xs
xsm
sm
md
lg

ผงะ!คลังแสงบิ๊กอิตาเลียนไทย-รมต.ออกตัวอย่าด่วนตัดสิน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360- รอง ผบ.ตร. ยันดำเนินคดี "บิ๊กบอสอิตาเลียนไทย" โปร่งใส ไร้ใบสั่ง เร่งตรวจพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมนำหมายเข้าค้นบ้านใน ซ.ศูนย์วิจัย 3 พบงาช้าง 2 คู่ ปืนลูกซอง 13 กระบอก ปืนไรเฟิล 28 กระบอก และปืนสั้น 2 กระบอก ก่อนจะอายัดไปตรวจสอบทะเบียนการครอบครอง "พล.ต.อ.ศรีวราห์" เผยเป็นหลักฐานมัด "เปรมชัย" มีพฤติกรรมชอบล่าสัตว์ "บิ๊กป้อม" ยันไม่มีล้มมวย ขณะที่รมต. ทส. ออกตัวอย่าเพิ่งปรักปรำใคร อย่าใช้ความรู้สึกตัดสิน ให้สอบสวนตามพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย ด้าน "เจ้าสัว" เปิดใจหลายอย่างที่เกิดขึ้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่พร้อม "ขอโทษ" เพราะมีส่วนผิด ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะทบทวนคะแนนธรรมาภิบาล ส่วน ก.ล.ต.โยนบอร์ดเป็นผู้ชี้ชะตา

วานนี้ (7ก.พ.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมกับพวกรวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี พบของกลาง ซากเสือดำ ซากเก้ง ไก่ฟ้าหลังเทา พร้อมอาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ว่า เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทส.ตร.) และ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 ลงไปควบคุมดูแลด้วยตนเอง ดำเนินการให้โปร่งใส ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สำหรับการสืบสวนสอบสวน ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่สามารถทำนอกเหนือที่กฎหมายกำหนดได้ ซึ่งตำรวจไม่กังวล ถึงแม้ว่าผู้ต้องหา จะเป็นคนที่มีชื่อเสียง ถ้าผิดก็ต้องดำเนินคดี ยืนยันไม่มีใบสั่งหรือสัญญาณจากใคร ให้ช่วยเหลือ นายเปรมชัย

ทั้งนี้ กองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะอาวุธปืน กำลังตรวจลายนิ้วมือ ถึงแม้ผู้ต้องต้องหา จะให้การปฏิเสธ แต่ในการทางคดีจะพิจารณาจากพยานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ปืนเป็นของใคร ใครเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการ ไม่ต้องห่วงสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว ซึ่งหลักฐานก็ปรากฏชัด ทั้งซากสัตว์ อาวุธปืน ก็ต้องเร่งรวบรวมเพื่อสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา นอกจากนี้ได้สั่งให้พนักงานสอบสวน ตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่คนใดนำพาขึ้นไป หรือไม่

ส่วนกรณีที่สังคมโซเชียล วิพากษ์วิจารณ์การบังคับใช้กฎหมาย เปรียบเทียบกับสองตายายเข้าไปเก็บเห็ดในป่า แล้วศาลตัดสินจำคุก แต่กรณีนายเปรมชัย กลับได้ประกันตัว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่ได้ประกันตัวในชั้นศาล ตรงนี้เป็นดุลยพินิจของศาล ถ้าหาก กรมอุทยานฯไม่เห็นด้วย เกรงว่าผู้ต้องหาจะยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ก็สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยื่นให้ศาลพิจารณาเพิกถอนประกันได้

** ตร.นำหมายค้นบ้าน "เปรมชัย"
ทั้งนี้ เวลาประมาณ 11.30 น. พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผู้บังคับการ การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ของนายเปรมชัย จากการตรวจค้นบ้าน พบงาช้าง 2 คู่ มีใบครอบครองอย่างถูกต้อง และอาวุธปืนจำนวนหลายกระบอก ทั้งปืนไรเฟิล ติดกล้อง และปืนลูกซอง มีชื่อผู้ครอบครองเป็นของ นายเปรมชัย และลูกชาย โดยอาวุธปืนเหล่านี้ จะให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเตรียมเข้าค้นบ้านอีก 3 จุด คือ บ้านพักของ นายยงค์ โดดเครือ บ้านเลขที่ 84 หมู่ 8 ต.คุ้มพยอม อ.บ้างโป่ง จ.ราชบุรี บ้านพักของ นางนที เรียมแสง เลขที่ 102 หมู่ 1 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชศรีมา และ บ้านพัก นายธานี ทุมมาศ เลขที่ 47 หมู่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี

