xs
xsm
sm
md
lg

ยื้อเลือกตั้งสนช.สมประโยชน์ "บิ๊กตู่"อ่วมเจอ”4วิกฤตเสื่อม”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360 - กมธ.พิจารณากม.เลือกตั้งส.ส. อ้างมีเหตุผลที่ไม่สามารถพูดได้ ที่ต้องยือเลือกตั้งออกไปอีก 90 วัน ยัน สนช.ไม่ได้มีผลประโยชน์ร่วม "วัชระ" จวกกมธ.สมประโยชน์ ทั้งได้เงินเดือนต่ออีก 3 เดือนแถมจะได้เป็นส.ว.เป็นการตอบแทน พท.ชี้ "บิ๊กตู่" สร้าง 4 วิกฤติเสื่อม"โรคเลื่อน-ไม่โปร่งใส-ใช้หลักกู- อุ้มชูทุนใหญ่" ระวังเป็น"โมฆะบุรุษ" หากเลื่อนวันเลือกตั้ง ถือว่าไม่รักษาคำพูด ด้านปชป. เชื่อผู้มีอำนาจส่งซิกยื้อเลือกตั้ง

วานนี้ (21 ม.ค.) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ กมธ.วิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงการแก้ไขร่างกม.ให้มีผลบังคับใช้หลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษาไป 90 วัน ว่า กมธ.ทำหน้าที่พิจารณา กม. เราจะรู้ข้อเท็จจริงอย่างดีที่สุดว่า การเขียนกม. ดังกล่าว มีความจำเป็น หรือเหตุผลอะไร จะเห็นได้ว่า ทางกรธ. และกกต. ก็ไม่ได้คัดค้าน แต่อาจจะมีข้อห่วงกังวลอยู่บ้าง เกี่ยวกับเรื่องของข้อกม. ที่อาจจะไปขัด หรือ ลิดรอนสิทธิ ตามรธน.กำหนดเท่านั้น

"เหตุผลบางอย่างที่มีความจำเป็น ก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ทั้งหมด แต่อยากให้ทราบว่า ที่บอกว่าการกำหนด 90 วันนั้น เพราะสนช. คิดจะยืดอายุการทำงานของตัวเอง ไปอีก 2-3 เดือน ผมอยากบอกตามตรงว่า การทำงานสนช. แค่ยืดเวลาไปซัก 2-3 เดือน ก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรต่อพวกเราเลย ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องทำเพื่อยืดเวลาตัวเอง" นายกิตติศักดิ์ กล่าว

ด้านนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษก กมธ. กล่าวว่า เรื่องที่นักการเมืองกล่าวอ้างนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะตนทำหน้าที่โฆษกกมธ. มีหน้าที่ชี้แจงเพียงมติของที่ประชุม เท่านั้น และในวันนี้ (22ม.ค.) เวลา 10.00 น. จะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการโทรศัพท์สอบถาม กมธ. อาทิ นายวิทยา ผิวผ่อง ประธานกมธ. ฯ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ รองประธานกมธ. พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร กมธ. แต่ก็ไม่มีใครพร้อมที่จะชี้แจงประเด็นดังกล่าว

ยื้อกม.เลือกตั้งสนช.สมประโยชน์

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ กมธ.วิสามัญร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่ามีเหตุผลบางอย่าง ที่มีความจำเป็นก็ไม่สามารถพูดได้ทั้งหมด และที่ยืดอายุการทำงานของ สนช.ไปอีก 2-3 เดือน ก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรนั้น เป็นการออกมาแถลงแก้เกี้ยวเท่านั้น เพราะเห็นชัดว่า การยืดเวลาการบังคับใช้กม.เลือกตั้งส.ส. ออกไป 90วัน ก็เท่ากับยืดอายุสนช. ออกไปอีก 90 วันเต็ม เงินเดือน สนช.และผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญอีกเดือนละ 2-3 แสน พร้อมสิทธิประโยชน์ รับประทานอาหารฟรี โดยสารเครื่องบินทุกสายฟรี รถไฟชั้น 1 ฟรี ก็ยืดเวลาออกไปอีก 90 วันเช่นกัน แล้วนายกิตติศักดิ์จะมาโกหกสังคมอีกทำไมว่าไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆ

จึงสรุปได้อย่างชัดเจนว่า การที่ กรธ.วิสามัญ พ.ร.ป.ฉบับนี้ พยายามร่างกฎหมายตอบสนองทหารผู้มีอำนาจทางเมือง ก็เพราะ 1. เป็นลิ่วล้อ ที่ไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งคนที่แต่งตั้งตนเองเข้ามาเป็นสนช.ได้ 2. ตนเองก็ได้ประโยชน์ 2 เด้ง คือ 2.1 สนช.ทุกคนได้เงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ 2.2 ได้เป็นส.ว.จากการแต่งตั้งของ คสช.ทุกคน ไม่ว่าอายุ หรือสุขภาพจะเป็นอย่างไร ถ้ายังซ้ายหัน ขวาหันถูก ก็ได้เป็นส.ว.หมดทุกคน

