xs
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

2561 : ปีสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิรูป ยุบรวม12คณะทำงาน"สานพลังประชารัฐ"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เผยแพร่ข้อเสนอของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ในคราวประชุมครม. เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา มีใจความว่า

“ตามที่รัฐบาลได้บริหารราชการแผ่นดินมา3ปี โดยในช่วงปีแรกได้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนต่างๆไปแล้ว และในปีถัดมาได้มุ่งวางรากฐานการพัฒนาประเทศ ตามกรอบของยุทธศาสตร์ชาติโดยเน้นการปฏิรูปประเทศใน 11 ประเด็น โดยที่รัฐบาลตระหนักว่าการปฏิรูปจะสามารถขับเคลื่อนอย่างมีเอกภาพให้บรรลุเป้าหมายได้ จะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน”

“ดังนั้นปี 2561 จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิรูป และยุทธศาสตร์ชาติแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการปฏิรูปประเทศ จึงเห็นควรมอบให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ”

“ทั้งส่วนที่ได้มาจากคณะกรรมการปฏิรูปในแต่ละด้าน และส่วนราชการต่างๆ เพื่อนำเสนอนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พิจารณาประกอบการสร้างการรับรู้ข้างต้น ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติ ประสานกับคณะรักษาความสงบแห่งขาติ ในการดำเนินการด้วย

นอกจากนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้เสนอเพิ่มเติมว่าการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในปี2561 เป็นช่วงเวลาที่จะส่งผ่านไปสู่การปฏิรูปประเทศในเรื่องต่างๆ ตามกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ การขับเคลื่อนงานของหน่วยงานภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูปและทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อบูรณาการไปสู่เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีข้อมูลเกี่ยวกับ“ร่างกฎหมายสำคัญ”“แผนการปฏิรูปในเรื่องต่างๆ”และ“โครงการสำคัญที่หน่วยงานต่างๆ”จะดำเนินการในปี 2561 เพื่อจะได้นำข้อมูลมาบูรณาการและประสานงานเพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนในภาพรวมให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ต่อไป

“จึงเห็นควรมอบให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ดำเนินการสอบถามและรวบรวมข้อมูลดังกล่าวจากทุกหน่วยงานเพื่อเสนอ ให้นายวิษณุ เครืองาม พิจารณาภายในเดือนมกราคมนี้ ก่อนเสนอครม.อีกครั้ง”
 
คร่าวๆ สภาพัฒน์ และสลค.ขอให้หน่วยราชการ รายงานมาในวันที่ 25 ม.ค.นี้ เน้น“ร่างกฎหมายสำคัญ”ที่เสนอสนช.ในปี 2561 โดยให้บอกชื่อกฎหมาย สาระสำคัญ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ และกำหนดระยะเวลาที่คาดว่าจะเสนอครม. ขณะที่“แผนปฏิรูป ปี 2561”ให้บอกประโยชน์ที่จะได้รับ และสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศอย่างไร และยังให้บอกถึงกำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการ ไปถึงระยะเวลาดำเนินการตามแผน สุดท้ายให้แจ้งโครงการขยายใหญ่ ปี 2561 ให้สรุปงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ ผลกระทบและต้องใช้เวลาสร้างการรับรู้ความเข้าใจเท่าไร

อีกด้านหนึ่ง นายสมคิด ยังมีแผนที่จะยุบรวม 12 คณะทำงานขับเคลื่อนประเทศ“สานพลังประชารัฐ”ให้เหลือ เพียง 3 กลุ่ม ภายหลังมีการแต่งตั้ง และขับเคลื่อนมากว่า 3 ปี แต่งตั้ง 15 ธ.ค.58 มีทั้งคนเด่น คนคนดัง มาทำงานร่วมกับรัฐมนตรีชุดที่ผ่านๆมา แม้รัฐมนตรีหลายคนจะถูกปรับเปลี่ยน แต่งานก็ยังเดินหน้า
 
ตามข่าวระบุว่าว่า“นายสมคิด จะยุบเครือข่ายประชารัฐ 12 กลุ่มให้เหลือ เพียง 3 กลุ่ม” โดยจะให้รัฐมนตรีหน้าใหม่ 3 คน เข้ามาทำงานร่วมกับ "เจ้าสัว" อีก 3 คน ที่นั่งเป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนประเทศ“สานพลังประชารัฐ”อยู่แล้ว

กำหนดเป้าหมาย 3 เดือน ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอครม. และ คสช.

