xs
xsm
sm
md
lg

จะต้องคืนเงิน-ก็ต้องคืน

เผยแพร่:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร

<b>นายสตีฟ วินน์ เจ้าพ่อกาสิโนยักษ์ของโลก</b>
ขณะที่ทรัมป์, ปธน.คนที่ 45 ของสหรัฐฯ, กำลังกล่าวปราศรัยปิดการประชุมผู้นำโลกที่ภาคเอกชนจัดที่เมืองดาวอส เพื่อนคนที่เขายกย่องว่าเป็นสุดยอดนักธุรกิจ และเขาเพิ่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายการเงินของพรรครีพับลิกันชื่อ นายสตีฟ วินน์ กำลังถูกกระหน่ำเปิดโปงถึงพฤติกรรมเลวทราม ในเรื่องการข่มขู่ล่วงละเมิดทางเพศต่อลูกน้องหญิง เป็นเรื่องใหญ่โตโครมครามที่กำลังเป็นกระแสสังคมลุกลามในสหรัฐฯ และยุโรปตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ขนาดงานลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award) ก็มีการแต่งดำทั้งชายหญิงประท้วงต่อพฤติกรรมเลวทรามในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และในงานแจกรางวัล Emmy ที่เพิ่งผ่านไป ก็มีการติดดอกไม้สีขาวเป็นสัญลักษณ์การประท้วง

ความจริงคุณทรัมป์ก็เป็นเป้าของการประท้วง เพราะมีพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศมาตลอดชีวิตหนุ่มของเขา และถูกเปิดโปงหนักๆ จากการเปิดเทปที่บังเอิญอัดเสียงบทสนทนาของเขาทางสถานี NBC ที่ถูกนำมาเปิดโปงในช่วงหาเสียงกลางปี 2016 จนทำให้คะแนนนิยมของเขาตกวูบลงไป ก่อนที่ทั้งตัวทรัมป์เอง, ศรีภรรยาเมลาเนีย และทีมงานปชส.ของเขาจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาพูดเพราะเป็นการพูดหยอกล้อระหว่างเพื่อน โดยไม่รู้ว่าจะมีเสียงลอดเข้าไปในไมโครโฟน โดยมันเป็นแค่ Locker’s room Conversation คือพูดในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า อาจสัปดนได้บ้าง แต่ไม่ใช่ตั้งใจมาพูดในที่สาธารณะ...ก็พอกล้อมแกล้มไปได้บ้าง

ช่วงที่ทรัมป์เป็น CEO ของบริษัทนางงามจักรวาล เขาก็เคยดูถูกเหยียดหยามนางงามจักรวาลจากอเมริกาใต้ที่เกิดเพิ่มน้ำหนักขึ้นมารวดเร็วมากหลังได้พิชิตมงกุฎ โดยเขาเอาเธอมาทำโทษประจานหน้ากล้องสื่อมวลชน ให้มาออกกำลังกายลดน้ำหนักและพูดใส่เธอโดยเรียกเธอว่า ยายอ้วนตุ๊ต๊ะ สมควรไปเป็นแม่บ้าน ภารโรงทำความสะอาดห้องน้ำ มือถือไม้กวาดไม้ม็อบพื้น เป็นการดูถูกนางงามคนนั้น ขณะเดียวกัน ก็ดูถูกหญิงที่ทำหน้าที่แม่บ้านรักษาความสะอาดว่าจะต้องอ้วนตุ๊ต๊ะไม่มีศักดิ์ศรี

สำหรับทรัมป์แล้ว เขาดูถูกเหยียดหยามทั้งเชื้อชาติ, เผ่าพันธุ์, ศาสนา รวมทั้งสภาพร่างกายพิการ ที่เขาพูดทั้งเยาะเย้ยถากถางแสดงท่าทางและคำพูดมาตลอด อันเป็นพฤติกรรมที่ขยายกว้างเลยออกไปจากการข่มขู่ล่วงละเมิดทางเพศนั่นเอง

