xs
xsm
sm
md
lg

ความอัปยศเกิน 4.0 ไปไกลแล้ว...

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"โสภณ องค์การณ์"

เราได้ยินผู้ใหญ่ผู้โตกุมอำนาจรัฐพร่ำแต่คำว่า “ประเทศไทย 4.0” และ “ธรรมาภิบาล” จนชาวบ้านรู้สึกเหมือนอาการเพ้อเจ้อ ทั้งย้ำคิดย้ำพูดแต่คำว่า “โรดแมป” ว่ามีเลือกตั้งแน่ๆ ในความเป็นจริง ชาวบ้านกลับเห็นว่าอะไรที่ถูกเอ่ยบ่อยครั้ง ยิ่งไม่ปรากฏว่าจะเป็นจริง

ที่น่าสมเพชเวทนาในชะตากรรมแผ่นดินก็คือ อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น เช่นระดับความทนทานต่อแรงกดดันของผู้ใหญ่ผู้โตเมื่อเผชิญความฉาวโฉ่ ความไม่ดีไม่งาม น่าอับอายแต่ไม่ยอมอาย ลอยหน้าลอยตาเถียงฉอดๆ สลับลีลาเฉไฉไขสือโบ้ยบ้าย นั่นนี่โน่น!

คำว่า “ลูกผู้ชาย กล้าทำกล้ารับ” “เกียรติยศของลูกผู้ชาย” ตายด้านหมดแล้ว!

เรื่องนาฬิกาหรู 25 เรือน หรืออาจมีมากกว่านั้น ทำให้ชาวบ้านได้เห็นธาตุแท้ของคนว่ายามจนตรอกจนแต้มจำนนด้วยหลักฐานไปไม่เป็นแล้ว ยังลอยหน้าเถียง เมื่อเถียงไม่ขึ้นก็พาลกระแชง ดื้อๆ ว่าจะไม่พูดเรื่องนาฬิกาอีกแล้ว ยึดหลัก “ไม่พูด ไม่หนี ไม่ออก”

เมื่อเจ้าตัวกล้าลอยหน้า ยืดอกสู้ความอัปยศ ชาวบ้านก็มองคุณท่านผู้นำว่าจะทำอย่างไรเพื่อผดุงความน่าเชื่อถือของรัฐบาลซึ่งไม่เหลือแล้ว คำพูดที่ได้ยินทำเอาแทบช็อก! “ขอให้เลิกพูดเรื่องนาฬิกาได้แล้ว เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ”

นี่เป็นการพูดแบบตัดตอน เชิงปรามหน่วยงานรัฐว่าอย่าไปขุดคุ้ยเรื่องเล็กน้อย!

มันเกี่ยวอะไรกับข้อสงสัย คำครหาว่าไม่แจ้งทรัพย์สิน และสิ่งที่ชาวบ้านต้องการคำอธิบายให้กระจ่าง? ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว น่าจะลาออก กลับไปใช้ชีวิตส่วนตัวที่บ้าน แต่ต้องส่งรายงานทรัพย์สินที่หดหายหรืองอกเงย ขณะที่ยังกินเงินเดือนจากภาษีชาวบ้าน

เลิกพูดได้เลยว่าเรื่องการปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ธรรมาภิบาล!

ข้ออ้างว่ายืมนาฬิการุ่นต่างๆ จากเพื่อนรักมาสวมหลายปี จนกระทั่งเพื่อนเสียชีวิตไปแล้วยังสวมใส่บางเรือนอยู่นั้น เรื่องพรรค์นี้อ้างได้ คนฟังได้ แต่จะให้คนเชื่อนั้น คงมีแต่พวกปัญญาอ่อน บ้องตื้น สติไม่สมประกอบ แม้แต่ประธาน ป.ป.ช. ยังขอถอนตัว ไม่ขอฟัง

ชาวบ้านมองว่าเป็นการเอาตัวรอดไปอีกแบบ แม้จะดูโอ่อ่าสง่างาม แต่สายตานายใหญ่ผู้มีอุปการคุณ ป.ป.ช. น่าจะเขียวปั้ด ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่เหลือว่าจะกอบกู้สภาวะที่สิ้นความน่าเชื่อถือให้ฟื้นคืนมาได้สักเท่าไหร่ หรือยังจะยื้ออีกยาวนาน

ที่ผ่านมานับว่ามีความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือเกินรับได้อยู่แล้ว ในสังคมที่พัฒนาแล้ว ถ้ามีเรื่องฉาวน่าอับอายอย่างนี้ แล้วผู้มีหน้าที่สอบสวนทำอะไรไม่ได้ก็มักเลือกที่จะลาออกเพื่อความเคารพตัวเอง ศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ ไม่ตากหน้าอยู่ให้คนหยาม

เพื่อความเป็นธรรม ป.ป.ช.ต้องสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เชิญเจ้าตัวมาซักถาม และตั้งคณะกรรมการซักถาม มีสื่อมวลชน คนภายนอกร่วมอยู่ด้วย ถ่ายทอดสดออกทีวีทุกช่อง เอาเวลารายการคืนวันศุกร์ของคุณท่านนั่นแหละ รับรองเรตติ้งกระฉูดถล่มทลาย

ถ้าจะให้สวย น่าศรัทธาเชื่อถือ ป.ป.ช. ต้องส่งเรื่องนี้ให้ศาลอาญาว่าด้วยการทุจริตพิจารณา ซักค้าน เอาพยานไปว่ากันให้เต็มที่ ขนนาฬิกาตามที่ปรากฏบนข้อมือเอาไปให้ศาลดู สอบถามแหล่งที่มา เลขหนังสือรับรอง ร้านจำหน่าย การชำระเงิน วันเวลาที่ซื้อ