*** พบงาช้าง-อาวุธปืนกว่า 40 กระบอก
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจค้นบ้านพักของนายเปรมชัย เบื้องต้นพบงาช้างสองคู่ ที่ภรรยาของนายเปรมชัย อ้างว่า มีใบอนุญาตในการครอบครองถูกต้อง แต่ไม่มีสติ๊กเกอร์ติดอยู่ที่งาช้าง จึงต้องยึดให้กรมอุทยานฯ ตรวจสอบ ว่าเป็นงาช้างชิ้นเดียวกันกับที่ขอใบอนุญาตไว้ หรือไม่

นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนกว่า 40 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จึงให้อายัดอาวุธปืนทั้งหมดไว้ให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นำไปตรวจสอบทะเบียนการครอบครอง รวมถึงดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือเพื่อหาเชื่อมโยง

"ส่วนตัวมองว่า หลักฐานแวดล้อมในขณะนี้ ชัดเจนว่า นายเปรมชัย มีพฤติการณ์เป็นคนชอบล่าสัตว์ เนื่องจากปืนยาวส่วนใหญ่ เป็นปืนคล้ายกับอาวุธปืนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรยึดได้ และในมุมของนักสืบก็มองว่า มีเจตนาเข้าไปล่าสัตว์ชัดเจน แต่ในทางสำนวน ต้องรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง แต่หากนายเปรมชัย จะอ้างว่า ไม่ได้เป็นผู้ลงมือยิง ก็ให้ไปต่อสู้ในชั้นศาล"

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า ในวันนี้ (8ก.พ.) จะเชิญเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวร ในช่วงวันเกิดเหตุมาสอบปากคำ ที่ ปทส. ส่วนกรณีคลิปเสียงเจรจาต่อรอง และผู้อนุญาตให้เข้าพื้นที่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยืนยันหากใครมีส่วนรู้เห็นในการเข้าไปล่าสัตว์ ก็ต้องมีความผิดด้วย

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าในห้องทำงานของนายเปรมชัย มี หนังเสือโคร่ง ประดับอยู่นั้น ต้องขอนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

สำหรับการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในคดีนี้ ทั้งหมด 4 คน ในจ.กาญจนบุรี นนทบุรี ราชบุรี นครราชสีมา และ กรุงเทพฯ รวม 6 จุด พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดี เพียงที่บ้านของนายเปรมชัย ส่วนจุดอื่นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า อาวุธปืนที่ตรวจสอบพบครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 43 กระบอก แบ่งเป็นปืนลูกซอง 13 กระบอก ปืนไรเฟิล ขนาด .22 และขนาด .30 รวม 28 กระบอก ปืนสั้น 2 กระบอก และกระสุนปืนจำนวนมาก ซึ่งปืนเกือบทั้งหมดมีชื่อของนายเปรมชัย เป็นผู้ครอบครอง และบางกระบอกเป็นชื่อลูกชาย พร้อมยอมรับว่า ปืนไรเฟิล .22 เป็นปืนขนาดเดียวกันกับที่พบในที่เกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดังกล่าว

**ยันเรื่อง"เปรมชัย"ไม่มีล้มมวย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้จะพูดอะไร พูดได้อย่างเดียวว่า"ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในพ.ศ.นี้ ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฏหมาย และดีแล้วที่สื่อติดตาม ก็ชัดเจน การเสนอข่าวถือว่าชัดเจนมาก อย่างน้อยได้ความรู้ ชาวบ้านรู้เลยว่า มันเสี่ยงต่อการผิดข้อหาอะไรบ้าง และถือเป็นบทเรียนสำหรับคนที่จะไปทำแบบนี้ จะได้รู้ว่าการล่าสัตว์ในป่าสงวน หรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ได้ผิดแค่นี้ แต่ยังผิดอีกหลายเรื่อง ทั้งผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน ผิดพ.ร.บ.ป่าสงวน. ผิดพ.ร.บ.สงวนรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งผมก็พลอยได้ความรู้ไปด้วย"

ส่วนที่สังคมเป็นห่วงว่าเรื่องจะเงียบหาย เพราะบริษัท อิตาเลียนไทยฯ กำลังก่อสร้างทางลอดให้สัตว์เดินกับทางกรมอุทยานนั้น สื่อมวลชนก็ช่วยกันจับตาดู "ไม่มีใครกล้าเบี่ยงเบนหรอก เขาเฝ้าดูกันทั้งโลก ดังนั้นเขาไม่กล้าหรอก"