ในวันที่ 21 มกราคมปีที่แล้ว (เพียง 1 วันหลังการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งปธน.ของทรัมป์) ได้มีประชาชนทั้งชายหญิงออกมาประท้วงที่เรียกว่า Women’s March ซึ่งมีคนเดินขบวนเป็นหลายล้านคนตามเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย

รวมทั้งวันที่ 21 มกราคมปีนี้ ก็ยิ่งมีประชามหาชนออกมาร่วมเดินขบวนประท้วง 1 ปี (ภายใต้การบริหารของทรัมป์) ทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก มากกว่าเมื่อปีที่แล้วด้วยซ้ำ รวมทั้งชุมนุมประท้วงต้อนรับทรัมป์ที่ยุโรปเมื่อเขาไปประชุมที่ดาวอสด้วย โดยเขียนรูปทรัมป์ติดหนวดฮิตเลอร์อย่างเต็มที่

สำหรับนายสตีฟ วินน์ ซึ่งเป็นเจ้าพ่อกาสิโนระดับอัครมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ มีบ่อนและโรงแรมที่เป็น Landmark ทั้งที่ลาสเวกัส, แอตแลนติก ซิตี้, มาเก๊า และอีกหลายๆ แห่ง ระดับที่ทำให้ทรัมป์ยกย่องได้ เพราะทรัมป์ก็เคยล้มละลายที่โรงแรมกาสิโน “ทัชมาฮาล” ของเขา ขณะที่สตีฟ วินน์ มีแต่โตเอาๆ
สตีฟ วินน์ เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่ยูเพน (U. of Pennsylvania) เพราะสตีฟ (ตอนนี้อายุ 76 ขณะที่ทรัมป์อายุ 71) กำลังจบปริญญาตรี ขณะที่ทรัมป์เข้าเรียนที่ Wharton (ใน 2 ปีสุดท้าย) อาจไม่ได้พบกันขณะเรียน แต่ก็ทำให้ทรัมป์ได้เห็นเป็นตัวอย่างผู้บุกเบิกกิจการกาสิโนจนเป็นระดับเจ้าพ่อมือพระกาฬของสตีฟ วินน์ นั่นเอง

สตีฟ วินน์ เกิดที่คอนเนกติคัต และจบ Prep School ที่ซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก ก่อนจะเข้าเรียนที่ยูเพน และกำลังเข้าเรียนกฎหมายที่ม.เยล ก็ต้องพักการเรียนเพื่อกลับมาดูแลกิจการของพ่อที่เสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจ และทิ้งหนี้สินไว้จำนวนมาก พ่อของสตีฟเป็นเจ้าของกิจการ Bingo ซึ่งก็เป็นกิจการพนันชนิดหนึ่งซึ่งสตีฟได้มาปลุกปล้ำจนหมดหนี้สิน และย้ายมาบุกเบิกกิจการกาสิโนขนาดยักษ์ที่ลาสเวกัส เป็นระดับมือทองขยายกิจการจนไปทำต่อที่มาเก๊าด้วย

สตีฟเพิ่งถูกผู้หญิงที่ทำงานในกาสิโน บางคนเป็นช่างทำเล็บ, ดาราร้องเพลง ฯลฯ ถูกเขาข่มขู่ให้สนองทางเพศให้แก่เขา แต่พวกเธอเหล่านี้ไม่กล้าออกมาเปิดเผยร้องเรียนใดๆ ต้องกล้ำกลืนมาตลอด

จนเมื่อปีที่ผ่านมา ได้เกิดการเคลื่อนไหวใหญ่แล้วนายไวน์สไตน์ ผู้อำนวยการสร้างมือทองคำของฮอลลีวูด ถูกเปิดโปงและกดดัน การขับเคลื่อนได้ขยายเข้าสู่วงการการเมือง, กีฬา, สื่อ และแทบทุกอาชีพ เกิดมาตรฐานใหม่ (New Normal) ในสังคม ทำให้สาวๆ ของสตีฟ วินน์ ก็เริ่มมั่นใจและออกมาบอกเล่าให้สื่อ (โดยไม่กลัวฟ้องกลับ)

