xs
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี “ลุงตู่ สแตนดี้” คนนี้ “หลายร่าง” นะจ๊ะ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ไม่ว่าต้องการจะโชว์ภาพลักษณ์ “นายกฯ ลุงตู่เป็นคนตลก” หรือ “ประกาศความเป็นนักการเมือง” หรืออย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงได้สร้างความฮือฮาและเรียกรอยยิ้มอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 หลังมอบโอวาทให้เยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ด้วยการสั่งให้สั่งเจ้าหน้าที่ให้ยกสแตนดี้ ที่เป็นรูปถ่ายของตนเองเท่าตัวจริง มาตั้งที่หน้าไมโครโฟน พร้อมประกาศว่า “ถ้าใครจะถ่ายรูป ใครจะสอบถามปัญหาการเมือง ความขัดแย้ง ถามกับไอ้คนนี้นะ”

ไม่รู้ในใจ “นายกฯ ลุงตู่” คิดอะไร หรือต้องการสื่ออะไรให้ได้รับทราบ หรือเป็นเพียงแค่มุขตลกวางท่าเป็น “ลุงตู่เฉย” แห่งทำเนียบรัฐบาลเฉยๆ แข่งกับ “จ่าเฉย” ตามสี่แยกไฟแดงต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ก็ไม่รู้

แต่ที่แน่ๆ คือสิ่งที่ผู้นำประเทศกล่าววาจาออกมาแสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องการตอบถามเรื่อง “ปัญหาการเมือง” และ “ความขัดแย้ง” ที่เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ เพราะไม่อาจตอบได้แบบสะดวกใจจึงต้องอาศัยสไตล์ของ “นักการเมือง” ที่ตนเองเพิ่งประกาศสถานะไปก่อนหน้านี้มาแก้ปัญหาให้กับตัวเอง

อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปคิดถึงคำขวัญวันเด็กยุคดิจิตัลประจำปี 2561 ที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบให้กับเด็กไทยว่า “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี” ประกอบภาพ “หุ่นลุงตู่เฉย” ก็ต้องถือว่าเป็น “หมุดหมาย” ที่น่าสนใจไม่น้อยถึงสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ปรารถนาให้ประเทศเดินทางไปในทิศทางไหนในอนาคต

แน่นอน เรื่องสร้างสรรค์เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในยุคที่โลกเข้าสู่ยุคดิจิตัล เพราะไม่เช่นนั้นรัฐบาลคงไม่มุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตัลแบบขนานใหญ่ผ่านสารพัดโครงการจนกลายเป็น “วาระแห่งชาติ” และจะว่าไป “ลุงตู่สแตนดี้” ก็เป็นหนึ่งในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่คงต้องยกนิ้วให้ เพราะทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีอย่างทั่วถึง

แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากตัดเฉพาะเรื่อง “รู้คิด รู้เท่าทัน” ก็ต้องบอกว่าเป็นคำขวัญวันเด็กที่ยอดเยี่ยม เพราะนั่นเป็นสิ่งที่สังคมไทยขาดแคลนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ “การรู้คิด รู้เท่าทัน นักการเมือง” ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกลเกมแห่งผลประโยชน์ ตลอดรวมถึงวาระซ่อนเร้นอย่างยากที่จะจับได้ไล่ทัน และว่าจะรู้คิดรู้เท่าทัน ชาติบ้านเมืองก็เสียหายไปอักโขแล้ว

กล่าวสำหรับตัว พล.อ.ประยุทธ์นั้น สถานการณ์ในขณะนี้ต้องถือว่าอยู่ในช่วง “ขาลง” อย่างแรงเพราะเผชิญกับปัญหาที่รุมเร้าเข้ามานานัปประการและตกอยู่ในสภาวะ “น้ำท่วมปาก” แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ไหนจะเรื่องร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช.ที่หลายคนฟันธงไปว่าขัดรัฐธรรมนูญ และมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่ได้เสมอ ไหนจะเรื่องวันเลือกตั้งที่แม้จะป่าวประกาศสักเท่าใดก็ไม่มีใครเชื่อสนิทใจว่าจะเป็นไปตามโรดแมปที่ประกาศไว้