ชุดแรก“นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะทำงานร่วมกับนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าและผู้บริหารกลุ่มน้ำตาลมิตรผล”โดยสรุป และการแก้ความเลื่อมล้ำ การเกษตร และความยากจน

อย่างไรก็ตาม แต่เดิม“ประชารัฐชุดนี้”พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนากรัฐมนตรี สมัยนั่ง รมว.เกษตรฯ เคยทำงานร่วมกับ นายอิสระ ที่เน้น “ปฏิรูปภาคเกษตร” ลดการเหลื่อมล้ำระหว่างภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร มีการขับเคลื่อน“สมาร์ทฟาร์มเมอร์”และ“เอสเอ็มอีเกษตรกร”

นอกจากนั้น คณะทำงานที่มีนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กำหนดประเด็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ และหลุดพ้นจาก“กับดัก”ประเทศรายได้ปานกลาง

ที่สำคัญแนวทาง“ธุรกิจสตาร์ทอัพ”เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้สร้างธุรกิจ ก็เกิดจากคณะทำงานกลุ่มนี้ รวมถึงแนวทางให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รายงานค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนอย่างจริงจัง

กลุ่มต่อมา "ด้านการพัฒนาคน สังคม และการศึกษา" มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จับมือกับเครือซีพี “นายศุภชัย เจียรวนนท์”โดยคณะทำงานชุดนี้ จะต่อยอดจาก คณะทำงานที่เคยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ สมัยนั้น รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ที่กำหนดเป้าหมายยกระดับคุณภาพวิชาชีพสายอาชีวศึกษาให้แข่งขันในตลาดโลก รวมถึงมุ่งขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานการศึกษาของประเทศในทุกมิติ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาระบบไอซีที ในการศึกษาและยกระดับความสามารถด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีโครงการศูนย์กลางการศึกษาแห่งภูมิภาคหรือ Education Hub พัฒนามหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศด้านงานวิจัยระดับภูมิภาคภายใน 5 ปี
 
สุดท้าย “กลุ่ม ไทยแลนด์ 4.0”นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จับคู่กับนายกานต์ ตระกูลฮุน จาก บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย มุ่งเป้าตามแผน "ไทยแลนด์ 4.0" กลุ่มนี้ใหญ่ โดยจะยุบ 9 กลุ่ม ทั้งท่องเที่ยว ชายแดน อีอีซี และ "เมกกะโปรเจกต์ " ทั้งหมด มาเป็นกลุ่มเดียว เช่น โครงการยกระดับรายได้ มีโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น , โครงการคืนชีวิตให้เมืองเก่า เป็นต้น รวมถึงสรุปการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชนด้านเศรษฐกิจ (กรอ.เศรษฐกิจ) ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี(CLMV)คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม และที่สำคัญ“เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก”

ดังนั้น คณะทำงานที่จะยุบ แน่ๆ คือ ชุดที่ 3“คณะทำงานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE”ชุดที่ 4 “คณะทำงานด้านการส่งเสริมส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ” ชุดที่ 5 “คณะทำงานด้านการพัฒนาคลัสเตอร์ ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”(New S-Curve) ชุดที่ 7 คณะทำงานด้านการสร้างรายได้ และการกระตุ้นการใช้จ่ายของประเทศ ชุดที่ 8 คณะทำงานด้านการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ส่วน ด้านสังคม ที่จะยุบรวม ประกอบด้วย ชุดที่ 9 คณะทำงานด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ชุดที่ 10 คณะทำงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐ เนื่องจากมีการจัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จำกัด ในพื้นที่ 18 กลุ่มจังหวัด และ 76 จังหวัดทั่วประเทศ เสร็จสิ้นแล้ว ชุดที่ 11 คณะทำงานด้านการปรับแก้กฎหมาย และกลไกภาครัฐ และชุดที่ 12 คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ

คาดว่า การยุบคณะทำงาน ขับเคลื่อนประเทศ“สานพลังประชารัฐ”น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา ครม.มีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ.... หรือ “มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ โดยจะเป็นการกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐ หรือเพื่อดำเนินการภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ”

โดยกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ได้มีการจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐ หรือเพื่อดำเนินการภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5% ของกำไรสุทธิหลังจากที่ได้หักรายจ่ายเป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา

มีการสรุปรายชื่อ 12 องค์กรเอกชน ที่เข้าร่วม“โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน”ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ โดยโครงการดังกล่าวเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในโรงเรียน 3,342 แห่งทั่วประเทศ
 
ดังนั้น ทั้ง 2 เรื่อง คือ การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการปฏิรูป และยุทธศาสตร์ชาติแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการปฏิรูปประเทศ กับแผนยุบรวม 12 คณะทำงานขับเคลื่อนประเทศ“สานพลังประชารัฐ”ให้เหลือ เพียง 3 กลุ่ม จะเกิดขึ้นแน่ๆ ในปี 2561.


กำลังโหลดความคิดเห็น...