xs
xsm
sm
md
lg

ไทยกับการร่วมจุดไฟสงครามเกาหลี

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


เห็นข่าวว่า...ในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว วันที่ 25 มกราคมที่จะถึง นักกีฬาฮอกกี้หญิงของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้ตัดสินใจรวมตัวเป็นทีมเดียวกันเป็นครั้งแรก ในการร่วมเดินเข้าสู่สนามภายใต้ธงชาติอันเดียวกัน อันย่อมส่งผลให้สีสัน บรรยากาศความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี น่าจะเป็นอะไรที่สดใสซาบซ่าขึ้นมาเป็นกอง และน่าจะทำให้โลกทั้งโลกพลอยถอนอก ถอนใจ ตามไปด้วย โดยเฉพาะสำหรับผู้ใฝ่ใจใน “สันติภาพ” ทั้งหลาย...

แต่ในขณะที่สีสัน บรรยากาศ อันน่าชื่นชม ยินดี กำลังปรากฏอยู่ในคาบสมุทรเกาหลีดังที่กล่าวไปแล้ว อีกมุมหนึ่งของโลกคือที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ 20 ประเทศเพื่อร่วมหารือแก้ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ก็เพิ่งจะได้บทสรุปในช่วงวันพุธที่ผ่านมา และจากบทสรุปที่ปรากฏอยู่ใน “แถลงการณ์ร่วม” ของบรรดาประเทศต่างๆ ที่ถูกดึง ถูกลาก ให้เข้าไปร่วมกับคุณพ่ออเมริกา ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดประชุมคราวนี้ กลับทำให้บรรยากาศในคาบสมุทรเกาหลีร้อนฉ่า ชนิด “ไฟนรกสุดขอบฟ้า” อาจถูกจุดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้...

คือสรุปว่า...ทั้ง 20 ประเทศนั้น เห็นพ้องต้องกันที่จะยกระดับ “การลงโทษ” หรือ “มาตรการแซงชั่นฝ่ายเดียว” ต่อเกาหลีเหนือ ให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นไปอีก โดยผู้ที่เป็นเจ้าภาพอย่างอเมริกาและแคนาดาได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกๆ ประเทศร่วมมือสนับสนุน “มาตรการสกัดกั้นทางทะเล” เพื่อปิดกั้นการลักลอบขนถ่ายสินค้าต่างๆให้กับเกาหลีเหนือ หรือมาตรการตรวจจับเรือสินค้าในน่านน้ำสากลที่ต้องสงสัยว่าอาจพยายามหลีกเลี่ยงมติการแซงชั่นของสหประชาชาติ อันเป็นมาตรการที่นักสังเกตการณ์และผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายราย ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ต่างอะไรไปจาก “การเปิดฉากสงคราม” อย่างเป็นทางการกับเกาหลีเหนือนั่นเอง และอาจนำไปสู่การตอบโต้ หรือนำไปสู่ “สงครามโดยอุบัติเหตุ” ได้ทุกเมื่อ...

ดังนั้น...จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ทั้งประเทศจีนและรัสเซีย ซึ่งพยายามสร้างบรรยากาศให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปในทางสันติมาโดยตลอด แต่กลับถูกกีดกันไม่ให้มีโอกาสเข้าร่วมในเวทีประชุมคราวนี้ได้เลยแม้แต่น้อย แถมยังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นในการลักลอบขนถ่ายน้ำมันให้เกาหลีเหนือไปเมื่อเร็วๆ นี้ ถึงขั้น “ทรัมป์บ้า” ออกมาโมเมว่า “จับได้คาหนัง-คาเขา” อะไรทำนองนั้น...เลยต้องออกมาด่า ออกมาเหน็บเวทีการประชุมแวนคูเวอร์ แบบหนักบ้าง เบาบ้างไปตามสภาพ อย่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีน “นายหวัง อี้” (Wang Yi) ได้ออกมาสรุปด้วยคำพูดแบบสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “นานาชาติควรได้เปิดหู เปิดตาอย่างชัดเจนแล้วว่า...ใครคือผู้สนับสนุนแนวทางสันติในการแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี และใครคือผู้ที่พยายามยุแยงตะแคงรั่วให้คาบสมุทรเกาหลีร้อนเป็นไฟ” ส่วน “นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ” (Sergay Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ถึงกับสรุปว่าเวทีประชุมครั้งนี้เป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้” และมุ่งไปสู่ “การทำลาย” เอาเลยถึงขั้นนั้น...