ไหนจะเรื่อง “แหวนแม่ นาฬิกายืมเพื่อน” ของ “เสี่ยป้อม” พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ชายสุดที่รักที่จะอยู่ด้วยกันไปทั้งชาติที่คาราคาซังข้ามปีท้าทายอำนาจกฎหมายบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้จนทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลและ คสช.รวมถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง “ติดลบ” ลงไปด้วย

ไหนจะเรื่องการไล่ล่า “นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนสวย ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คสช.และครม.จะไม่สนใจดำเนินการอย่างที่ควรจะเป็น โดยที่ผ่านมาหลายต่อหลายเดือนนับตั้งแต่ศาลออกหมายจับหลังเธอหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ก็มิได้เคยยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนในประเทศไทยเลย รวมทั้งมิได้ส่งหลักฐานไปให้ตำรวจสากล ทำให้จนป่านนี้ยังเป็นหมายน้ำเงินและไม่สามารถออกหมายจับได้

เรียกว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดกับปัญหาสารพัด

จนวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาให้โอวาทกับเยาวชนดีเด่นเนื่องในวันเด็กแห่งชาติเมื่อวันก่อนนั่นแหละ จึงได้ผ่อนคลายลงมาบ้างโดยบอกให้ทีมงานยกสแตนดี้รูปเหมือนตัวเองมาตั้งหน้าไมโครโฟนแทนที่ตัวเอง แล้วกระเซ้าเย้าแหย่กับนักข่าวประจำทำเนียบฯ ว่า “ถ้าใครจะถ่ายรูป ใครจะสอบถามปัญหาการเมือง ความขัดแย้ง ถามกับไอ้คนนี้นะ บ๊ายบาย พร้อมกับโบกมือลา แสดงสัญลักษณ์ ไอเลิฟยู แล้วเดินจากไปทันที หลบฉากเลี่ยงตอบคำถามแบบเนียนๆ ตามสไตล์นักการเมืองที่เพิ่งประกาศตัวเองใน “อาชีพใหม่” อย่างเป็นทางการ

สแตนดี้ภาพเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คราวนี้มีหลากหลายแอ็กชันแบ่งเป็น 3 ชุดประกอบด้วย ชุดกีฬา ชุดผ้าไทย ชุดสูทสากล และแถมยังมีภาพควบมอเตอร์ไซต์เท่ๆ ออกมาอีกต่างหาก ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็ต้องบอกว่า แต่ละภาพคือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์เลือกแล้ว มิฉะนั้นคงไม่อนุมัติให้ดำเนินจัดสร้างเป็นหุ่น ขณะเดียวกันถ้ามองในอีกมุมหนึ่งก็คงสะท้อนให้เห็นถึง “ความเป็นบิ๊กตู่” ที่มีหลายร่างหลากลีลาอยู่ในคนๆ เดียว

เพราะถ้าหากติดตามลีลาของนายกฯ ลุงตู่ในช่วงที่ผ่านมาก็จะพบว่า มีความโดดเด่นเฉพาะตัวทั้งสีหน้า ท่าทาง ลูกล่อลูกชน ขนาดนักการเมืองอาชีพยังอาย ถือเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษที่พยายามสร้างสีสัน บรรยากาศ โดยเฉพาะในยามที่จนแต้มไม่รู้จะตอบนักข่าวที่เอาข้อสงสัยของสังคมไปยิงคำถามแบบตรงๆ ใส่ทุกวี่วัน จนต้องโบ้ยให้ไปถามสแตนดี้ นี่ก็ใช่

และก่อนนี้ที่เคยมีคำถามจี้ใจถึงเรื่องที่คิดจะเป็นนายกฯ จากการเลือกตั้งบ้างไหม “นายกฯลุงตู่” ก็ส่ายหน้า พร้อมกับกล่าวว่า “ไม่เอาๆ”

เมื่อยังรุกไล่ถามต่อว่า จะรอรัฐประหารอย่างเดียวหรือไม่ “นายกฯ ลุงตู่” ถึงกับจับโพเดียม เดี๋ยวจะทุ่ม .... เข้าให้ เป็นที่ฮือฮาในลีลาสร้างสีสันขู่ขวัญนักข่าวทำเนียบฯ และถูกนำมาล้อเลียนในโลกโซเชียล เดี๋ยวทุ่มด้วยโพเดียม กันสนุกสนาน

