นายกฯบนตึกไทยฯ”บ้างด้วยซ้ำ .. ถ้าลู่เลนของ“เสี่ยอ๊อด”เป็นไปตามความฝันจริง มีหวังเมืองไทยคงได้มี“นายกฯไซด์ไลน์”เป็นแน่แท้ .. ในอารมณ์ที่คำพูดสะกิดใจซะเหลือเกิน“เดอะแจ๊ค”วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ก็ขอ“จัดให้” เตรียมร้องเรียนหลายช่องทาง รวมทั้ง “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้สถาปนาให้ “บิ๊กอ๊อด”ขึ้นแท่นเบอร์ 1 กรมปทุมวัน หาลู่ทางในการเรียกคืนยศ“พล.ต.อ.”คืน .. “เสี่ยอ๊อด”จะได้ไปเป็น“เศรษฐีหุ้น”เต็มตัว ดีกว่าจะมียศฐาค้ำคอเป็น“ผบ.ตร.ไซด์ไลน์”ให้เป็นตราบาปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เช่นนี้

** เรือแป๊ะติดเทอร์โบ!! “พ.ร.บ.อีอีซี”ฉลุย ส่งโปรเจกต์เรือธงแล่นฉิว เป็นหน้าเป็นตา“รัฐบาล คสช.”แบกผลงานสอบตกทุกด้าน แต่หากยังย่ามใจ บริหารประเทศแบบเดิม ระวัง“รัฐบาลใหม่”มาคว้าชิ้นปลามันไปครอง

น่าจะเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้เพียงไม่กี่ชิ้นของ“รัฐบาล คสช.”.. เมื่อสภานิติบัญญัคิแห่งชาติ (สนช.) ลงมติผ่าน ร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 2 ฉบับสำคัญ .. ฉบับหนึ่ง ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ“ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมเอสเอ็มอี” ..และ ร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ“ร่าง พ.ร.บ.อีอีซี”เป็นที่เรียบร้อย .. โดยเฉพาะฉบับหลัง ที่สร้างความปลื้มปริ่มให้กับ“ทีมเศรษฐกิจ”ของ “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่เพิ่งประกาศว่า เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทุกตัว“เทค ออฟ”ขับเคลื่อนไปได้อย่างดี .. โดยมีปัจจัยส่ง จากทั้งสถานการณ์โลกที่เริ่มฟื้นตัว อีกทั้งเครื่องไม้เครื่องมือด้านเศรษฐกิจมาอยู่ในมือของ“เฮียกวง”อย่างเบ็ดเสร็จ หลังการปรับครม. รอบล่าสุด .. อีกทั้ง“โครงการเรือธง”อย่าง“พื้นที่ อีอีซี” ก็มีแนวโน้มได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี .. ยิ่งเมื่อร่างกฎหมายกำลังจะมีผลบังคับใช้ ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนัก“ความเชื่อมั่น”ให้กับกลุ่มทุนต่างชาติมากขึ้น .. เป็นการการันตีว่า“รัฐบาลไทย”เอาจริงกับโครงการนี้ ดีกว่าการออกคำสั่ง“มาตรา 44”กรุยทางให้ก่อนหน้านี้เป็นไหนๆ .. ความมั่นคงผ่านตัวบทกฎหมายระดับ“พระราชบัญญัติ”ดีกว่าการไปเร่ขายฝันผ่านตัวเลขทางเศรษฐกิจที่พุ่งปรึ๊ดปร๊าด ในระยะหลังเสียอีก .. อีกทั้งยังเป็น“พันธะสัญญา”ว่า“อีอีซี”จะไม่เป็นหมัน-ล่มกลางทาง แม้อาจจะผลัดมือเปลี่ยนขั้วอำนาจก็ตาม .. ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ในขณะที่“รัฐบาล คสช.”สอบตกแทบทุกด้าน จะมีก็แต่“ตัวช่วยชั้นดี”อย่างผลงานทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น .. แต่หาก“บิ๊ก คสช.”ยังย่ามใจ บริหารประเทศอย่างลำพองอำนาจ โอบอุ้มเฉพาะพวกพ้องแบบเดิม .. ระวังจะโดน “ปาดหน้า”จำต้องผละอำนาจ ให้“รัฐบาลใหม่”มาคว้าชิ้นปลามัน ไปต่อหน้าต่อตา

ช.ชฎา

รูป

เปรมชัย กรรณสูต
วิเชียร ชิณวงษ์
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์


กำลังโหลดความคิดเห็น...