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายตามนี้เป็นไปใบสั่งของทหารที่มีอำนาจทางการเมืองอย่างแน่นอน เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมา สนช. เป็นลูกไล่ของรัฐบาล และคสช.มาตลอด และไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ ที่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. จะประกาศใช้บังคับ ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน ทำให้คำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ต่อนานาชาติ ว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.61 โดยไม่มีการเลื่อนการเลือกตั้งอย่างแน่นอน กลายเป็นการกล่าวคำเท็จ ต่อประชาคมโลก นานาชาติ จะไม่ให้การเชื่อถือประชาธิปไตยแบบไทยไทยอีกต่อไป

การออกกม.ลูก ที่ขัดต่อรธน. เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบตามกม.หรือไม่ อยากให้ สนช.ดูสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วเป็นตัวอย่างในกรณีออกกม.นิรโทษกรรมสุดซอย ทราบว่า ป.ป.ช กำลังชี้มูลความผิด อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยอยู่ สนช.ชุดนี้ก็เช่นกัน ระวังกรรมสนองในอนาคต แม้มี คสช.ในวันนี้ ก็ไม่อาจช่วยอะไรท่านได้ คำสั่งของคสช. เทียบเท่าเพียงพ.ร.บ.เท่านั้น ไม่ใหญ่กว่ารธน.เด็ดขาด ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของท่าน ต้องมาสนองตัณหาการเมืองของคนบางคนหรือ ความเหิมเกริมในอำนาจของ สนช. ออกกม.ตามอำเภอใจ ตามใจ คสช. นายกิตติศักดิ์ เคยอภิปรายใน สนช.ว่า ต่อไปนี้เราต้องขีดเส้นให้นักการเมืองเดินตามเราบ้าง จริงหรือไม่ และที่ผ่านมา สนช. บางคนเคยคุยคำโต อ้างกับชาวบ้านบางจังหวัดว่า สนิทสนมกับนายทหารผู้มีอำนาจ จะบอกให้ใช้ ม.44 ปลดล็อก ให้นายกอบจ.บางจังหวัด หลุดพ้น ม.44 จริงหรือไม่ เหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมของ สนช.บางคน จริงหรือไม่ แล้วจะประชาชนจะหวังอะไรได้ กับการออกกม.ที่เที่ยงธรรม จากสนช.

พท.จวกรัฐสร้าง 4วิกฤตเสื่อม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบันกำลังสร้าง 4 วิกฤต ให้เกิดขึ้น คือ 1. วิกฤตศรัทธาผู้นำจาก“โรคเลื่อน”ผู้นำที่พูดจาไร้หลักการ เลื่อนลอย เปลี่ยนแปลงตามอำเภอใจของตนตลอดเวลา 2. วิกฤตความโปร่งใส ที่เกิดจากทีมงาน คนรอบข้าง และเครือญาติสนิทของผู้นำ ที่กำลังเป็นข่าวฮือฮาดังระดับโลก คือเรื่องแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน 3. วิกฤตหลักการ ใช้หลักกูแทน ปกครองโดยอำเภอใจ แทนหลักนิติธรรม และเลือกใช้หลักกฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ กำราบผู้ที่เป็นภัยต่ออำนาจของตน การใช้เล่ห์ เพทุบาย สมคบคิดกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กับกลุ่มผู้นำ เพื่อหาช่องทางสืบต่ออำนาจให้ยาวนานออกไป 4. วิกฤตผลงานเพื่อให้คนจนหมดทั้งประเทศ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพื่อผลักดันโครงการประชารัฐ อย่างแข็งขัน ซึ่งแท้จริงแล้ว คือโครงการที่อำนวยประโยชน์ให้แก่กลุ่มธุรกิจใหญ่ และเครือข่ายชนชั้นนำที่ช่วยกันโอบอุ้มกลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ใช้งบหลวง และกลไกรัฐมาหาเสียงล่วงหน้า ซึ่งทั้ง 4 วิกฤติที่เกิดขึ้น นำไปสู่ความเสื่อมถอยของกลุ่มอำนาจ ที่ไม่ได้มาจากความเห็นชอบของประชาชน