คราวนี้ เมื่อลุงตู่ ตัดสินใจเป็นมั่นเหมาะถึงกับประกาศตัวเป็นนักการเมืองโดยไม่กระมิดกระเมี้ยนเหนียมอายเหมือนเคยแล้ว การยิงคำถามนักการเมืองน้องใหม่ก็เข้มข้นดุเดือดจนโอดครวญตกเป็นเป้าเมื่อเจอกระแสมะรุมมะตุ้มเข้ามาว่าพรรคการเมืองกำลังร่วมกันสกัดนายกฯ คนนอก “.... สกัดใครยังไม่รู้เลยใช่ไหม เห็นเป้าก็เป็นตนอย่างเดียว มันไม่มีคนอื่นเลยหรือ ไปดูคนอื่นหน่อย ....”

แหม ก็ที่ผ่านมา ท่านนายกฯ เล่นเกมซับซ้อนเพื่อสืบทอดอำนาจหลายชั้นจนสังคมลังเลว่า การเลือกตั้งที่รัฐบาล คสช. ประกาศจะมีขึ้นในปลายปีนี้หรือไม่ก็ต้นไปหน้าก็ยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือแค่หลอกล่อกลบกระแสกดดัน เพราะยังไม่เห็นปลดล็อกให้พรรคการเมืองอื่นทำกิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด ขณะที่รัฐบาล คสช. เล่นหาเสียงถี่ยิบทั้งลงพื้นที่เรียกคะแนนจากแม่ยก ทั้งทุ่มงบช่วยคนจนชนชาวรากหญ้าแบบไม่อั้นระลอกแล้วระลอกเล่า

ล่าสุด การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2560 ก็มีมติเห็นชอบโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เฟส 2 วงเงิน 3.5 หมื่นล้าน ช่วยคนจน 4.5 ล้าานคน ให้พ้นจากความยากจนโดยจะยึดจีนเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหา คราวนี้ไม่ใช่การหว่านเงินลงไปแบบไม่มีเป้าหมาย แต่จะส่งคนลงไปเคาะประตูบ้านสอบถามความต้องการเป็นรายคนก่อนเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งยังเพิ่มเงินในบัตรคนจนให้อีกเดือนละ 100-200 บาทในการซื้อสินค้า

มองเผินๆ นี่คล้ายกับว่าเตรียมแผนการเดินลงพื้นที่เคาะประตูหาเสียงเรียงหัวชัดเจนแล้ว แถมมีติดปลายนวมให้อีก โดยใช้งบประมาณของแผ่นดินแบบถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

อย่างนี้แล้ว เมื่อมีเลือกตั้งใหญ่มาถึงก็ดูเหมือนว่า หวยล็อกนายกรัฐมนตรีมีเปอร์เซ็นต์สูงอย่างยิ่งที่จะชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ต้องตกเป็นเป้ารุมซักรุมต้อนอยู่ตลอด จนต้องออกแนวสแตนดี้เอาตัวรอดในการรับมือกับสื่อและสังคมที่กำลังจับจ้อง นั่นแหละ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ นั้นเป็นนายทหารที่มีสองบุคลิกในตัว ทั้งมีความสุขุมลุ่มลึก มีลูกล่อลูกชนตั้งแต่สมัยที่เป็นนายทหารผู้บังคับบัญชาที่ติดมาเป็นนิสัยมาจนบัดนี้ อย่างแสดงท่าทีเคร่งเครียดก็ยังมีรูปแบบชัดเจนว่าเช้าวันจันทร์ต้องทำหน้าหงุดหงิดไว้ก่อนเพราะลูกน้องจะได้เรียบร้อย โมโหวันจันทร์แล้วโมโหวันพุธ อีกทีก็โมโหวันศุกร์ จะได้เรียบร้อยในวันเสาร์-อาทิตย์ พอมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะลงมาเจอสื่อก็ต้องแต่งหน้าแต่งตาแต่งตัว ต้องยิ้มแย้มแจ่มใสส่องกระจกดูก่อนว่าหน้าตาเป็นอย่างไรก่อนเพื่อให้ดูผ่อนคลาย ไม่เช่นนั้นเครียดลงมาเจอสื่อจะหงุดหงิดเกินไป

