xs
xsm
sm
md
lg

หว่าน2พันล้านปูพรมไทยนิยมฯ-แก้เกม‘บิ๊กตู่’ขาลง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360- คสช.แจ้งความจับ "รังสิมันต์-จ่านิว-เนติวิทย์" พร้อมพวกกราวรูดรวม 7 คน ที่ชุมนุมสกายวอล์ก ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ชุมนุมเกิน 5 คน ยุยง ปลุกปั่น ก่อความไม่สงบในบ้านเมือง "บิ๊กป้อม" ลั่นต้องทำตามกม. ยกอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ขู่ "บิ๊กตู่" ยอมรับสถานการณ์"ขาลง" เป็นเรื่องปกติบริหารงานมากว่า 3 ปี ย่อมมีจุดอ่อนบ้าง ลุ้น"ไทยนิยมยั่งยืน" เพิ่มกองหนุน ขอให้รอเวลา "แผ่นดินที่งดงาม จะคืนกลับมา" เตรียมลงพื้นที่ จัดประชุมครม.สัญจร ตราด-จันทบุรี วันที่ 5-6 ก.พ.นี้ "มท.1" เผยคิกออฟ 2,000 ล้าน ปูพรม"ไทยนิยมฯ" ทั่วประเทศ 21 ก.พ. นี้ ไม่สนใครว่าหาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30ม.ค.) ที่ สน.ปทุมวัน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ ได้รับคำสั่งจากทางผู้บังคับบัญชาเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมัคร ปัญญาวงศ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ 1. นายรังสิมันต์ โรม 2. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 3. น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา 4. นายอานนท์ นำภา 5. นายเอกชัย หงส์กังวาน 6. นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ 7. นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

โดยแจ้งข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ซึ่งทางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว ระหว่างวันที่ 25 ม.ค. และวันที่ 27 ม.ค. ที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ลงสมุดคดีอาญา ที่ 121/61 ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและการรักษาความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เม.ย. 58 ข้อ 12 และการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช้เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต 1. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย 2 . เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3. เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

**"บิ๊กป้อม"ปรามสกายวอล์ก ต้องยึดกม.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า เราต้องการความสงบหรือไม่ ถ้าต้องการความสงบก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ที่จะดูแล ส่วนที่เขานัดชุมนุมกันทุกวันเสาร์นั้น เราต้องยึดตามกม.และคำสั่ง คสช. ตอนนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ จะมาอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้กลุ่มดังกล่าวจะถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่ยังประกาศจะชุมนุมต่อเนื่อง รัฐบาลได้เตรียมมาตรการไว้รองรับหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการชุมนุมต่อเนื่อง ก็คงไม่เป็นไร เดี๋ยวตนเตรียมมาตรการดูแลเอง และทางการข่าว ก็มีกลุ่มเดียว ส่วนการชุมนุม จะลุกลามไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด หรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ได้พูด เป็นคำที่สื่อพูด มีกลุ่มเดียวไปได้แค่ไหน ก็แค่นั้น ส่วนทางการข่าวจะมีการรวมตัวจากต่างจังหวัด เพื่อมาชุมนุมในกรุงเทพฯ หรือไม่นั้น สื่อคิดไปเอง การชุมนุมทางการเมืองรวมตัวได้ไม่เกิน 5 คน แล้วจะไปรวมตัวอะไรกัน

*** "บิ๊กตู่"ลุ้น"ไทยนิยมฯ"เพิ่มกองหนุน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านคสช. และเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้ง หลังสนช. มีมติยืดการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีก 90 วัน จนทำให้คนที่เคยสนับสนุน ก็ออกมาร่วมวงคัดค้านด้วยว่า อาจจะมีเหตุผลหลายอย่าง แต่ตนต้องรับฟังทุกภาคส่วน และต้องทำความเข้าใจถึงผลดี ผลเสีย แม้ว่าจะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของกม. จึงต้องดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

ส่วนเรื่องกองหนุนที่ลดลง ตามคำเตือน ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องธรรมชาติของการเป็นรัฐบาล เพราะทำงานมา 3 ปีเศษ ต้องมีปัญหาเหมือนกันทุกรัฐบาล พอถึงเวลาอาจจะมีจุดอ่อน จึงต้องไปดูเหตุผลว่า จะแก้ได้อย่างไร คนที่เคยสนับสนุน เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็อยากให้ทุกอย่างราบรื่น จึงมีความรู้สึกไม่ดีต่อรัฐบาล ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงานของทุกรัฐบาล แต่ยืนยัน จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง กระแสที่มีการคาดการณ์ว่าช่วงนี้รัฐบาลถูกมองอยู่ในช่วง ขาลง ว่า ระยะเวลาการทำงานของรัฐบาล อาจจะมีความขัดแย้งสูง และอาจจะมีคนได้ และเสียประโยชน์ จึงต้องไปดูว่า ใครเป็นตัวตั้ง ตัวตี ซึ่งตนเองเชื่อว่าสื่อมวลชนหาเจอ แต่ตนเองจะไม่ไปขัดแย้งด้วย เพราะมุ่งมั่นดูแลประชาชน