นายภูมิธรรม ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่เกิดโรคเลื่อนมาโดยตลอด เป็นเพราะ 3 สาเหตุหลัก คือ 1. รองบประมาณ ที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลผลักดันงบจำนวนมหาศาล หวังให้เกิดผลสร้างความพึงพอใจกับประชาชน เพื่อจะเป็นฐานรองรับความนิยมของพวกตนในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น 2. รอการแต่งตั้งโยกย้าย ให้เรียบร้อย เพื่อให้ได้คนของตนไปสร้างความมั่นคงให้กับฐานอำนาจ 3. รอการแต่งตัวของพรรคใหม่ ที่เป็นพรรคของตนเอง หรือพรรคสำรอง ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน ให้มีความพร้อมที่จะชิงความได้เปรียบพรรคเก่า

"วิกฤตทั้งหลายทั้งมวล ทำให้สังคมเห็นเจตนาที่เปิดเผยชัดเจน ถึงเรื่องความต้องการในการสืบทอดอำนาจของคณะผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ที่พยายามชิงความได้เปรียบ ทั้งงบประมาณหลวง กลไกอำนาจรัฐ ทุกส่วน กติกา และกฎหมายที่ใช้ควบคุมการเลือกตั้ง การใช้วาทกรรมเพื่อให้ความหมายและสร้างความชอบธรรมต่อระบบต่างๆ ที่ตนสร้างขึ้น รวมถึงชี้ให้สังคมเชื่อว่า ความล้มเหลวและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเป็นปัญหาที่สื่อมวลชน และพรรคการเมืองต่างๆ กระทำไปเพื่อหวังโค่นล้มรัฐบาล หาได้เป็นความล้มเหลวจากการบริหารที่ผิดพลาดของตน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกหรือผิด ทุกอย่างอยู่ในสายตาประชาชน วันนี้เราไม่อาจพึ่งพาการตรวจสอบใดๆ ได้ บทบาทและกระบวนการตรวจสอบจากกลไกของภาคประชาชน กำลังทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อแก้วิกฤตจากความคิด และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเอง" นายภูมิธรรม กล่าว.

เตือน"บิ๊กตู่"ระวังเป็น"โมฆะบุรุษ"

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระวังจะเป็นโมฆะบุรุษ เป็นบุคคลที่เชื่อถือไม่ได้ หากผิดคำมั่นสัญญา ด้วยการเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งซ้ำซาก และอย่าอ้างว่าเป็นเรื่องของ สนช.เพราะฟังไม่ขึ้น เนื่องจากสนช. ถูกตั้งโดยคสช. จะไม่รู้เห็นเป็นใจ หรือรับใบสั่งให้ขยับวันที่การใช้ ร่าง กม.ฉบับดังกล่าวออกไปอีก 90 วัน ดังนั้นหากมีการขยับวันเลือกตั้งออกไปจากเดือนพ.ย.61 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศไว้ ผลเสียย่อมเกิดกับพล.อ.ประยุทธ์แน่นอน อาจถูกกล่าวว่าเป็นโมฆะบุรุษ เป็นบุคคลที่เชื่อถือไม่ได้ เป็นคนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย นอก

จากนี้ จะส่งผลเสียให้กับประเทศโดยเฉพาะเรื่องการลงทุน และหากเกิดผลเสียขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ

นายชวลิต กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา ที่ให้ไว้กับประชาชน และชาวโลก เพื่อหน้าตาของประเทศ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นประเทศให้กลับคืนมา จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะเลื่อนเลือกตั้ง นอกจากเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และพวกพ้อง

"ผมหวังว่าฟ้ายังมีตาที่จะหยิบยื่นความยุติธรรม ความสงบสุข ความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ด้วยการดลใจให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันนำพาประเทศหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ทางอำนาจ ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนเฉกเช่นนานาอารยประเทศโดยไม่มีความขัดแย้งรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น" นายชวลิต กล่าว

ชี้ผู้กุมอำนาจส่งซิกยื้อเลือกตั้ง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.วิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เสนอปรับแก้กม.ดังกล่าว ให้มีผลบังคับใช้ หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ว่า การที่คนของรัฐบาล บอกว่าเรื่องนี้เป็นดุลยพินิจของกมธ. และสนช. โดยรัฐบาล และคสช. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะ กม.เลือกตั้งส.ส. เป็นกม.หนึ่งใน 4 ฉบับ ของกม. ประกอบรธน. ที่มีการเขียนไว้ในรธน.ชัดเจนว่า เมื่อกม.ทั้ง 4 ฉบับนี้ เสร็จเรียบร้อยมีผลบังคับใช้ ก็จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ถ้าผู้มีอำนาจต้องการขยายเวลาการเลือกตั้งออกไป ก็ต้องใช้ช่องทางของการออกกม.เลือกตั้งส.ส. ให้ต่อท่ออำนาจออกไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะจัดการทุกอย่างตามแผนให้เข้าที่เข้าทาง