ขณะเดียวกัน นายกฯลุงตู่ ก็จ่ายมุกตลกโปกฮาใช่ย่อย ทั้งแสดงความสุภาพเป็นกันเองลงท้ายคำพูด “นะจ๊ะ” ติดปาก จนได้ฉายาว่า “ตู่นะจ๊ะ” ถือเป็นผู้นำประเทศที่มีอารมณ์ขัน จนชาวเน็ตตั้งเพจนายกฯเป็นคนตลก รวมคลิป รวมมุกฮาๆ และมีรูปล้อเลียนแบบตลกๆ เกลื่อนเน็ต

อย่างคำอวยพรปีใหม่ให้นักข่าวประจำทำเนียบฯ เมื่อสองปีที่ผ่านมา ก็ทำเอาฮากลิ้ง โดย พลเอกประยุทธ์ ได้อวยพรว่า “ขอให้ทุกคนมีความสุข ปลอดภัย ไปเที่ยวให้สนุก เดินทางปลอดภัย ดื่มเหล้าอย่าขับรถอย่าขี่มอเตอร์ไซค์ ให้สามีรักมากๆ ขึ้น ใครยังไม่มีสามีก็ให้หาให้ได้ในปีใหม่ อย่าให้เขาหลอกนะ อย่าให้เขาหลอก ผู้ชายเดี๋ยวนี้ก็ไม่เบาเหมือนกันแหละ แต่ไม่รู้ว่าใครจะหลอกใครนะ ระวังตัวด้วยนะจ๊ะ ....”

ข้อความดังกล่าวถูกนำไปแชร์ และทำให้แฮชแท็ก #นายกเป็นตลก ถูกหยิบยกกลับมาพูดถึงบ่อยครั้ง

ไม่ใช่แค่มุกสามี มุกศรีภรรยาก็ด้วย เช่นเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2557ในเพจ @Wassana Nanuam ของผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง น.ส.วาสนา นาน่วม ได้เผยแพร่ภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะกำลังรับประทานกล้วยน้ำหว้าที่นำจัดในงานปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ความโปร่งใสในการบริหารจัดการองค์กรของประเทศไทย” ที่ป.ป.ช.จัดขึ้น พร้อมโพสต์ข้อความติดตลก ที่นายกฯ กระเซ้านักข่าวตอนหนึ่งด้วยว่า “ทุกอย่างจะได้กล้วยๆ” และ “การไม่ทุจริต ต้องเริ่มที่บ้าน ด้วยการมีภริยาคนเดียวก่อน ไม่ใช่ไปทำงานจังหวัดไหน ก็มีเมียที่นั่น เอ๊ะ ! ผมพูดอะไรผิดไปรึเปล่า ไม่มีนะ มีคนเดียวพอ”. ถือเบญจศีล…เผยทุกวันคิดว่า วันนี้ เราจะทำอะไรให้ชาติดีๆ และทำอะไรให้ลูกเมีย ทำได้ก็ภูมิใจ แต่เข้าใจพวกที่ต้องดูแลลูกเมีย แต่ก็ต้องทำให้ถูกต้อง”

หรือการปล่อยมุกฮาที่เพจเฟซบุ๊ก @Wassana Nanuam เผยแพร่ภาพมุขตลกของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังได้ถอดสูท ร่วมรับประทานอาหารมื้อกลางวัน กับนักข่าวทำเนียบรัฐบาลที่บริเวณหน้ารังนกกระจอก โดยภาพดังกล่าว เป็นภาพลายเซ็นต์ลงทะเบียนเป็นนักข่าวของนายกฯ ระบุว่า ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น นรม./ลูกน้องนักข่าว เบอร์โทร “111ขอใจเธอ”