ส่วนนโยบายในปีนี้ ขออย่ามองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะทำมาต่อเนื่องจากปีแรก และทำตามโรดแมป ซึ่งในปีนี้จะเป็นทำงานปีสุดท้ายจึงมีโครงการ"ไทยนิยมยั่งยืน" ซึ่งคำว่าไทยนิยม คือ นิยมความดี ความงาม เพื่อมุ่งมั่นทำงานเพื่ออนาคต ไม่ใช่การตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างคะแนนเสียง แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่าต้องการอะไร

**ยัน"แผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา"
ส่วนกรณีที่ประชาชนเริ่มทวงถาม‘สัญญา’ของตนมากขึ้น และ มีการเทียบกับเพลง ปี 2557 ที่บอกว่า "เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน" นั้น มองว่าทุกอย่าง ถูกจับเป็นประเด็น ซึ่งการคืนความสุข คือการคืนความสุขให้กับคน ทุกกลุ่ม ซึ่งบางความสุขคืนให้ทันที แต่บางความสุข ก็คืนให้ไม่ได้ทันที เพราะมีปัญหามาก ยืนยันไม่ใช่การแก้ตัว แต่อยากขอให้ดูว่า ประเทศสงบสุขหรือไม่ จึงขออย่าโจมตี เพราะทุกรัฐบาลก็เป็นเช่นนี้ จึงต้องเอานโยบายมาถกแถลงกัน ส่วนเนื้อเพลง หากจะเอาแค่ท่อนดังกล่าว ตนเองก็ขอเอาท่อน "แผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา" มาสู้บ้าง เพราะความหมายอยู่ในนั้นอยู่แล้ว ดังนั้น ขอเวลาให้ตนได้วางรากฐานประเทศอีกระยะหนึ่งก่อน ซึ่งจะมากหรือน้อย ก็ต้องเป็นไปตามกม.

*** สัญจร"จันทบุรี-ตราด" หากองหนุน
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมนำครม. ลงพื้นที่ ประชุมครม.อย่างเป็นอย่างการนอกสถานที่ ที่ จ.ตราด และจ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ.นี้ โดยในวันที่ 5 ก.พ. นายกฯ มีกำหนดการลงเรือ ชมป่าชายเลนบ้านเปร็ด ต่อด้วยเยี่ยมชมแนวกันชนน้ำจืดดุลน้ำเค็ม พร้อมเปิดสถานีโทรมาตร ตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ ส่วนในช่วงบ่าย นายกฯและคณะ ออกเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ จาก อ.เมืองฯ จ.ตราด ไปยัง อ.เกาะช้าง เพื่อพบปะเสวนากับกลุ่มตัวแทนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเกาะช้าง จากนั้นเวลา 16.00 น. เดินทางไป จ.จันทบุรี เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้น้าท้องถิ่น ต่อด้วยเดินทางไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำจันทบูร และวิสาหกิจเพื่อสังคม

วันที่ 6 ก.พ. เวลา 08.00 น. นายกฯร่วมประชุมครม. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พร้อมพบปะนักศึกษา โดยภายหลังการประชุมครม. นายกฯ เดินทางไปยังสหกรณ์การเกษตรมะขาม เพื่อพบปะประชาชน และเยี่ยมชมกระบวนการบริหารจัดการผลไม้อย่างครบวงจร เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหานครผลไม้โลก และพบกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูปผลไม้ ก่อนเดินทางกลับกทม.

***"มท.1" เผยคิกออฟ 2,000 ล้าน ปูพรม"ไทยนิยมฯ"
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมซักซ้อม ในคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนฯ ว่า วันที่ 9 ก.พ.นี้ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนฯ จะเรียกประชุมชี้แจงนโยบาย ให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น จังหวัด อำเภอ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จากนั้น วันที่ 12-19 ก.พ. ชุดที่มารับคำชี้แจงจากนายกฯ จะลงพื้นที่ทำความเข้าใจกรอบการทำงานให้กับชุดชี้แจงในระดับตำบล และจะเริ่มปฏิบัติงานจริง ระดับหมู่บ้าน วันที่ 21 ก.พ.นี้ คาดว่าจะลงพื้นที่จริงทั้งหมดประมาณ 4 ครั้ง ใช้เวลา 4 เดือน โดยครั้งแรก ก็จะสามารถทราบความต้องการของประชาชนได้เลย ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการนี้ ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าประกอบอาหาร เลี้ยงประชาชนที่มารับฟัง

"กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการหาเสียงนั้น ยืนยันว่าทุกรัฐบาล มีหน้าที่ดูแลประชาชน เราทำตามนั้น ทุกรัฐบาลต้องดูแลประชาชนให้มีชีวิตดี ทำมาหากินได้ มีความมั่นคง ปลอดภัย ส่วนใครจะมองว่าหาเสียง หรือไม่ เป็นสิ่งที่เขาคิดกันเอง ท่านจะเรียกหาเสียงหรือไม่ ผมคงไม่ตอบว่าใช่ หรือไม่ เราไม่ได้ไปบอกว่า ให้ชอบใคร รักใคร แต่เข้าไปให้บริการ และให้ความรู้ประชาชน" รมว.มหาดไทย กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...