เรื่องเพิ่งแดงขึ้นในช่วงทรัมป์ไปอยู่ดาวอสนี่เอง

การเคลื่อนไหวดูคึกคักเป็นพิเศษในพรรคเดโมแครต เรื่องการเรียกร้องให้พรรครีพับลิกันจัดการกับนายสตีฟ วินน์ โดยต้องให้พรรครีพับลิกันต้องนำเงินก้อนโตมหึมาที่นายสตีฟบริจาคแก่พรรคมาตลอด มีทั้งส่วนที่เป็นกองทุนการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐต่างๆ (สัมพันธ์กับโรงแรมกาสิโน ที่นายสตีฟเป็นเจ้าของที่ตั้งอยู่หลายรัฐใหญ่ของสหรัฐฯ) และบริจาคให้กองกลางของ RNC (Republican National Committee) ให้เอาเงินไปคืนนายสตีฟทั้งหมด

เมื่อกลางปีที่แล้ว ในช่วงที่นายไวน์สไตน์ ถูกเปิดโปงโดยดาราสาวทั้งปัจจุบันและอดีต ที่ดาหน้ากันออกมาชี้หน้านายไวน์สไตน์ที่ได้ข่มขืนพวกเธอ

ปรากฏว่า นางฮิลลารี และ ส.ส., ส.ว. พรรคเดโมแครตหลายคน นำโดยผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภา ซึ่งเป็น ส.ว.อาวุโส (เป็นมา 30 กว่าปี) จากรัฐนิวยอร์กคือ นายChuck Schumer ถูกเรียกร้องจากพรรครีพับลิกันให้เอาเงินบริจาคของนายไวน์สไตน์คืนไปให้หมดเพื่อตัดความสัมพันธ์ และประณามพฤติกรรมชั่วของนายไวน์สไตน์ ซึ่งทำให้นายชูเมอร์ และนางฮิลลารี คลินตัน ได้นำเงินจำนวนเท่าที่เคยรับมาจากนายไวน์สไตน์ออกบริจาคทั้งหมดให้แก่องค์กรกุศลอื่นๆ (เงินส่วนที่บริจาคจากนายไวน์สไตน์น่าจะใช้หมดไปกับการเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องควักเงินใหม่ของตนเองออกมาบริจาคแทน)

ตอนนี้ก็เป็นทีของเดโมแครตที่จะกดดันรีพับลิกันเอาคืนกัน

ปรากฏว่า ขณะนี้ทางกรรมการพรรคนำโดยประธาน-เป็นหลานสาวของนายมิตต์ รอมนีย์-กลับยังเงียบอยู่ (คงยังงงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี)

ก็ถูกกดดันโดย ส.ว.อาวุโสนายลินซี่ แกรนน์ แห่งรัฐเซาท์แคโรไลนาว่า น่าจะส่งเงินบริจาคคืนสตีฟทั้งก้อน หรือไม่ก็เอามาบริจาคให้องค์กรกุศลให้หมดไป ถ้าเรื่องการล่วงละเมิดของสตีฟเป็นจริง

นายสตีฟให้ทนายความออกมาปฏิเสธการกระทำล่วงละเมิด แต่ไม่ยักกะฟ้องกลับกับสาวๆ ที่ออกมาเปิดโปง

และพรรครีพับลิกันได้กดดัน จนล่าสุดหลังเรื่องฉาวเปิดโปงไม่ถึง 3 วัน เจ้าพ่อกาสิโนสตีฟ วินน์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานการเงิน (หาทุน) ของ RNC ไปเรียบร้อยแล้ว

ดูเขาจัดการกับปัญหากันได้รวดเร็วมาก ก่อนที่จะยิ่งลุกลามเสียหายต่อชื่อเสียงของพรรคมากกว่านี้

แต่ของไทย...กับนาฬิกาหรูที่ไม่มีแหล่งที่มาที่โปร่งใส กลับเยาะเย้ยปชช.อย่างไม่ยี่หระต่อเสียงอึ้งมี่ที่กดดันให้ลาออก ทั้งนี้เพราะปราศจากความละอายต่อบาปโดยสิ้นเชิง


กำลังโหลดความคิดเห็น...