เรื่องนี้เป็นความอัปยศของระบบต่างๆ ในบ้านเมือง ถ้าเรื่องนี้จบลงแบบหยวนๆ กันไปตามประสาเพื่อนพ้องน้องพี่ กตัญญูกตเวที แต่บ้านเมืองเสียหาย จะเป็นตราบาปที่คนในสังคมไม่ยอมรับ และรัฐบาลคุณท่านจะมีปัญหา ผลที่จะตามมายากที่จะประเมิน

มีประเด็นชวนให้สงสัยว่าน่าจะมีคนรัฐบาล ผู้ใหญ่ผู้โต มีนาฬิกาหลายเรือน ถ้าไม่เปิดเผย ไม่สวมโชว์ ย่อมไม่มีคนพบเห็น ทำให้รอดตัวไป คงได้แต่สวมตอนอยู่บ้าน หรือรอจนถึงวันหลุดจากอำนาจ พ้นจากระยะที่รายงานทรัพย์สินให้ ป.ป.ช.ตามกฎหมาย

ตามปกติถ้ามีใครเอาของขวัญ ของกำนัลไปให้คนเบอร์ 2 ในองค์กร น่าจะต้องจัดให้แบบเดียวกันสำหรับเบอร์ 1 ด้วย เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนเขม่น ดังนั้น ถ้าจะซื้อนาฬิกาไปให้เจ้านายในแบบที่ว่า ต้องซื้อเป็นคู่ ไม่ซื้อเรือนเดียวแน่ น่าจะเป็นเกรดเหนือกว่าด้วย

เอาแค่ “ยืมนาฬิกาเพื่อน” ยังไม่เท่าไหร่ เป็นเรื่องส่วนตัว! ถ้ายืม “รถซูเปอร์คาร์เพื่อน” ไปขับเล่นยามค่ำคืน แล้วอ้างว่าเป็นเรื่องความสุขส่วนตัว ก็ได้ใช่หรือไม่?! เพื่อนก็ใจดี มีโชว์รูมรถซูเปอร์คาร์ให้เพื่อนยืมได้ทุกเวลา ชอบยี่ห้ออะไร แรงเร็วแค่ไหน ก็มีให้!

ต่อไปเราคงได้เห็นคำอ้าง “ยืมคฤหาสน์ ยืมเครื่องบินส่วนตัว ยืมหุ้น” และทรัพย์สินอื่นๆ ถ้ายืมเงินหลายร้อยล้านบ่อยๆ คงไม่มีปัญหามาก ถ้าคนให้ยืมลืมทวงคืน!!

“เรื่องส่วนตัว” อย่างนี้ เราคงไม่ได้ยินจากผู้นำประเทศที่พัฒนาทางสังคมจริยธรรม มีคุณธรรม กระบวนยุติธรรมน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ประเทศที่มีการโกงกินติดอันโลกอย่างนี้

ไม่มีใครสนใจความอยู่รอดของรัฐบาลและคณะผู้ใหญ่ผู้โต แต่ห่วงความอยู่รอดของบ้านเมือง ถ้าระบบต่างๆ เสื่อมทรามล่มสลายเพราะคนไม่กี่คน ประชาชนไม่ทนแน่ แม้การเดินขบวนขับไล่ความอัปยศจะเสี่ยงต่อคดีสารพัด เช่น ก่อการร้าย กบฏ อั้งยี่ ฯลฯ

คดีที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กปปส. โดนอยู่เพราะประเทศนี้ยังไม่เคยมีรัฐบาลที่มาจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน! มีแต่รัฐบาลเพื่อเจ้าของพรรค เพื่อพวกกู รุ่นกู เพื่อนพ้องน้องพี่ ผู้อุปการคุณลงขันซื้อเสียง ลงทุนให้ทำรัฐประหาร

มีความฉาวโฉ่ เกิดวิกฤตศรัทธาร้ายแรงขนาดนี้ ยังจะมีคนหวังลมๆ แล้งๆ อยากอยู่ต่อเป็นนายกฯ คนนอกอีกหรือ แน่ใจหรือว่าจะมีการเลือกตั้งตามโร้ดแหม็บๆ ที่ยื้อไปจากเดิมอีก 90 วัน? ถ้าจะมีเลือกตั้งจริง แน่ใจหรือว่าทั้งคณะจะอยู่รอดได้จนถึงวันนั้น!

โปรดได้รับรู้ไว้ด้วยว่า ความฉาวโฉ่ไปสู่ประชาคมโลกขนาดนี้ ถ้าคณะผู้ใหญ่ผู้โตไม่รู้สึกอับอาย แต่คนไทยอายจนแทบเอาปี๊บคลุมหัว ไปต่างประเทศมีแต่คนถามเรื่องนี้ว่าประชาชนทนรับได้อย่างไร ตัวแทนของรัฐบาลยังกล้าไปร่วมประชุมในเวทีโลกอีกหรือ

เลิกพูดเถอะ เรื่องการปราบปรามทุจริต คอร์รัปชั่น ธรรมาภิบาล ประเทศไทย 40. หรือสารพัดที่จะอ้างเพื่อให้ผู้ใหญ่ผู้โตดูดี แค่นี้คนไทยก็อายแทบมุดดินหนีอยู่แล้ว! แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ ถ้าพระอาทิตย์ฉายแสงร้อนแรงไล่แล้วไม่ไป ต้องให้ใครมาไล่หรือ?




กำลังโหลดความคิดเห็น...