เมื่อถามว่าหากเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่อุทยาน ที่มีการอนุญาตให้นำอาวุธเข้าไปล่าสัตว์ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ต้องถือว่าผิด ก็ไม่มีปัญหา เหมือนที่นายกฯพูดหากทำโดยเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยว ผู้ที่ทำก็ผิด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่เกี่ยวด้วย เจ้าหน้าที่ก็ผิด ถ้าร่วมกันทำ ก็ถือว่าสมคบร่วมกันทำ ก็แค่นั้น ไม่มีใครเบี่ยงเบนไปได้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ว่าจะเป็นยุคของ คสช. แต่เมื่อทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีเหมือนกัน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แจ้งความไปแล้ว และนายกฯ ก็ยืนยันแล้วว่า ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้นไม่ต้องป็นห่วงว่า จะเกิดกรณีให้คนอื่นมารับผิดแทน และไม่ต้องกลัวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จะถูกกลั่นแกล้ง เพราะเขาทำตามหน้าที่ เราต้องให้กำลังใจเขา ต้องชื่นชมที่เขาปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ถูกต้อง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ ต้องปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา เพราะอยู่ในความสนใจของสังคม และเป็นเรื่องที่สะเทือนใจคนจำนวนมาก จึงอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจัง และโปร่งใส อธิบายกับประชาชนให้ได้ว่า คนกลุ่มดังกล่าวเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นได้อย่างไร ทั้งนี้ เห็นว่าหากใครคิดจะเบี่ยงเบนเรื่องนี้ คงไม่ง่าย

*** 'บิ๊กเต่า'ออกตัวอย่างเพิ่งปรักปรำใคร
ขณะที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีจับกุมนายเปรมชัย ว่า ทราบข้อมูลเบื้องต้นจาก นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงขอให้ ดำเนินการสอบสวนตามพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย อย่าเพิ่งปรักปรำใคร และอย่าใช้ความรู้สึกไปตัดสินว่า ใครผิดใครถูก ต้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนว่า ใครเป็น ผู้กระทำที่แท้จริง

โดยเบื้องต้น ยังไม่ได้สั่งอะไรพิเศษ เพราะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างเข้มแข็งอยู่แล้ว และยังไม่ทราบรายละเอียดว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ขอให้สอบถามข้อมูล อธิบดีกรมอุทยานฯ ส่วนตัวเห็นว่า ขอให้ดูพยานหลักฐานก่อนดีกว่า ซึ่งเคยเกิดกรณีที่มีคนไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สำหรับกรณีล่าสุด เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจ

*** "บิ๊กบอส"ปัดเกี่ยวข้องแต่รับมีส่วนผิด
ขณะที่นายเปรมชัย กรรณสูต เปิดใจกับเพจแห่งหนึ่งหลังจากได้รับการประกันตัว ว่า ขั้นตอนด้านตำรวจทางศาล กำลังดำเนินการกับตนเองอยู่ ตนจึงไม่อยากไปพูดอะไรที่มันยุ่ง ส่วนเรื่องขอโทษ ยินดีที่จะขอโทษ เพราะก็มีส่วนผิด แต่หลายอย่างที่เกิดขึ้น ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้อง และขอให้เป็นขั้นตอนของศาล ว่าเขาจะตัดสินว่าอย่างไร

***โยนบอร์ดอิตาเลียนไทยชี้ชะตา'เปรมชัย'
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจับกุมนายเปรมชัย กับพวกในคดีล่าสัตว์ป่า ว่า ในกรณีนี้ไม่สามารถใช้ความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2535 มาพิจารณาได้ เนื่องจากในพ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ กำหนดข้อห้ามการเป็นผู้บริหารจดทะเบียนต้องกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชัน ถูกกล่าวโทษ และ ถูกคำพิพากษาจนถึงที่สุดเท่านั้น ซึ่งกรณีของนายเปรมชัยนั้นต้องกลับมาดูในเรื่องธรรมาภิบาลและจริยธรรม ซึ่งบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ได้ประกาศหลักบรรษัทภิบาลอิตาเลียนไทยปี 2561 ไว้แล้วว่าจะต้องไม่กระทำการใดๆ ที่มีผลเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ดังนั้นทางสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD ซึ่งให้คะแนนธรรมาภิบาลบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ในระดับ 4 ดาวเมื่อปี 2560 ต้องกลับไปทบทวนโดยต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง

"หากมีการตัดสินว่านายเปรมชัย กระทำผิดจริง ก็ถือเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทต้องพิจารณาทบทวนเพื่อดูแลให้เหมาะสม หากไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง จะถูกแรงกดดันจากภาคสังคมเข้ามาตรวจสอบ" นางเกศรา กล่าว

ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า การควบคุมตัวของนายเปรมชัย จะเข้าข่ายขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนหรือไม่นั้น ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 ไม่ได้ระบุให้ความผิดในเรื่องดังกล่าวเป็นลักษณะที่จะเข้าข่ายขาดความน่าไว้วางใจ

อย่างไรก็ดี บจ.หลายแห่งได้มีการจัดทำการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดีของตนเองในระดับที่สูงกว่ากฎหมาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่ง ก.ล.ต. เห็นว่า เป็นเรื่องที่ดีและสนับสนุน ดังนั้น เมื่อมีข้อสงสัยว่าอาจมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามแนวบรรษัทภิบาลของบริษัทเอง คณะกรรมการของบริษัทนั้นๆ จึงควรพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรและเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้นได้รับรู้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...