และเมื่อกระแสเบื่อนายกรัฐมนตรีที่ออกรายการทุกวันศุกร์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกมาโอดครวญทำนองว่าขอให้ฟังตนเองหน่อย “.... ผมพูดทุกวันศุกร์ให้ฟังบ้าง ไม่ใช่ติดแต่ละคร ต่อไปจะติดลำโพงถ่ายทอดทุกหมู่บ้าน อย่าเบื่อผม เพราะไม่มีนายกฯ คนไหนทำแบบนี้”( 13 พ.ค. 2558) กลายเป็นเรื่องขำขันกันไป ตอกย้ำภาพนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีใครเป็นแบบนี้จริงๆ

แม้แต่การประกาศกฎอัยการศึกซึ่งเป็นเรื่องหน้าสิ่วหน้าขวาน นายกฯ ลุงตู่ก็ยังทำให้กลายเป็นเรื่องฮาๆ

“วันนี้ผมดูทีวีของรัฐ เถียงกันเรื่องที่มา ส.ว. ฟังแล้วปวดหัว เรื่องไม่ควรเป็นเรื่องกลับมาทะเลาะกัน วันนี้เราพยายามลดปัญหาเรื่องคนและเรื่องช้าง แต่กลับมีเรื่องพระเข้ามาอีก อยากให้นึกเสมอว่าทุกคนเป็นคนไทย ผิดถูกอย่างไรก็เป็นคนไทย ผมจะไม่ยอมให้ใครทำผิดกฏหมายและทำให้ประเทศชาติเดือดร้อนอีก เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่คนไทยอยู่ร่วมกัน จึงขอร้องว่าอย่าทะเลาะกัน อย่างที่เรามีการประกาศใช้กฏอัยการศึก ก็ไม่เห็นว่ามีใครเดือดร้อน นักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยากเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และมีจำนวนเพิ่มขึ้น สงสัยว่าคงอยากทดลองว่าการท่องเที่ยวในกฏอัยการศึกเป็นอย่างไร” (5กุมภาพันธ์ 2558)

เอกลักษณ์ของเอกบุรุษหนึ่งเดียวคนนี้อย่างนายกฯ ลุงตู่ ยังสนทนาวิสาสะกับงูกับไก่ได้อย่างสบายอารมณ์ ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครจริงๆ โดยเมื่อคราวที่นายกฯ เป็นประธานวันสถาปนากรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ครบรอบ 65 ปี เข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้สนทนาทักทายกับงูหลามสีทอง “สบายดีไหมจ๊ะ เป็นยังไงจ๊ะ” ก่อนโชว์สื่อคว้าตัวเจ้างูหลามตัวเขื่องขึ้นมาคล้องคอ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558

และเมื่อล่าสุด นายกรัฐมนตรี ก็คุยกับไก่ในโอกาสที่เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชมและให้กำลังใจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2660 ช่วงหนึ่ง นายกฯ ได้ให้ความสนใจกับรูปไก่พื้นเมืองของ จ.พิษณุโลก คือ “ไก่เหลืองหางขาว” ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลมา พร้อมทดลองอุ้มไก่ชื่อ “เทพประทานพร” โดย นายกฯ ได้พูดกับไก่ชนเทพประกายทอง พร้อมเกาคอว่า "ไม่ต้องกลัว คสช.นะ คสช.ไม่ดุ"

เห็นท่าทางสแตนดี้กับการจ่ายมุกฮาๆ มาเรื่อยๆ แต่นายกรัฐมนตรี เคยบอกเอาไว้แล้วนะว่า “เห็นคนไทยยิ้มแย้มแจ่มใสก็โอเค แต่ผมไม่ใช่นะ มีคนบอกว่าผมตลก ผมไม่ใช่คนตลกนะ จริงๆ”

ก็คงต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีอะไร “ใหม่ๆ” มาให้เซอร์ไพรส์กันอีกเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ วันนี้ สังคมและคนไทยรู้แล้วว่า
พล.อ.ประยุทธ์มีหลายร่าง หลายสถานะ ทั้งร่างหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผู้มีอำนาจสูงสุด ม.44 อยู่ในมือ ทั้งร่างของความเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งร่างใหม่ล่าสุดคือ “ร่างนักการเมือง” รวมถึงร่างที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้ นั่นคือ “นายกรัฐมนตรี (คนนอก)”


กำลังโหลดความคิดเห็น...