"นอกจากจะแต่งตัวพรรคใหม่ยังไม่เสร็จแล้ว การอัดฉีดเม็ดเงินลงไปในพื้นที่ ด้วยหลากหลายโครงการประชานิยมในรูปแบบประชารัฐ บวกไทยนิยม ที่ถมลงไป ก็ยังออกดอกออกผลไม่เต็มที่ พอที่จะกระชากความศรัทธาของประชาชนต่อผู้มีอำนาจให้เพิ่มมากขึ้นจนมั่นใจได้ว่า หนทางข้างหน้าจะปูด้วยกลีบกุหลาบ"

ด้วยเหตุผลนี้เอง จึงน่าจะเป็นไปได้ว่า ผู้มีอำนาจจะส่งซิกให้สนช.ขยายเวลาเลือกตั้งออกไป เพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามเป้าหมาย ส่วนที่โฆษกกมธ.วิสามัญ พิจารณาร่าง กม.นี้บอกว่าที่ขยายเวลาออกไป90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช.ที่ 53 / 2560 ที่กำหนดกระบวนการทางธุรการของพรรคการเมืองใหม่ ที่จะเริ่มเดือนมี.ค.นี้ รวมทั้งการรีเซตสมาชิกพรรค ของพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วนั้น เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าผู้มี

อำนาจไม่เข้ามายุ่งกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ด้วยการใช้ ม.44 ออกคำสั่งที่ขัดรธน. เอื้อประโยชน์ให้พรรคที่จะจัดตั้งใหม่ และบอนไซพรรคที่มีอยู่แล้ว โดยปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามปกติ หลังจากพ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้ เมื่อหลายเดือนก่อน ก็คงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องใช้ช่องทางการขยายเวลาเลือกตั้งออกไปผ่านการทำ กม.เลือกตั้ง ส.ส.

เตือนคสช.จะเดินต่อลำบาก

นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าผู้มีอำนาจต้องการยืดเวลาอยู่ในอำนาจต่อไป โดยพฤติกรรมในช่วงที่ผ่านมา ก็พิสูจน์แล้วว่าพอมีอำนาจ ก็หลงอยู่ในอำนาจ เพราะคนรอบข้างสรรเสริญ เยินยอ แต่ตนอยากฝากว่า ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน กำลังอัดอั้น คุกรุ่นอยู่ในใจ การหาเหตุเลื่อนเลือกตั้งในแนวบีบบังคับ เพื่อยื้ออำนาจต่อไปเรื่อยๆ ขอให้ระวังเชื้อไฟในใจประชาชนจะระเบิดขึ้นมา ซึ่งถือว่าเปราะบาง และอันตรายมาก

"ถ้าถึงวันนั้นจะไม่มีใครคุมสถานการณ์อยู่ และผู้มีอำนาจจะเสียใจ ผมอยู่กับชาวบ้านรู้เลยว่า สถานการณ์ของผู้มีอำนาจ เดินต่อลำบาก โดยเฉพาะประเด็นความไม่ชอบมาพากลเรื่องแหวน และนาฬิกา ของคนรอบข้างผู้มีอำนาจที่สังคมยังคาใจ" นายศุภชัย กล่าว

นอกจากนี้ สนช. ยังเป็นอีกหนึ่งตัวการสร้างปัญหา และที่อันตรายอีกเรื่องคือ การทำงานทั้งที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ร่างกติกา ร่างกฎหมาย เพื่อการปฏิรูปเดินหน้าประเทศ แต่ขณะนี้กลับแสดงพฤติกรรมทำหน้าที่ แบบหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายเสียเอง ทั้งเรื่องการพิจารณากม.ลูก ป.ป.ช. , กม.ลูก ส.ว. , กม.ลูก ส.ส. ที่ไม่ใช่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง แต่ละเรื่องขัดแย้งกัน จนจะนำไปสู่การยื่นศาลรธน.ตีความ

"ประเด็นเหล่านี้ สุ่มเสี่ยงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องนาฬิกาหรู ปัญหาของคนรอบข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. รวมถึงกรณีที่บอกว่า มีสื่อและนักการเมืองจะมาล้มรัฐบาลคสช. ก็เช่นกัน วันนี้คงไม่มีใครทำอันตรายท่านได้ มีแต่ท่านทำตัวพวกท่านเอง ที่เกิดมีปัจจัยล่อแหลมในขณะนี้ ทำตัวเองทั้งนั้น โปรดอย่าไปโทษคนอื่น"นายศุภชัย กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...