xs
xsm
sm
md
lg

ขึ้นค่าจ้าง5-22บ.สูงไป หวั่นกระทบSMEs-ภาคครัวเรือน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360 - "ส.อ.ท." เตรียมพิจารณาผลตอบรับจากสมาชิกทั่วประเทศ กรณีบอร์ดค่าจ้างปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-22 บาทต่อวัน ในการประชุมบอร์ดบริหารส.อ.ท. ประจำเดือน 22 ม.ค.นี้ ยอมรับว่าสูงเกินกว่าที่คาดไว้มาก ผวาราคาอาหารพาเหรดขึ้น กระทบครัวเรือน ภาคเกษตรบริการควักจ่ายเพิ่ม SMEs กระอัก

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า วันนี้ ( 22 ม.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำเดือน ซึ่งจะมีการพิจารณาประเด็นกรณีที่คณะกรรมการค่าจ้างเห็นชอบปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำอีก 5-22 บาทต่อวัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 เม.ย.นี้ว่า สมาชิกทั่วประเทศจะมีความเห็นอย่างไร เพื่อที่จะรวบรวมผลกระทบและข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลต่อไป

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ส.อ.ท.ได้ให้สมาชิกทั่วประเทศรวบรวมความเห็น 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1. เห็นด้วยหรือไม่กับอัตราดังกล่าว 2. ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง 3. จะปรับตัวได้หรือไม่ อย่างไร ให้ส่งกลับมายังส.อ.ท.เพื่อนำเสนอต่อการประชุมบอร์ดส.อ.ท. เพื่อรวบรวมความเห็นในการนำเสนอรัฐบาลพิจารณาต่อไป

" หากผลสำรวจเห็นว่าอัตราดังกล่าวไม่มีผลกระทบใดๆ ก็คงไม่มีปัญหา แต่หากส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ และมีข้อแนะนำต่างๆ ก็คงต้องรวบรวมเสนอกลับไปยังรัฐบาล" นายเกรียงไกร กล่าว

ทั้งนี้ ยอมรับว่าอัตราค่าจ้างเดิมที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดหารือกัน ซึ่งเป็นลักษณะของไตรภาคี ที่มี 3 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐ ได้สรุปภาพรวมการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 2-15 บาท ต่อวันโดยแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ซึ่งทางส.อ.ท.ยืนยันตลอดว่าไม่ได้คัดค้านขึ้นค่าจ้าง หากแต่ไม่เห็นด้วยหากจะขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อผลออกมาค่าจ้างปรับขึ้น 5-22 บาทต่อวัน ถือว่าสูงกว่าที่คาดหมายไว้

นายสมมาต ขุนเศษฐ ประธานกิตติมศักดิ์ส.อ.ท.จังหวัดปราจีนบุรี และกรรมการส.อ.ท. กล่าวว่า หากจะให้ไทยก้าวสู่ 4.0 รัฐควรจะลอยตัวค่าแรง โดยกำหนดค่าขั้นต่ำไว้เท่านั้นเพื่อให้สะท้อนกลไกตลาดอย่างแท้จริง และการพิจารณาควรจะปรับโครงสร้างที่ไม่ใช่แค่ไตรภาคี เพราะเป็นเรื่องเศรษฐกิจภาพรวมต้องมีตัวแทนจากกระทรวงเศรษฐกิจอื่นๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฯลฯ

" รัฐไม่เข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจอย่าง จ.ระยอง ชลบุรี ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เกิน 330 บาทต่อวันไปแล้วสิ่งที่ห่วงคือ ระดับครัวเรือนจะเดือดร้อน มีใครการันตีได้ว่าราคาอาหารจะไม่แพงขึ้นมาก ภาคเกษตร บริการ ธุรกิจขนาดกลางย่อม (SMEs) ที่ต้องใช้แรงงาน ต้นทุนจะเพิ่มสิ่งเหล่านี้น่าห่วงกว่า เพราะนี่คือระดับฐานราก " นายสมมาต กล่าว

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า ค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวถือว่าสูงกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมพื้นฐานที่เน้นการใช้แรงงานมากจะประสบภาวะลำบากขึ้น แต่อุตสาหกรรมเหล่านี้ก็มีการปรับตัวพอสมควร เช่น การย้ายฐานไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่สิ่งที่ห่วงคือผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งปกติมีกำไรไม่มาก อาจประสบภาวะขาดทุนได้

นอกจากนี้บอร์ดแรงงานยังได้เสนอให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องกำหนดโครงสร้างเงินเดือน เพื่อให้ลูกจ้างเห็นอนาคตและเป็นหลักประกันในเรื่องอัตราค่าจ้างที่จะเกิดขึ้นทุกปีประเด็นดังกล่าวก็เป็นห่วงว่าหากนายจ้างต้องระบุชัดเจนว่าต้องขึ้นค่าจ้างทุกปีกรณีประสบปัญหาขาดทุนจะทำอย่างไรถือเป็นเรื่องอันตรายพอสมควร และกรณีที่เสนอให้กำหนดอัตราค่าจ้างแบบลอยตัวให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่โดยจะนำร่องในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นการลอยตัวเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม หรือรวมกับนอกนิคมฯด้วย

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยหากจะลอยตัวราคาค่าแรงโดยกำหนดให้ต้องไม่ต่ำกว่า 330 บาทต่อวัน เพราะเป็นสิ่งที่ควรจะให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้พิจารณาให้สอดรับกับปัจจัยเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นๆ ซึ่งจะทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีการปรับตัวได้อย่างแท้จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น...