คือไม่เพียงแต่พยายามไปดึงเอาประเทศที่ไม่ได้มีกิจกรรมใดๆ เกี่ยวข้องกับคาบสมุทรเกาหลีด้วยเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่ากรีซ เบลเยียม โคลัมเบีย เอธิโอเปีย ลักเซมเบิร์ก ฯลฯ เข้าไปร่วมในเวทีประชุมคราวนี้ แต่ยังพยายามรวบรวมบรรดาประเทศที่เคยถูกสหรัฐฯ ฉุดกระชากลากถูให้ส่งทหารเข้าไปร่วมรบในสมรภูมิเกาหลีเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1950-1953 ให้กลายเป็นตัวรองมือ รองตีน รองรับความชอบธรรมของสหรัฐฯ ในการเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ ในลักษณะที่เน้นน้ำหนักไปสู่ “มาตรการทางทหาร” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ว่า...ถึงขั้นระหว่างการประชุม ยังมีการออกข่าว ปล่อยข่าว ว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมที่จะ “เปิดฉากโจมตีแบบจำกัด” เอาเลยถึงขั้นนั้น...

และที่น่าเสียดาย น่าเสียใจเอามากๆ...ก็คือตัวแทนรัฐมนตรีต่างประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ดันไปยืนเข้าแถวเรียงหนึ่ง เรียงสาม แสดงอาการเคียงบ่า เคียงไหล่กับคุณพ่ออเมริกา ในเวทีประชุมที่ถูกระบุว่ามุ่งไปสู่ “การทำลาย” หรือเวทีประชุมที่รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซียถึงกับต้องใช้คำว่า “รับไม่ได้” ไม่ต่างไปจากโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน “นายหลู กัง” (Lu Kang) ที่ออกมาระบุว่า “เวทีการประชุมที่แวนคูเวอร์นั้น เป็นการประชุมที่ไม่ได้มีความชอบธรรมทางกฎหมายใดๆ รองรับ และเป็นสิ่งที่ประเทศจีนคัดค้านมาโดยตลอด...”

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า...การไปร่วมตามแห่ ร่วมรองมือ รองตีนให้กับคุณพ่ออเมริกาคราวนี้ จะส่งผลให้ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา จะได้รับการจัดอันดับ เขยิบอันดับอะไรต่อมิอะไร จนเป็นที่ยอมรับ เป็นที่สนใจต่อ “นักลงทุน” ชนิดรวยกันระเบิดเถิดเทิง จีดีพีโตสี่ โตห้า ตามที่รัฐบาลท่านได้คุยๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้าหรือไม่ อย่างไร แต่ก็เอาเถอะ...ในเมื่อ “ทุน” กับ “ปืน” ออกจะเป็นอะไรที่ “สมานฉันท์” กันยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อะไรที่จะนำมาซึ่ง “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ได้มากกว่า น้อยกว่า อันนั้น...คงต้องไปพิจารณากันเอาเอง แต่อย่างน้อย...คงต้องขอฝากข้อคิด คำเตือนของอภิมหานักคิด นักเขียน อย่าง “ซัมเมอร์เซ็ท มอห์ม” (W.Somerset Maugham) ที่ได้เอ่ยเป็นวาทะไว้น่าคิด น่าสนใจไม่น้อย ด้วยข้อความประโยคที่ว่า “If a nation values anything more than freedom, it will lose its freedom, and the irony of it is comfort or money that it values more, it will lose that too.” หรือ “ชาติใดให้ความสำคัญแก่สิ่งอื่นมากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้น...จะสูญเสียอิสรภาพ และที่น่าหัวร่อก็คือหากชาตินั้น ให้ความสำคัญแก่ความสุขสบายและเงินทองมากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้น...ก็จะสูญเสียความสุขสบาย เงินๆ ทองๆ และตามด้วยการสูญเสียอิสรภาพควบคู่ไปด้วย...”


กำลังโหลดความคิดเห็น...